ข่าวภูมิภาค

เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์ฯ เฝ้าติดตามช้างป่า 3 ตัว หลังหนีแล้งหากินพืชเกษตร หวั่นซ้ำรอย "สีดอหูพับ"

แชร์ข่าว

วันที่ 31 มีนาคม 2569 ผู้สื่อข่าวประจำ จ.สุรินทร์ รายงานว่า เมื่อวันที่ 29 มี.ค.69 ชาวบ้านพบช้างป่า 3 ตัว ออกหากินใกล้กับพื้นที่เทือกสวนไร่นาของชาวบ้านในเขตพื้นที่ อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ จึงแจ้งให้เจ้าหน้าที่ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยทับทัน-ห้วยสำราญ ทราบ จากนั้น นายรัฐพล บุญมี หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยทับทัน-ห้วยสำราญ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ชุดผลักดันช้างป่าจำนวน 4 นาย ร่วมกับเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าเขาแหลมและอาสาสมัครในพื้นที่ รวมกำลังกว่า 7 นาย ได้ออกปฏิบัติการลาดตระเวนเฝ้าระวังอย่างเข้มข้นตั้งแต่เวลา 19.30 น.ของวันที่ 29 มี.ค.69 จนถึง 07.00 น. ของวันที่ 30 มี.ค.69 โดยก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ได้มีการจับตาและเฝ้าระวังช้างป่ากลุ่มนี้มาแล้วอย่างต่อเนื่อง หลังพบว่า เข้ามาอยู่ในพื้นที่ป่าชายแดนด้าน จ.สุรินทร์มาแล้วกว่า 5 เดือน และเดินวนเวียนไปมาอยู่ในพื้นที่

โดยจากการสำรวจบริเวณป่าทางทิศใต้ของเขื่อนสะเดา ใกล้กับบ้านสามหลัง และบ้านคลองน้ำซับ หมู่ 5 ต.แนงมุด อ.กาบเชิง เจ้าหน้าที่พบร่องรอยและตัวช้างป่าจำนวน 3 ตัว ซึ่งเป็นขาประจำในพื้นที่ ได้แก่ "สีดอพ่อใหญ่"อายุประมาณ 50 ปี ช้างตัวใหญ่ ที่มีขนาดเท้าหน้ากว้างถึง 45 เซนติเมตร ส่วน"สีดอดื้อ" และ "สีดอถัง" อายุประมาณ 40=45 ปี ซึ่งพยายามออกมาหากินพืชเกษตรของชาวบ้าน ออกนอกเขตป่าอนุรักษ์ ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้กระจายกำลังติดตามอย่างใกล้ชิด เพื่อผลักดันให้ช้างทั้ง 3 ตัว กลับเข้าสู่ป่าลึก ป้องกันไม่ให้เข้าไปทำลายพืชผลทางการเกษตรหรือสร้างความอันตรายแก่ประชาชนในหมู่บ้านใกล้เคียง ทั้งนี้ บริเวณทิศใต้เขื่อนสะเดาเป็นจุดเฝ้าระวังสำคัญ เนื่องจากช้างมักใช้เป็นเส้นทางผ่าน ซึ่งทางเจ้าหน้าที่จะยังคงสนธิกำลังเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อความปลอดภัยของทั้งคนและช้างป่า โดยเจ้าหน้าที่ ได้มีการบันทึกขนาดรอยเท้าอย่างละเอียดเพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลในการติดตามพฤติกรรมช้างป่าต่อไป

อย่างไรก็ตามจากการติดตามเฝ้าระวังและผลักดันช้างป่าของเจ้าหน้าที่ อย่างใกล้ชิด ล่าสุด พบว่า ช้างทั้ง 3 ตัว ได้เดินกลับไปในพื้นที่ป่าชายแดนหมู่บ้านไทยนิยมพัฒนา ต.บักได อ.พนมดงรักแล้วตั้งแต่เมื่อคืนนี้ (30 มี.ค.69) ขณะนี้ก็ยังอยู่ในพื้นที่ โดยช้างป่าทั้ง 3 ตัว เป็นช้างป่ามาจากป่าในพื้นที่ อ.ละหานทรายและ อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์และมักจะเดินวนเวียนเข้ามาในพื้นที่ อ.พนมดงรักและ อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ บ่อยครั้ง และพบว่าได้วนเวียนอยู่ในพื้นที่ป่าชายแดนด้าน จ.สุรินทร์มาแล้วกว่า 5 เดือนโดยเฉพาะในช่วงนี้ ที่เป็นหน้าแล้ง ช้างป่ามักจะรุกล้ำออกมาไปหาแหล่งน้ำและพืชเกษตรต่างๆของประชาชนที่ปลูกติดกับพื้นที่ป่าชายแดน ของเขตอนรุกษ์ กิน จึงมีชาวบ้านพบเห็นดังกล่าว

ขณะที่นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีต ผอ.สำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ก็ได้ลงพื้นที่เฝ้าจับตาพฤติกรรมช้างร่วมกับเจ้าหน้าที่อีกด้วย พร้อมโพสต์ข้อความในเพจเฟสบุ๊คที่ชื่อชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ระบุข้อความว่า จริง ๆ แล้ว ลอตนี้มี 7 ตัว สีดอ "ดื้อ-ถัง-จิก-สังข์-เป-ตูมตาม-พ่อใหญ่" เดินไปกลับ ป่าดงใหญ่ , อช.ปางสีดา ,ขสป. ห้วยทับทัน-ห้วยสำราญ ตั้งแต่ปี 2563 สีดอ 3 ตัวนี้ เข้ามาในพื้นที่ประจำ พวกเขา..แค่เดินมาหาแหล่งอาหาร แหล่งน้ำ กินเสร็จเขาก็เข้าไปนอน..ในป่า ขสป.ห้วยทับทัน-ห้วยสำราญ บริเวณผามะนาว อำเภอกาบเชิง พวกเขาออกจากป่า ช่วงเวลา 23:00 น.- 6:30 น.

มาหาแหล่งน้ำ แหล่งอาหาร โดยเฉพาะ อ้อย กล้วย มะพร้าว มะม่วง ขนุน และมันสำประหลัง ของชาวบ้าน ทำให้เกิดความเสียหาย ที่รัฐเยียวยา ก็ไม่เพียงพอ และ ช้างป่าสีดอ ที่เดินไปมา ทั้ง 7 ตัว ในช่วงระยะเวลา 2-3 ปี ก็คงไม่ไปไหน คงยังอยู่และ ออกมากินพืชผลทางการเกษตรของชุมชน น่าจะอีกนาน ความหวังและหวังว่า กรณีพื้นที่นี้ จะต้องไม่เกิดซ้ำรอย สีดอหูพับ อีก!!!

ตอนนี้! จนท.ทีมเฝ้าระวังผลักดันช้างป่า ทั้ง 7 นาย ต่างทำงานหนัก คอยเฝ้าระวังผลักดันให้ช้างป่าทั้ง 3 ตัว กลับเข้าป่าลึก พอผมเห็นพื้นที่ เห็นวิถีคน ช้าง จึงคิดว่า..หรือเราควรจะมีกองทุนขึ้นมา นอกเหนือจากของรัฐ เพื่อชดใช้ให้กับความเสียหายของชาวบ้านอย่างสมน้ำ สมเนื้อ สมจริง เชื่อว่าเราทุกคนอยากให้ คน ป่า สัตว์ป่าอยู่ร่วมกันได้ ด้วยความรัก ความเมตตา ครับ

ข่าวแนะนำ