ชาวประมงพื้นบ้านแหลมตันหยงโปยิ้มรับฤดูกาล “กั้งแก้ว” เผยวิถีชีวิตต่อยอดจากการจับสู่การแปรรูปเนื้อแกะสดส่งขายทั่วไทย สร้างรายได้หมุนเวียนในชุมชนทั้งเจ้าของแพและแรงงานฝีมือ พร้อมโชว์ไอเดียรักษ์โลกนำเปลือกกั้งทำปุ๋ยบำรุงปาล์มน้ำมัน
วันที่ 7 เม.ย.69 ที่บ้านบากันเคย ต.ตันหยงโป อ.เมือง จ.สตูล พื้นที่ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นแหล่งอาหารทะเลที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งของจังหวัด พบว่าในช่วงนี้เป็นฤดูกาลที่มี “กั้งแก้ว” หรือ “กั้งขาว” ชุกชุม ทำให้บรรยากาศการทำประมงและการแปรรูปสัตว์น้ำในพื้นที่กลับมาคึกคักเป็นพิเศษ โดยเฉพาะอาชีพ “การแกะเนื้อกั้งขาย” ที่สร้างรายได้งามให้กับคนในพื้นที่
นางสาว รอสนา กาสา อายุ 33 ปี ทายาทเจ้าของแพกั้งในพื้นที่ เปิดเผยว่า ทางแพจะรับซื้อกั้งขาวหรือกั้งแก้วสดๆ จากชาวประมง จากนั้นจะนำมาเข้าสู่กระบวนการแปรรูปทันทีเพื่อคงความหวานตามธรรมชาติ โดยการต้มและแกะเนื้อบรรจุกล่องจำหน่าย
- เนื้อกั้งแก้วเกรดเอ (เนื้อสวย): ราคา 650 บาท ต่อปริมาณ 500 กรัม
- เนื้อกั้งส่วนหัว-หาง: ราคา 550 บาท ต่อปริมาณ 500 กรัม
- เนื้อแตก (สำหรับปรุงอาหารทั่วไป): กิโลกรัมละ 250 บาท
“กั้งที่นี่ได้ชื่อว่าหวานและสด ร้านอาหารจะมารับไปทำเมนูยอดฮิตอย่าง กั้งทอดกระเทียม ข้าวผัดกั้ง หรือกะเพรากั้ง นอกจากนี้เรายังใส่ใจเรื่องสิ่งแวดล้อม เปลือกกั้งที่เหลือจากการแกะจะไม่ถูกทิ้งเป็นขยะ แต่จะมีลูกค้ามารับซื้อไปทำปุ๋ยบำรุงต้นปาล์มน้ำมันต่อ ซึ่งให้ธาตุอาหารที่ดีมาก” นางสาวรอสนา กล่าว
ทางด้าน นางสาว นูรชีลา อำมาตี อายุ 26 ปี แรงงานฝีมือผู้เชี่ยวชาญการแกะกั้ง เล่าถึงเทคนิคเฉพาะตัวว่า ความสวยของเนื้อกั้งเริ่มต้นตั้งแต่ขั้นตอนการต้ม หากต้มได้เวลาที่พอดีจะทำให้แกะง่ายเนื้อไม่ติดเปลือก
“การแกะต้องประณีตมากค่ะ ต้องตัดหัว ตัดข้าง และตัดขาออกก่อนจะค่อยๆ เลาะเนื้อออกมาให้สมบูรณ์ที่สุด แม้จะเป็นงานที่ต้องใช้ความอดทน แต่ก็สร้างรายได้ให้เฉลี่ยถึงวันละ 400 บาท ถือเป็นรายได้ที่ดีและเพียงพอต่อการจุนเจือครอบครัวในช่วงฤดูกาลกั้งนี้”
สำหรับผู้ที่สนใจลิ้มรสความสดของเนื้อกั้งแก้วจากแหลมตันหยงโป ไม่ว่าจะเป็นการสั่งซื้อปลีกไปปรุงอาหารเองที่บ้าน หรือสั่งซื้อส่งเพื่อประกอบธุรกิจ สามารถติดต่อสอบถามได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 091-528-4092 หรือ 081-957-6706








