หนุ่มวัย 19 ปี FC นักร้องนำวงรถแห่ ดวงซวย ตามไปเชียร์และแจกทริป โดนลูกประธานสภา อบต.วัย 30 ใช้ศอกสั้นฟันใส่หน้าสะบัด ก่อนจะมีคลิปจากรถแห่ว่อนชาวเน็ตเห็นใจหนุ่มให้ทริปนักร้องกลับโดนทำร้าย หนุ่มลูก ปธ.สภา สำนึกย้อนมารับผิด-ขอโทษเสียทำขวัญ 1 หมื่นระบุผิดตัว เข็ดแล้วหลังจากนี้ไม่ทำอีก
วันที่ 2 เมษายน 2569 โลกออนไลน์ในจังหวัดบุรีรัมย์ได้มีการโพสต์คลิป วัยรุ่นคนหนึ่งถูกทำร้ายด้วยการฟันศอกเต็มใบหน้า ระหว่างกำลังเต้นและแจกทริปให้กับนักร้องชายรถแห่ขวัญใจประจำวง ซึ่งคลิปดังกล่าวที่โพสต์ยังมีเขียนข้อความว่า “สังเกตดีๆนะครับ คนแบบนี้ก็มีเนาะสงสารน้องเอาทิปมาให้นักร้อง แต่โดนตีเอาเฉยๆ”
คลิปดังกล่าวเป็นคลิปจากรถแห่ที่ถ่ายเอาไว้ ชาวเน็ตต่างออกมาวิจารณ์กันเป็นวงกว้างของพฤติกรรมของคนก่อเหตุ จนกระทั่งมีการขุดประวัติคนก่อเหตุมา พบว่าเป็นลูกชายประธานสภา อบต.คูเมือง อ.คูเมือง จ.บุรีรัมย์ จนตำรวจมีหมายเรียกมาพบพนักงานสอบสวน เพราะมีผู้เสียหายแจ้งความเอาไว้แล้ว
สอบถามนายชยพล มั่นจิตร อายุ 19 ปี อยู่บ้านเลขที่ 20 หมู่ที่ 4 ต.แดงใหญ่ อ.บ้านใหม่ไชยพจน์ จ.บุรีรัมย์ บุคคลที่ถูกทำร้ายในคลิป ได้ออกมาเปิดเผยหลังเดินทางมาแจ้งความต่อ ร.ต.อ.อำนวย หนองหาญ รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.คูเมือง อ.คูเมือง จ.บุรีรัมย์ ว่า
ตนเองเป็นผู้ติดตามและชื่นชอบนักร้องชายในวงรถแห่ที่ปรากฎในคลิป หากวงรถแห่นี้ไปเล่นที่ไหนถ้าตนพอไปได้ก็จะเดินทางมาชมและทุกครั้งก็จะให้ทริปอยู่แล้วเพื่อเป็นกำลังใจให้นักร้อง
ช่วงเกิดเหตุตนเองเอาทิปไปยื่นให้กับนักร้องที่กำลังร้องเพลง ระหว่างที่ตนเองเดินผ่านชายคนดังกล่าว รู้สึกว่ามีของมากระแทกบริเวณกกหูกึ่งใบหน้าจนตัวเซและมึนงง ด้วยความตกใจตนเองจึงรีบยกมือไหว้ขอโทษ ยอมรับว่าไม่เคยรู้จักและมีเรื่องหรือปัญหากับชายวัยรุ่นคนดังกล่าว จนกระทั่งมารู้ในภายหลังที่ได้คลิปจากรถแห่ว่าโดน”ขุนศอก”ฟันศอกใส่ยอมรับไม่เคยรู้จักและไม่เคยเป็นศัตรูกันมาก่อน
ด้านนายกัมพล หรือชาย มะลิรัมย์ อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 91 ม.7 บ้านหนองติ้ว ต.คูเมือง อ.คูเมือง จ.บุรีรัมย์ ได้ออกมายอมรับหลังตำรวจเรียกมาสอบปากคำ ว่า คืนนั้นในหมู่บ้านมีงานฉลองอัฐิ และเจ้าภาพได้ว่าจ้างรถแห่มาทำการแสดงซึ่งตนเองก็ไปร่วมงานด้วย
ก่อนเกิดเหตุตนอยู่บริเวณหน้าเวทีรถแห่ และมีอาการมึนเมาบ้าง เห็นนายชยพล เดินแทรกตัวเข้ามาหาตน มองแล้วคิดว่าคู่อริจึงชักศอกฟันใส่ทันที พอเห็นคนที่ตนทำร้ายมายกมือไหว้ รู้ทันทีว่า”ผิดตัว”อยากจะขอโทษในตอนนั้นแต่ทำไม่ได้
ถึงเวลานี้สำนึกผิดและได้ขอโทษผู้เสียหายแล้ว หลังจากนี้จะไม่ทำแบบนี้อีกถ้าเป็นไปได้สงกรานต์ที่จะถึงอาจจะไม่ออกไปเที่ยวก็เป็นได้เพราะรู้สึกว่าตัวเองผิดที่ทำร้ายคนที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน โดยจะนั่งดื่มกินอยู่ที่บ้านแทน
อย่างไรก็ตามเบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ ได้ทำการเปรียบเทียบปรับนายกัมพล ในข้อหา “ ทำร้ายร่างกายผู้อื่น “ จำนวนเงิน 500 บาท และได้จ่ายค่าทำขวัญให้กับนายชยพล เป็นเงินอีกจำนวน 10,000 บาท
ภูมิภาค55








