ข่าวภูมิภาค

กอปภ.ก.เกาะติดไฟป่า–PM2.5 ภาคเหนือ ใช้ดาวเทียมเรียลไทม์ กำชับจังหวัดเบิกงบได้ทันทีตามเกณฑ์ฯ

แชร์ข่าว

วันนี้ (6 เม.ย. 69) เวลา 10.00 น. ณ ห้องกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ในฐานะผู้อำนวยการกลางเป็นประธานการประชุมกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) เพื่อติดตามสถานการณ์และการแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ โดยมีผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด เข้าร่วมประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ เพื่อเร่งบูรณาการการแก้ไขปัญหาเชิงรุกและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน

นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยว่า จากการติดตามสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนืออย่างต่อเนื่อง และตามที่ได้ลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่เมื่อวันที่ 3- 5 เม.ย. 69 ที่ผ่านมา โดยรวมพบว่าจุดความร้อน (Hotspot) ในพื้นที่ค่อนข้างดีขึ้น แต่สภาพอากาศยังมีต้องเฝ้าระวังโดยเฉพาะในช่วงเช้าที่จะมีสภาวะอากาศปิดและจะดีขึ้นในช่วงบ่าย โดยตั้งแต่ช่วงสิ้นเดือนมีนาคม 2569 ที่ตรวจพบจุดความ (Hotspot) เพิ่มมากขึ้นในพื้นที่ป่าสงวนและป่าอนุรักษ์แห่งชาติ รวมถึงในประเทศเพื่อนบ้านฝั่งประเทศเมียนมาที่ยังพบจุดความร้อนในระดับที่สูง และขณะนี้รัฐบาลและทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เดินหน้ามาตรการแก้ไขและบรรเทาความเดือดร้อนแก่ประชาชน

โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในฐานะกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) ได้นำข้อสั่งการเร่งด่วนจากรัฐบาลมาขับเคลื่อนการปฏิบัติ ให้ทุกจังหวัดบูรณาการร่วมกับหน่วยงานทุกภาคส่วนเฝ้าระวัง และติดตามสถานการณ์แบบเรียลไทม์ โดยใช้ข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียมเพื่อใช้ชี้เป้าในการเข้าไปตรวจสอบพิกัดจุดความร้อนเพื่อให้สามารถควบคุมเพลิงได้อย่างแม่นยำ ส่วนจังหวัดที่มีสถานการณ์ไฟป่าหรือมีค่าฝุ่น PM2.5 เพิ่มขึ้นต่อเนื่องให้วางแผนเชิงรุก โดยบูรณาการจัดส่งกำลังเจ้าหน้าที่ อาสาสมัคร ทีม อส. กู้ภัย จากพื้นที่ต่าง ๆ เข้าไปช่วยในพื้นที่จังหวัดภาคเหนือ ให้เข้าถึงจุดเกิดเหตุได้อย่างรวดเร็ว และปลอดภัยทั้งต่อผู้ปฏิบัติงานและประชาชนในพื้นที่ เพื่อเร่งแก้ไขปัญหาให้สถานการณ์คลี่คลายโดยเร็วที่สุด รวมไปถึงกำชับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ประชาสัมพันธ์ข่าวสารสถานการณ์ภัย และมาตรการสำคัญ เช่น การปิดป่า การบังคับใช้กฎหมาย ผ่านหอกระจายข่าว และช่องทางสื่อต่าง ๆ

ซึ่งในส่วนของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้สั่งการให้ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต เตรียมความพร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ เครื่องจักรกลสาธารณภัยและอุปกรณ์กู้ภัยต่าง ๆ ให้พร้อมปฏิบัติงานได้ทันที ตลอด 24 ชั่วโมง โดยให้ถือปฏิบัติการตามหลัก "เข้าเร็ว เข้าไว" เพื่อร่วมสนับสนุนจังหวัดในการระงับเหตุได้อย่างทันท่วงที และลดจำนวนจุด Hotspot ให้ได้มากที่สุด

นายธีรพัฒน์ อธิบดี ปภ. กล่าวเน้นย้ำ ถึงการใช้จ่ายงบประมาณเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินฯ ว่า กรณีมีเหตุจำเป็นเร่งด่วนจากภัยอัคคีภัย ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 จังหวัดสามารถใช้จ่ายเงินทดรองราชการในเชิงป้องกันหรือยับยั้งภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินได้ทันทีโดยไม่ต้องรอให้มีการประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน โดยให้ใช้จ่ายงบประมาณเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยฯ ตามแนวทางการปฏิบัติที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้แจ้งทุกจังหวัดไปแล้วอย่างเคร่งครัด หากวงเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินที่จังหวัดมีอยู่คงเหลือไม่เพียงพอ ให้เสนอเรื่องเพื่อขอขยายวงเงิน ทดรองราชการฯ มายังกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยทันที เพื่อจะได้ประสานกับกระทรวงการคลังพิจารณาต่อไป

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ในฐานะกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและสนับสนุนทรัพยากรทุกด้านเพื่อคลี่คลายสถานการณ์ให้กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด สำหรับประชาชนสามารถติดตามข่าวสารสถานการณ์ภัยได้ทาง Facebook: กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย DDPM, X: @DDPMNews, Line: @1784DDPM และหากได้รับความเดือดร้อนสามารถแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือได้ที่สายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง////

ข่าวแนะนำ