ข่าวภูมิภาค

สุพรรณบุรี ผอ.โรงพยาบาลรับบุคลากรฉีดยาผิดให้เด็กจริง แต่ไม่รุนแรง เด็กปลอดภัยแล้ว

แชร์ข่าว

สุพรรณบุรี ผอ.โรงพยาบาลรับบุคลากรฉีดยาผิดให้เด็กจริง แต่ไม่รุนแรง เด็กปลอดภัยแล้ว

จากกรณีหมอฉีดยาผิดให้กับเด็กหญิงรายหนึ่งอายุ1เดือน10วัน ซึ่งเหตุการนี้เกิดขึ้นที่โรงพยาบาลด่านช้าง อ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี โดยเบื้องต้นทางโรงพยาบาลได้ออกหนังสือแถลงการยอมรับผิดแล้วกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และได้ให้เจ้าหน้าที่ติดต่อไปยังพ่อแม่ของเด็กเพื่อพูดคุยและชี้แจ้งกับเรื่องที่เกิดขึ้นแล้ว

นายแพทย์อิศวร ดวงจินดา  ผอ.โรงพยาบาลด่านช้าง ได้ออกมามาชีแจงกับเหตุการที่ขึ้นว่ากล่าวว่า หลังจากทราบเรื่องได้สั่งการให้ติดตามข้อเท็จจริงพร้อมรายละเอียดว่าเหตุการณ์เกิดอะไรขึ้น ซึ่งทราบว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเกิดเมื่อวานนี้คือวันที่ 1 เม.ย.  ซึ่งผู้ป่วยเป็นเด็กอายุ 1 เดือน 8 วัน มานอนโรงพยาบาลด้วยอาการปอดติดเชื้อมีไข้และหายใจหอบเหนื่อย ซึ่งผู้ป่วยเด็กรายนี้จำเป็นต้องได้รับยาฆ่าเชื้อหรือยาปฏิชีวนะ ซึ่งอาการหอบเหนื่อยมีค่อนข้างมาก ต้องได้รับออกซิเจนแรงดันบวกร่วมด้วย ซึ่งได้มีผู้ป่วยเด็กอีกท่านหนึ่งมานอนโรงบาลด้วย อายุ 9 เดือน ด้วยอาการแพ้ผื่นคัน มีการสั่งจากแพทย์ให้ฉีดยาแก้แพ้ชื่อว่า คอลเฟนิรามิน ให้กับผู้ป่วยเด็กที่มีอาการแพ้ผื่นคัน แต่หลังจากนั้นที่มีการสื่อสารที่ผิดพลาดทำให้เกิดการเอายาแก้แพ้ไปฉีดให้กับเด็กที่มีอาการปอดติดเชื้อ ที่อายุ 1 เดือน ตรงนี้ก็เกิดการผิดพลาดในการสื่อสารและการระบุตัวบุคคล ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเองก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ และก็ไม่ได้คิดจะปกปิดข้อเท็จจริงตรงนี้ โดยทางแพทย์ ได้เข้าไปแจ้งกับญาติผู้ป่วย ให้ทราบว่าฉีดยาผิดให้ แต่ว่าเป็นยาแก้แพ้ ยาแก้แพ้ตัวนี้เป็นยาที่มีความปลอดภัยสูง ซึ่งใช้กันมานาน

 ซึ่งก็มีการใช้เป็นยาสามัญประจำบ้านด้วย ผลข้างเคียงของยาแก้แพ้ตัวนี้ที่พบได้บ่อยก็คือการง่วงซึม และก็อาจจะมีอาการปากแห้งคอแห้ง รวมถึงอาการท้องผูก จากการเฝ้าระวังโดยทีมกุมารแพทย์ และผู้เชี่ยวชาญ ของโรงพยาบาลด่านช้าง ซึ่งได้ติดตามอาการอย่างใกล้ชิดในเนอสเซอรี่ดูแลเด็กเล็ก ซึ่งก็ยังไม่พบว่าเกิดความเสียหายต่อร่างกายของผู้ป่วยรายนี้จนถึงเช้านี้ผู้ป่วยก็ยังรู้สึกตัวดีแต่ก็ยังมีเรื่องของไข้และเรื่องของภาวะปอดติดเชื้อ ซึ่งทางกุมารแพทย์ก็ได้ปรับการรักษาด้วยการให้ยาฆ่าเชื้อที่มีฤทธิ์กว้างขึ้นโดยรวมก็คือทารกที่ได้รับยาผิด ก็ยังไม่มีผลกระทบให้เกิดความเสียหายกับร่างกาย และโรคที่ติดเชื้อทางปอดก็ได้รับการรับยาฆ่าเชื้อที่มีฤทธิ์กว้างขึ้น อย่างไรก็ตามทางโรงพยาบาลไม่ได้ดิ่งนอนใจ ซึ่งได้มีการสั่งให้ดูแลผู้ป่วยรายนี้อย่างใกล้ชิด และได้ให้ทีมดูแลทางญาติของผู้ป่วยและได้มีการให้นัดมาพูดคุยกันในวันนี้ เพื่อสื่อสารทำความเข้าใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นซึ่งถ้าถามว่ายาตัวที่ฉีดให้เด็กไปที่เป็นยาแก้แพ้สามารถให้กับเด็กในหนึ่งเดือนได้ไหมสามารถให้ได้ครับ ซึ่งยาตัวนี้จะออกฤทธิ์ประมาณสี่ถึง 6 ชั่วโมง ซึ่งยาที่ฉีดไปของเมื่อวานมาถึงตอนนี้ลิสต์ของยาก็หมดลงแล้ว

ซึ่งผลข้างเคียงของยาตัวนี้ก็อยากที่กล่าวไปข้างต้นก็จะเป็นผลที่พบอยู่เป็นประจำ ซึ่งช่วงเช้าผมได้ไปตรวจดูผู้ป่วยรายนี้ด้วยตัวเองซึ่งเด็กก็ได้มีการตอบโต้จับนิ้วมือของเราและมีการเคลื่อนไหวได้ปกติอยู่ ซึ่งตอนนี้อาการผลของยาที่ได้รับตอนนี้หมดไปแล้ว ซึ่งจากการตรวจดูแล้วก็ไม่พบว่าเกิดความเสียหายต่อร่างกาย แต่อาการที่เกิดจากการเจ็บป่วยที่เข้ามารักษาในโรงพยาบาลอันนั้นยังไม่หายจะต้องดูแลอย่างใกล้ชิดต่อไป แต่ถ้าเกิดกรณีที่มีความเสียหายต่อร่างกายกระทรวงสาธารณสุขของเราจะมีเรื่องของการเยียวยา แต่ถึงแม้ครั้งนี้จะไม่มีความเสียหายต่อร่างกายเกิดขึ้นจากความผิดพลาดก็ตามทางโรงบาลเองก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ทางพยาบาลก็สั่งได้ให้มีการทบทวนรายละเอียดถึงข้อผิดพลาดว่าเกิดขึ้นได้อย่างไรก็ตามเพื่อหาแนวทางในการป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นต่อไปรวมถึงด้านการดำเนินงานด้านจริยธรรมและวินัยก็จะดำเนินการได้อย่างเต็มที่

ซึ่งในส่วนที่มีการสื่อสารผิดพลาด ทางโรงพยาบาลต้องขอโทษกับทางครอบครัวและยินดีรับคำตำหนิจากทางครอบครัวทุกประการ และพร้อมที่จะดูแลอย่างเต็มที่ต่อไป แต่เรื่องเท่าที่ทราบในการถามชื่อก่อนฉีดยาพยาบาลได้ถามชื่อกับคุณแม่แล้ว แต่ตอนนั้นคุณแม่กำลังโทรศัพท์ทางพยาบาลเลยเข้าใจว่าใช่เด็กที่จะมาฉีดก็เลยฉีดไป อันนี้คือข้อมูลที่ทราบมา ตอนนี้อยากให้ทางพ่อแม่เด็กไม่ต้องกังวลในเรื่องของผลข้างเคียงที่การให้ยาผิดเพราะฤทธิ์ยาได้หมดไปแล้ว  แต่ตอนนี้จะเป็นเรื่องกังวลในอาการของปอดติดเชื้อมากกว่า ซึ่งตอนนี้ทางกุมารแพทย์ ก็ได้ปรับยาที่ออกฤทธิ์กว้างกว่าให้แล้ว

ขณะที่พ่อของเด็กหญิงวัย1เดือน10วันหลังจากเห็นหนังสือชีแจ้งจากทางเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลด่านช้างแล้วแต่ก็ยังไม่สบายใจ ยังติดใจกับการชีแจงผ่านเพจโรงพยาบาล ซึงทางเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลด่านช้างอยู่ระหว่างพูดคุยเพื่อหาทางออกร่วมกันต่อไป

 

ภูมิภาค43

ข่าวแนะนำ

แชร์ข่าว