อธิบดี ปภ. ลงพื้นที่เชียงใหม่ ตรวจความพร้อมหน่วยบิน KA-32 ผนึกกำลังภาคพื้น–อากาศ ใช้ Hotspot คุมไฟอย่างปลอดภัยและแม่นยำ สั่งการเข้มให้ศูนย์ ปภ.เขต และ ปภ.จังหวัด บูรณาการทีมภาคพื้นดินปฏิบัติการดับไฟป่าบรรเทาความเดือดร้อนประชาชน ผลการปฏิบัติการเฮลิคอปเตอร์ KA-32 ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. - 30 มี.ค. 2569 ขึ้นบิน 140 เที่ยว ทิ้งน้ำดับไฟป่า 420,000 ลิตร
วันที่ 31 มีนาคม 2569 นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ลงพื้นที่ติดตามความพร้อมของเฮลิคอปเตอร์บรรเทาสาธารณภัย KA-32 และทีมปฏิบัติการภาคสนาม ณ ฐานการบินกองพลทหารราบที่ 7 อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ โดยได้ตรวจความพร้อมทั้งอากาศยาน นักบิน และทีมกู้ภัยประจำเครื่องแบบครบชุด สั่งกำชับทุกหน่วยสนับสนุนภารกิจดับไฟป่าในพื้นที่ภาคเหนือเต็มกำลัง
อธิบดี ปภ. เปิดเผยว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นการขานรับข้อสั่งการปลัดกระทรวงมหาดไทย ในการเร่งแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควัน และฝุ่น PM2.5 อย่างเร่งด่วน โดยมอบหมายให้ ปภ. เป็น “หน่วยหลัก” ในการระดมอากาศยานเข้าควบคุมไฟในพื้นที่เข้าถึงยาก โดยล่าสุด ปภ. ได้เสริมกำลังทางอากาศทันที โดยส่งเฮลิคอปเตอร์ KA-32 จากหน่วยบินจังหวัดลพบุรี เพิ่มอีก 1 ลำ พร้อมทีมกู้ภัยประจำอากาศยาน เข้าประจำการที่จังหวัดเชียงใหม่ ลงจอดที่กองพลทหารราบที่ 7 อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อช่วงบ่ายวันนี้ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการทิ้งน้ำดับไฟในพื้นที่ภูเขาสูงและป่าลึก
สำหรับผลการปฏิบัติการทางอากาศ KA-32 ตั้งแต่ 1 ม.ค. – 30 มี.ค. 2569 ขึ้นบินปฏิบัติภารกิจแล้ว 140 เที่ยว ทิ้งน้ำดับไฟ รวม 420,000 ลิตร ซึ่งเป็นการทำงานบูรณาการร่วมกับหลายหน่วยงาน ทั้งกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และโดรนสนับสนุนจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อเพิ่มความแม่นยำและความรวดเร็วในการควบคุมไฟ
ขณะเดียวกัน ได้สั่งการให้ ศูนย์ ปภ.เขต และ ปภ.จังหวัด ทั้ง 17 จังหวัดภาคเหนือ “เปิดปฏิบัติการเชิงรุกพร้อมกัน” โดยผนึกกำลังกับผู้ว่าราชการจังหวัดและภาคีเครือข่ายในพื้นที่ เน้นใช้ข้อมูลจุดความร้อน (Hotspot) ชี้เป้าดับไฟ แบบแม่นยำ บูรณาการทีมภาคพื้นดินเข้าควบคุมไฟทันทีที่ตรวจพบ พร้อมทั้งส่งเครื่องจักรกลหนัก ทั้งรถบรรทุกน้ำ และรถฉีดพ่นละอองน้ำแรงดันสูง ปูพรมพื้นที่เสี่ยงและชุมชนเพื่อเร่งลดผลกระทบต่อสุขภาพและความเป็นอยู่ของประชาชน
อธิบดี ปภ. ย้ำว่า ปภ. จะเดินหน้าปฏิบัติการทั้ง “ภาคอากาศ–ภาคพื้นดิน” ควบคู่กันอย่างต่อเนื่อง เพื่อควบคุมสถานการณ์ไฟป่าและฝุ่น PM2.5 ให้ได้โดยเร็วที่สุด
ทั้งนี้ ประชาชนสามารถติดตามสถานการณ์และประกาศแจ้งเตือนภัยผ่านแอปพลิเคชัน “Thai Disaster Alert” และหากพบเหตุไฟป่า สามารถแจ้งสายด่วนนิรภัย 1784 หรือ LINE ID @1784DDPM ได้ตลอด 24 ชั่วโมง////







