คดีรถชนแล้วหนีแม่ฮ่องสอนคืบหน้า เจ้าของรถเข้าพบตำรวจ เจรจาญาติผู้เสียหายเบื้องต้นตกลงชดใช้ค่ารักษา นัดชำระ 9 เม.ย. ขณะที่คดีอาญายังดำเนินตามกฎหมาย
เมื่อวันที่ 7 เม.ย.69 เวลา 13.45 น. พ.ต.ท.มณฑล ขอสงวนนามสกุล นายตำรวจนอกราชการ อดีตพนักงานสอบสวน สภ.เมืองแม่ฮ่องสอน เจ้าของรถกระบะยี่ห้อ มิตซูบิชิ ทะเบียนเชียงใหม่ และคู่กรณีผู้เสียหายจากอุบัติเหตุรถชนกันเมื่อวันที่ 5 เมษายน 2569 บริเวณสะพานติดสำนักงานหอการค้าจังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้พบปะเจรจากันต่อหน้าพนักงานสอบสวน สภ.เมืองแม่ฮ่องสอน และมีการนำรถยนต์ของกลาง เป็นรถกระบะยี่ห้อ มิตซูบิชิ สีฟ้า ทะเบียนเชียงใหม่ มามอบต่อพนักงานสอบสวน เพื่อให้มีการตรวจพิสูจน์หลักฐานการเฉี่ยวชน จากเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานจังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้มีการตรวจสอบร่องรอยการชนอย่างละเอียดและมีการจำลองการเฉี่ยวชน พร้อมบันทึกเป็นหลักฐานเพื่อประกอบคดีต่อไป
อดีตตำรวจ สภ.เมืองแม่ฮ่องสอน เจ้าของรถเปิดเผยว่า ในตอนแรกไม่ทราบเรื่องว่ามีการเฉี่ยวชนจนทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสตามที่ข่าวและสื่อโซเชียลนำเสนอออกไป เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่ตนและนายนายอรรณพ ซึ่งทำหน้าที่ขับรถ ได้พากันเดินทางมาจากเชียงใหม่เพื่อมาตรวจดูสถานที่งานรับเหมาก่อสร้างของสถาบันราชภัฏแม่ฮ่องสอน วิทยาเขตเชียงใหม่ในจังหวัดแม่ฮ่องสอน เพื่อมาดูไซด์สถานที่ก่อสร้างและจะมีการตกลงทำสัญญาตกลงว่าจ้างระหว่างบริษัทรับเหมาก่อสร้าง กับทางสถาบันราชกภัฏฯ โดยนายอรรณพ เป็นพนักงานของบริษัทที่จะมารับเหมาก่อสร้าง เมื่อเดินทางมาถึงแม่ฮ่องสอน ทางบริษัทได้จองที่พัก และพากันนอนพัก ในวันเกิดเหตุ นายอรรณพ ได้ออกไปทำธุระตอนเช้า ส่วนตนนอนตื่นสาย รอนายอรรนพ มารับกลับเชียงใหม่ เมื่อนายอรรนพ มารับได้บอกว่าก่อนหน้านั้นได้เฉี่ยวชนกับรถจักรยานยนต์แต่สามารถตกลงเคลียร์กันได้ ตนก็ไม่ติดใจและพากันเดินทางกลับบ้านที่เชียงใหม่ ส่วนนายอรรนพ ได้แยกทางกัน
ต่อมารุ่งขึ้นอีกวันตนได้เห็นข่าวจึงตกใจและติดต่อนายอรรนพ ในขณะเดียวกันมีพรรคพวกใน สภ.เมืองติดต่อมาเพื่อให้รีบมาดำเนินการแก้ไขปัญหา ตนจึงได้ขับรถคันดังกล่าวมาพบกับพนักงานสอบสวนและพบกับฝ่ายผู้เสียหาย ในเบื้องต้นตนได้แจ้งให้นายอรรนพ หาเงินมาชำระค่ารักษาพยาบาลให้กับผู้บาดเจ็บ จำนวนประมาณ 5-6 หมื่นบาทตามบิลค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้นที่ได้รับมาจากผู้เสียหาย ทั้งนี้นายอรรนพ ได้ขอเวลา 2 วันในการไปรวบรวมเงินเพื่อมาชำระค่ารักษาพยาบาลภายในวันที่ 9 เมษายน 2569 ที่จะถึงนี้ เรื่องดังกล่าวตนเป็นเจ้าของรถจึงต้องมีส่วนรับผิดชอบด้วยและคาดว่าไม่น่าจะมีปัญหา เนื่องจากผู้ก่อเหตุอยู่ระหว่างการทำงานและจะมีรายได้จำนวนสูงที่สามารถชนใช้ค่าเสียหายให้กับผู้บาดเจ็บได้แน่นอน
พ.ต.อ.สมบัติ แสงสว่าง ผกก.สภ.เมืองแม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่าเรื่องดังกล่าว จากกระแสสื่อโซเชียลถือว่าเป็นการดีที่มีส่วนร่วมในการช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ตำรวจในการกดดันให้มีการเข้ามาเจรจาเพื่อหาทางแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นร่วมกันอย่างสันติ และทำให้ทุกฝ่ายสบายใจ ส่วนในเรื่องคดีอาญา เป็นเรื่องที่ยอมความกันไม่ได้ ขับรถชนแล้วหนีถือว่ามีโทษหนัก หากคิดหลบหนีและคิดสั้นไม่ห่วงอนาคตในวันข้างหน้าหากหนีไป หรือไม่ยอมชดใช้ตามที่ได้ตกลงกันไว้ ทางตนจะให้พนักงานสอบสวน ทำเรื่องต่อศาลเพื่อออกหมายจับทันที ขอให้ทุกคนสบายใจได้
สำหรับเหตุการณ์เหตุรถชนแล้วหลบหนีและไม่สามารถติดตามตัวผู้ต้องหาจากกล้องวงจรปิดได้นั้น เกิดปัญหาจากข้อกฎหมาย เรื่องการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลทั่วไป ทำให้เจ้าของกล้องวงจรปิด รวมไปถึงร้านค้าในแม่ฮ่องสอน ต่างหวาดกลัวข้อกฎหมายและไม่กล้าหันกล้องวงจรปิดออกนอกถนนทำให้ไม่สามารถดูภาพจากกล้องเพื่อติดตามรถคันก่อเหตุได้ทันท่วงที แต่ก็ยังดีที่มีสื่อโซเชียลพากันระดมกันค้นหาจนได้ภาพรถในขณะที่วิ่งอยู่ในเขตของจังหวัดเชียงใหม่ จนนำไปสู่การเรียกเจ้าของรถมารับทราบข้อกล่าวหาและชดใช้ค่าเสียหายให้กับผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ








