ข่าวภูมิภาค

กาฬสินธุ์ชอกช้ำ! น้ำมันแพง-ตลาดเงียบ เกษตรกรแจกแถมกุ้ง กุ้งทยอยตาย ราคาปากบ่อ กก.250 บาท

แชร์ข่าว



ชาวนากุ้งกาฬสินธุ์สุดช้ำ น้ำมันแพงพ่นพิษไม่หยุด ส่งผลกระทบหนักกับตลาดซื้อขายกุ้งก้ามกราม ไม่มีออเดอร์เข้ามา กุ้งได้อายุจับจำหน่ายทยอยตายรายวัน ผู้เลี้ยงกุ้งหลายรายยอมเจ็บตัวเพื่อความอยู่รอด ประกาศแจก แถม ชดเชยน้ำมันให้กับพ่อค้า ขณะที่ราคาขายกุ้งสดปากบ่อยังตรึงเท่าเดิมมาตลอด 20 ปีที่ กก.ละ 250 บาท  วอนรัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาวิกฤติน้ำมันแพง ก่อนที่กุ้งก้ามกรามของดีขึ้นชื่อของกาฬสินธุ์ ที่เตรียมจำหน่ายในเทศกาลสงกรานต์กลุ่มละกว่า 10 ตันจะน็อคตายหมด


วันที่ 7 เมษายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการติดตามบรรยากาศการจับกุ้งก้ามกราม สัตว์เศรษฐกิจอันดับหนึ่งของ จ.กาฬสินธุ์ จำหน่ายในช่วงเข้าสู่เทศกาลสงกรานต์ ซึ่งทุกปีที่ผ่านมาจะเริ่มคึกคักตั้งแต่ต้นเดือนเมษายนแล้ว แต่ในช่วงนี้ซึ่งเป็นช่วงวิกฤติพลังงาน น้ำมันเชื้อเพลิงทุกชนิดพาเหรดขึ้นราคา กลับพบว่าบรรยากาศการซื้อขายกุ้งก้ามกรามเงียบเหงามาก ประเมินภาพรวมทั่วไปซบเซายิ่งกว่าช่วงสถานการณ์โควิด-19 เมื่อปีเมื่อ 2562-64 ทีเดียว


นายณัฐวุฒิ วิริยสถิตย์กุล อายุ 42 ปี หัวหน้ากลุ่มแปลงใหญ่ศิริวรรณฟาร์มกุ้ง บ้านตูม ต.บัวบาน อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า ตั้งแต่ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น  ซึ่ง ณ วันนี้สูงกว่าภาวะปกติกว่า 20 บาท เช่น น้ำมันดีเซลลิตรละ 50 กว่าบาท ได้ส่งผลกระทบโดยตรง ต่อธุรกิจจำหน่ายและขนส่งกุ้งก้ามก้ามกรามเป็นอย่างมาก ซึ่งแต่เดิมบรรยากาศการซื้อขายจะคึกคักมากเป็นพิเศษในช่วงเทศกาลสงกรานต์ เนื่องจากเป็นวันหยุดยาว มีการเดินทาง มีการใช้จ่ายอุปโภคบริโภค และซื้อเป็นของฝาก สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งก้ามกราม พ่อค้าคนกลาง ตลอดจนร้านค้า ร้านอาหารที่จำหน่ายเมนูกุ้งก้ามกรามเป็นอย่างดี


นายณัฐวุฒิ กล่าวอีกว่า พอประสบวิกฤติพลังงาน โดยน้ำมันเชื้อเพลิงปรับราคาสูงขึ้นรายวัน ขณะที่กุ้งก้ามกรามที่อยู่ในบ่อ ซึ่งเกษตรกรกลุ่มแปลงใหญ่และรายย่อย ทำการเลี้ยงกันมากในเขตพื้นที่ ต.บัวบาน ต.เขาพระนอน ต.นาเชือก ต.คลองขาม อ.ยางตลาด และ ต.ลำคลอง ต.ลำพาน อ.เมืองกาฬสินธุ์ และเตรียมจับจำหน่ายในช่วงเทศกาลสงกรานต์ กลุ่มละประมาณ 10 ตัน หรือเกษตรกรรายย่อยรายละ 1-3 ตัน กลับขายไม่ได้ เพราะการขนส่งกุ้งก้ามกรามจะมีการใช้น้ำมัน 2 ชนิดคือน้ำมันรถใช้ดีเซล และน้ำมันเบนซิน สำหรับเครื่องทำออกซิเจนให้กุ้งขณะทำการขนส่ง ขณะที่ราคาจำหน่ายกุ้งสดปากบ่อยังเท่าเดิมคือ กก.ละ 250 บาท หากนำส่งลูกค้าคิดราคาเพิ่มตามระยะทางใกล้-ไกล เป็น กก.ละ 300-450 บาท ซึ่งเป็นราคาที่ตรึงมายาวนานถึง 20 ปี แต่ยังไม่สามารถปรับขึ้นราคาได้ เนื่องจากผู้บริโภคหรือลูกค้าทั่วไป กำลังซื้อไม่ค่อยเพียงพอ ยิ่งช่วงนี้ถือเป็นช่วงที่ทุกคนจะต้องช่วยกันรัดเข็มขัด และต้องประหยัดเต็มที่


“เมื่อสถานการณ์เป็นแบบนี้ เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งและพ่อค้าคนกลางต่างได้รับผลกระทบและเดือดร้อน รถขนส่งกุ้งหลายคันจำเป็นต้องจอด งดการเดินทาง และมีการปรับตัวเพื่อที่จะได้จำหน่ายกุ้งและลดความสูญเสีย เพราะกุ้งในบ่อที่ได้อายุจับจำหน่ายและประกอบกับสภาพอากาศที่ร้อนจัด ทำให้กุ้งที่รอการจำหน่ายทยอยตายลงทุกวัน ในส่วนของกลุ่มแปลงใหญ่ตนก็ได้มีการปรับตัว โดยประกาศบอกแหล่งรับซื้อหรือพ่อค้าเร่ พ่อค้าคนกลางทั่วไป ด้วยการแจก แถม เพื่อชดเชยน้ำมัน เช่น หากมีออเดอร์เข้ามา 100 กก. ก็จะแถมกุ้งให้อีก 2-3 กก. หรือให้มากกว่านี้ตามอัตราส่วน ทั้งนี้ หากมองในอีกมุมหนึ่งถือว่าเป็นการสวนกระแสน้ำมันแพง แต่ก็จำเป็นต้องทำ โดยยอมเจ็บตัว เพื่อความอยู่รอด คงดีกว่าไม่ได้ขายกุ้งและกุ้งทยอยตายรายวัน” นายณัฐวุฒิกล่าว

นายณัฐวุฒิ กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะเดียวกันในส่วนพ่อค้าคนกลางก็มีการปรับตัว 2 รูปแบบ คือลดจำนวนเที่ยวลงเพื่อประหยัดน้ำมัน เช่น จากที่เคยนำส่งเที่ยวละ 100 กก. ก็ขอให้แหล่งรับซื้อเพิ่มเป็น 200-300 กก. หรือพ่อค้าคนกลาง 4 คน ที่มีแหล่งรับซื้อกุ้งขาประจำของแต่ละคน ตามเส้นทางเดียวกันหรือใกล้เคียงกัน จากที่เคยต่างคนต่างขับรถของตนไปส่งกุ้งคนละ 100-200 กก. ก็มีการนัดหมายส่งกุ้งวันเดียวกันและขนส่งด้วยรถคันเดียวกัน “แบบทางเดียวกันไปด้วยกัน” โดยมีการแชร์ค่าขนส่ง เพื่อประหยัดน้ำมัน

“อย่างไรก็ตาม ในภาวะวิกฤติน้ำมันแพง เชื่อว่าทุกคน ทุกอาชีพ ต่างก็อยากเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหา โดยเฉพาะเกษตรกรกลุ่มผู้เลี้ยงกุ้งก้ามกราม เพราะหากสถานการณ์ยังเป็นแบบนี้ ก็จะขายกุ้งไม่ได้ ที่คาดหวังว่าจะมีรายได้จากการขายกุ้งไปใช้หนี้ ธกส และเป็นทุนหมุนเวียนต่อไป รวมทั้งเป็นค่าใช้จ่ายในการครัวเรือนละเป็นทุนการศึกษาให้บุตรหลาน คงเป็นแค่ฝันสลาย และได้รับความเดือดร้อนไปตามๆกัน ปัญหาทั้งหมดอยู่ที่น้ำมันแพง หากรัฐบาลแก้ไขได้ ก็จะทำให้ปัญหาทุกอย่างหมดไป พี่น้องประชาชนก็จะชื่นชมชื่นชอบรัฐบาล กลับมาประกอบอาชีพและดำเนินชีวิตได้ตามปกติสุข” นายณัฐวุฒิกล่าวในที่สุด


ข่าวแนะนำ