วิกฤตราคาน้ำมันพุ่งไม่หยุด กระทบภาคประมงอย่างหนัก ล่าสุดชาวประมงในพื้นที่ อ.เมือง จ.ระยอง เริ่มทยอยจอดเรือ หลังแบกรับต้นทุนไม่ไหว คาดหลังสงกรานต์เรือจอดพุ่งไม่ต่ำกว่า 80% วอนภาครัฐเร่งออกมาตรการช่วยเหลือด่วน
เมื่อวันที่ 5 เม.ย.69 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศบริเวณปากน้ำระยอง อ.เมือง จ.ระยอง พบเรือประมงจำนวนมากนำเรือเข้าจอดเทียบท่าตามแพปลาทั้งสองฝั่งอย่างหนาแน่น หลังได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง จนไม่สามารถแบกรับต้นทุนในการออกเรือได้ ส่งผลให้การทำประมงเริ่มชะงักงัน
นายพรศักดิ์ แย้มกลิ่น นายกสมาคมประมงระยอง เปิดเผยว่า สถานการณ์ราคาน้ำมันในปัจจุบันถือว่ารุนแรงที่สุดเท่าที่เคยเผชิญมา โดยเฉพาะเรือประมงในพื้นที่ปากน้ำระยอง อ.เมือง จ.ระยอง กว่า 500 ลำ ขณะนี้มีการหยุดออกเรือแล้วไม่น้อยกว่าร้อยละ 30 เนื่องจากต้นทุนไม่คุ้มค่า หากยังฝืนออกทะเลจะยิ่งขาดทุนหนัก
ทั้งนี้ ต้นทุนการออกเรือประมงแต่ละครั้งกว่า 70–80% เป็นค่าน้ำมัน แม้ปัจจุบันชาวประมงจะหันมาใช้น้ำมันบี 20 ซึ่งมีราคาประมาณลิตรละ 43 บาท รวมค่าขนส่งจากคลังในจังหวัดสระบุรี เพื่อทดแทนน้ำมันเขียวกลางทะเลที่ยกเลิกไปแล้ว แต่ราคายังคงอยู่ในระดับสูง ไม่สอดคล้องกับราคาสัตว์น้ำที่ไม่สามารถปรับขึ้นตามต้นทุนได้
นายพรศักดิ์ กล่าวอีกว่า เรือประมงที่ยังคงออกทะเลอยู่ในขณะนี้ ส่วนใหญ่ใช้น้ำมันคงค้างจากสต็อกเดิมก่อนปรับขึ้นราคา ซึ่งคาดว่าจะหมดลงภายใน 1–2 สัปดาห์ข้างหน้า และหลังผ่านช่วงเทศกาลสงกรานต์ไปแล้ว มีแนวโน้มว่าเรือประมงในพื้นที่ อ.เมือง จ.ระยอง จะจอดเทียบท่าไม่ต่ำกว่าร้อยละ 80
พร้อมกันนี้ ได้เรียกร้องให้ภาครัฐเร่งออกมาตรการช่วยเหลือด้านราคาน้ำมันอย่างเร่งด่วน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของชาวประมง และประคับประคองอาชีพให้สามารถดำเนินต่อไปได้ โดยระบุว่าระดับราคาน้ำมันที่ชาวประมงยังพอรับไหว ควรอยู่ที่ไม่เกินลิตรละ 35 บาท ซึ่งเชื่อว่าผู้ประกอบการยังสามารถประคองกิจการต่อไปได้ในภาวะวิกฤตนี้
ภูมิภาค34







