วันที่ 31 มีนาคม 2569 ที่สถานีตำรวจภูธรกระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร พล.ต.ท.พิสิฐ ตันประเสริฐ ผบช.ภ.7 พร้อมด้วย พล.ต.ต.ชมชวิณ ปุระธนานนท์ รอง ผบช.ภ.7,พล.ต.ต.ธีระเดชอธิภัคกุล ผบก.ภ.จว.สมุทรสาคร,พล.ต.ต.กานต์ ธรรมเกษม ผบก.สส.ภ.7,พงษ์ศิริ เก่งนอก รอง ผบก.กค.ภ.7 ปฏิบัติราชการรอง ผบก.สส.ภ.7,พ.ต.อ.พศพงศ์ มณฑา ผกก.สภ.กระทุ่มแบน,พ.ต.อ.สุรศักดิ์ สิทธิโชคธรรม ผกก.สส.ภ.จว.สมุทรสาคร,พ.ต.ท.อชิรเวชชย์ สุพรรณเภสัช รอง ผกก.สส.ฯ,พ.ต.ท.ชุมพรฉัตร์สงวนชัย รอง ผกก.ป.ฯ,พ.ต.ท.สุเชาว์ เหมือนมิ่ง,พ.ต.ต.พงษ์พัฒน์ ทองเกิดหลวง สว.สส.ฯ พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ฯ ภาค7 สืบสวนภูธรจังหวัดสมุทรสาคร และสืบสวน สภ.กระทุ่มแบน ได้ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุม 4 ผู้ต้องหา ที่ร่วมกันก่อเหตุปล้นทรัพย์รถจักรยานยนต์(พนักงานรับส่งสินค้าผู้โดยสารของแอปพลิเคชัน Bolt (โบลท์) ประกอบด้วย นายอนุวัฒน์ (สงวนนามสกุล) อายุ 22 ปี หรือโจ้ หัวหน้าแก็งค์ มีพฤติกรรมการก่อเหตุทั้งวางแผนปล้น โทรศัพท์ลวงผู้เสียหายให้มารับในที่เกิดเหตุ และลงมือใช้มีดฟันผู้เสียหายเพื่อชิงทรัพย์ (รถ จยย.และทรัพย์ฯ) ,นายพิษณุ (สงวนนามสกุล) อายุ 22 ปี ,นายทรัพย์ทวี (สงวนนามสกุล) อายุ 22 ปี และ นายณัฐดนัย (สงวนนามสกุล) อายุ 22 ปี โดยมีของกลางเป็นรถ จยย.ยี่ห้อ HONDA รุ่น เวฟไอ สีเทา-ดำ หมายเลขทะเบียน 9ขษ-9294 กรุงเทพ ฯที่ใช้ในการก่อเหตุ,หมวกกันน๊อค จำนวน 2 ใบที่ใส่มาก่อเหตุ,เสื้อผ้าที่สวมใส่ในวันก่อเหตุ,รองเท้าที่สวมใส่ในวันก่อเหตุ จำนวน 3 คู่,กระเป๋าสะพายของผู้เสียหาย ส่วนมีดสปาร์ต้า ที่นายโจ้ใช้ฟันผู้เสียหายนั้น ผู้ต้องหาอ้างโยนทิ้งในคลองแถวๆ เขตหนองแขม ในช่วงที่กำลังขับรถหลบหนี ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมหลังจากที่นำตัวผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพแล้ว ก็จะให้ผู้ต้องหานำไปงมค้นหาอาวุธมีด ของกลางอีก 1 รายการด้วย
สำหรับแก็งค์วัยรุ่นโหดนี้ ได้ร่วมกันก่อเหตุเมื่อเวลาประมาณ 01.10 น. วันที่ 29 มีนาคม 2569 โดยนายสมปอง (สงวนนามสกุล) ผู้เสียหาย ซึ่งมีอาชีพขับรถจักรยานยนต์รับจ้างผ่านแอปพลิเคชันโบลท์ ได้รับการเรียกรถให้ไปรับผู้โดยสารตามพิกัดที่ปักหมุดไว้ในพื้นที่บริเวณริมคลองหมื่นปรารมภ์ หมู่ 12 ต.สวนหลวง อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร เมื่อไปถึงจุดหมายซึ่งเป็นที่มืดและค่อนข้างเปลี่ยว พบชายคนหนึ่งนั่งยองๆ รออยู่ริมถนน จากนั้นก็ยืนขึ้นถามผู้เสียหายว่า “โบลท์ใช่ไหม” พอผู้เสียหายตอบว่าใช่ คนร้ายได้ทำทีเป็นโทรศัพท์ตกพื้น เพื่อใช้จังหวะก้มลงไปหยิบมีดที่วางไว้กับพื้นถนนขึ้นมาฟันไปที่หมวกกันน๊อคของผู้เสียหายหลายที จนผู้เสียหายต้องทิ้งรถแล้วพยายามวิ่งหนี แต่ก็มีคนร้ายอีก 3 คน ซึ่งซุ่มอยู่ในดงกล้วยใกล้จุดเกิดเหตุ วิ่งออกมาล้อมไว้แล้วช่วยกันรุมทำร้าย ซึ่งจังหวะที่ผู้เสียหายกำลังพยายามหนีนั้น นายโจ้หัวหน้าแก็งค์ได้เข้ามากระชากกระเป๋าสะพายของผู้เสียหาย แต่ไม่หลุด จึงใช้มีดฟันลงไปที่กลางหลัง จนผู้เสียหายต้องยอมปล่อยกระเป๋าแล้วก็พยายามลุกขึ้นและวิ่งหนีเอาชีวิตรอด ก่อนตัดสินใจกระโดดลงคลองบริเวณที่เกิดเหตุ ซึ่งเมื่อเห็นว่ารอดเงื้อมมือแก็งค์โหดแล้ว ก็ไปขอความช่วยเหลือจากคนที่อยู่ในละแวกนั้น
จากการสอบถามผู้ต้องหาทั้งหมด ให้การรับสารภาพว่าได้ร่วมกันกระทำความผิดจริง โดยนายโจ้ หรือนายอนุวัฒน์ เป็นผู้วางแผนทั้งหมด และยังลงมือใช้มีดฟันผู้เสียหาย ส่วนที่เหลือให้การว่า เป็นผู้ร่วมทำร้ายร่างกาย ซึ่งภายหลังก่อเหตุแล้วก็แยกย้ายกันหลบหนีไป กระทั่งต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจตามจับกุมตัวาได้ทั้งหมด ซึ่งทางผู้ต้องหาก็เตรียมที่จะหนีข้ามประเทศเพื่อไปกลบดานหนีความผิดอีกด้วย ทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนฯเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไปในข้อหา ปล้นทรัพย์โดยมีอาวุธเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส, ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัสโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และร่วมกันพาวุธมีดไปในเมืองหมู่บ้านในทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุสมควร และจะนำตัวไปฝากขังต่อศาลจังหวัดสมุทรสาครในวันพรุ่งนี้ ทั้งนี้ผู้ต้องหาทั้ง 4 คน พบมีประวัติอาชญากรรม เคยถูกจับกุมและต้องโทษจำคุกมาแล้ว







