สถานการณ์หมอกควันในเชียงรายยังวิกฤต ค่าฝุ่น PM2.5 สูงถึง 130 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร สร้างผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน โดยเฉพาะในอำเภอเมืองและแม่สาย วอนหลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง
วันที่ 31 มี.ค.69 ที่จังหวัดเชียงราย สถานการณ์หมอกควันยังคงรุนแรง โดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอเมืองเชียงราย และอำเภอแม่สาย ที่พบค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 สูงต่อเนื่องในระดับกระทบต่อสุขภาพ จากการตรวจวัดคุณภาพอากาศช่วงเช้าวันนี้ ในพื้นที่อำเภอเมืองเชียงราย พบค่า PM2.5 อยู่ที่ประมาณ 90–115 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ขณะที่ค่าดัชนีคุณภาพอากาศ (AQI) อยู่ในช่วง 170–210 จัดอยู่ในระดับ “มีผลกระทบต่อสุขภาพ” ถึง “มีผลกระทบต่อสุขภาพมาก”
ส่วนพื้นที่อำเภอแม่สาย ซึ่งเป็นพื้นที่ชายแดน พบสถานการณ์น่าเป็นห่วงมากยิ่งขึ้น โดยค่า PM2.5 พุ่งสูงอยู่ที่ประมาณ 100–130 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และค่า AQI อยู่ในช่วง 180–220 ส่งผลให้ทัศนวิสัยลดลงอย่างชัดเจน หลายจุดมองเห็นหมอกควันปกคลุมทั่วพื้นที่
สาเหตุหลักยังคงมาจากการเผาในที่โล่งทั้งในพื้นที่ภาคเหนือของไทยและประเทศเพื่อนบ้าน ประกอบกับสภาพอากาศปิด ลมสงบ ทำให้ฝุ่นละอองสะสมหนาแน่น โดยเฉพาะพื้นที่อำเภอแม่สายที่ได้รับผลกระทบจากหมอกควันข้ามแดนโดยตรง
ซึ่งผลกระทบที่เกิดขึ้น พบว่าประชาชนเริ่มมีอาการระคายเคืองตา แสบจมูก ไอ และหายใจลำบาก โดยกลุ่มเสี่ยง เช่น เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ได้รับผลกระทบมากเป็นพิเศษ ขณะที่โรงพยาบาลในพื้นที่มีแนวโน้มผู้เข้ารับการรักษาเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจเพิ่มขึ้น
หน่วยงานภาครัฐได้แจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่อำเภอเมืองเชียงรายและอำเภอแม่สาย ให้หลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมกลางแจ้ง สวมหน้ากากป้องกันฝุ่น PM2.5 และติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งเพิ่มความเข้มงวดในการควบคุมการเผา และติดตามจุดความร้อนอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม หากสถานการณ์หมอกควันยังคงยืดเยื้อ อาจส่งผลกระทบในวงกว้างทั้งด้านสุขภาพ เศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ชายแดนและเขตเมืองอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้







