ตร.สภ.บ้านดุง จับ 3 ผู้ต้องหาคดียิงหนุ่มวัย 39 ดับ คดีพลิกจากเมียจ้างฆ่า เป็นพี่ชายภรรยาแค้นแทน เหตุผู้ตายทำร้าย-ไถเงินเมียประจำ เร่งสอบขยายผล
ตร.สภ.บ้านดุง จับได้แล้วคนร้ายผู้ต้องหาใช้ปืนแก๊ปจ่อยิงหนุ่มวัย 39 ปีดับคาพงหญ้าลำห้วยเม็กท้ายหมู่บ้านบ้านนาสีนวล ลือสนั่นเมียจ้างพี่ชายฆ่าผัวปมเงินขายที่ดิน ล่าสุดส่อเค้าคดีพลิกที่แท้เป็นพี่ชายภรรยากับเพื่อนลงมือเอง สาเหตุพี่ชายแค้นถูกน้องเขยทำร้ายน้องสาวประจำ เลยสุดจะทนสวมบทฆาตกรยิงทิ้งน้องเขยคาพงหญ้า ชาวบ้านแฉสะพัด ไม่เกิดกับใครรู้ เมียไม่ได้จ้างฆ่า ถูกผัวคนตายไถเงินซ้อมปางตายประจำ พี่ชายสุดจะทนเลยลงมือแทน
เมื่อวันที่ 29 มี.ค.69 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้า จากกรณีชาวบ้านไปพบศพนายพัฒนา หรือ “นา” อายุ 39 ปี ถูกคนร้ายใช้อาวุธปืนแป๊บยิงทิ้งกลางพงหญ้าท้ายหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ต.บ้านชัย อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี เมื่อวันที่ 27 มี.ค.69 ที่ผ่านมา ซึ่งต่อมามีกระแสข่าวลือหนาหูว่า น.ส.สุพัตรา อายุ 39 ปี ภรรยาเป็นคนจ้างวานพี่ชายให้มาฆ่าสามีตัวเองปมมาจากเรื่องเงินจากการขายที่ดิน 11 ไร่แล้วแบ่งเงินกันไม่ลงตัว
ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตร.สภ.บ้านดุงจับกุมคนร้ายได้แล้ว 3 ราย ตามหมายจับศาลจ.อุดรธานี ประกอบด้วย 1.น.ส.สุพัตรา อายุ 39 ปีภรรยานายพัฒนา ตร.แจ้งข้อหา “เป็นผู้ก่อให้ผู้อื่นกระทำความผิดด้วยการใช้ จ้าง วานหรือด้วยวิธีอื่นใดซึ่งผู้ถูกใช้ได้กระทำความผิดสำเร็จตามที่ถูกใช้ในความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน” 2.นายศักดิ์สิทธิ์ อายุ 45 ปี พี่ชาย น.ส.สุพัตรา ในข้อหา “ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน” และ 3.นายเกรียงศักดิ์ อายุ 31 ปี พร้อมกับแจ้งข้อหา “ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน”
ต่อมาผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่ สภ.บ้านดุง พบกับ น.ส.สุพัตตรา พยายามสอบถามเรื่องที่จ้างวานพี่ชายฆ่าผัวเกิดจากสาเหตุอะไร แต่เจ้าตัวไม่ปริปากยอมพูดแต่อย่างใด ขณะเดียวกันผู้สื่อข่าวลงพื้นที่เจาะลึกข้อมูล พบเงื่อนงำคดีอาจพลิกผันจากหน้ามือเป็นหลังมือที่ว่าเมียจ้างฆ่าสามีตัวเอง แท้จริงแล้วจากปากชาวบ้านเผยเบื้องลึกสุดรันทด น.ส.สุพัตรา ถูกสามีทำร้ายร่างกายปางตายเป็นประจำ จนพี่ชายทนดูไม่ได้ จึงก่อเหตุเพราะความโกรธแค้นสะสม โดยเรื่องที่เกิดขึ้น ชาวบ้านต่างพากันเห็นอกเห็นใจที่มีต่อภรรยาของผู้ตาย แม้ในคราแรกจะมีกระแสข่าวว่าภรรยาเป็นคนจ้างวานฆ่า แต่ข้อมูลจากชาวบ้านที่ใกล้ชิดกลับให้การไปในทิศทางเดียวกันว่า "คดีนี้มีเบื้องหลังที่เจ็บปวดกว่าที่คิด"
ชาวบ้านรายหนึ่ง (ขอสงวนนาม) เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า พฤติกรรมของผู้ตายเป็นที่รู้กันดีของคนในหมู่บ้านว่า ชอบดื่มเหล้าเมามายและพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับยาเสพติดเสพยาแล้วคลั่ง ชอบทำร้ายร่างกายภรรยาเป็นประจำ "ไม่เกิดกับใครคงไม่รู้หรอก ความเจ็บปวดที่ผู้หญิงคนนี้ต้องเจอ มันสุดจะบรรยาย"
ข้อมูลเบื้องลึกจากชาวบ้านระบุอีกว่า ภรรยาของผู้ตายต้องใช้ชีวิตอยู่ด้วยความหวาดกลัวมาโดยตลอด ทุกครั้งที่สามีเมาและเสพยามา จะถูกทุบตีอย่างทารุณ บางครั้งถึงขั้นปางตาย ใช้ฟาดไม้ฟาดทำร้ายภรรยาเหยียบคอจมดิน แล้วยังมีลามทำร้ายเด็กที่เป็นลูกติดภรรยาด้วย ขณะที่ฝ่ายภรรยาเป็นคนเงียบๆ ก้มหน้าทนเพื่อลูก แต่ผัวยิ่งได้ใจ ยิ่งทำร้ายหนักขึ้นเรื่อยๆ นอกจากนี้ยังไถเงินจากภรรยาเป็นประจำไม่ให้ก็จะทำร้าย
ทั้งนี้ ข้อมูลสำคัญจากชาวบ้านที่ทำให้คดีนี้อาจพลิกคือ ตัวภรรยาไม่ได้เป็นคนจ้างวานฆ่า แต่เหตุกาณ์ที่เกิดขึ้นเกิดจากความเก็บกดและความโกรธแค้นสะสมของ "พี่ชาย" ของฝ่ายหญิง ที่เห็นน้องสาวถูกทำร้ายปางตายซ้ำแล้วซ้ำเล่า โดยเฉพาะเหตุการณ์ล่าสุดที่น้องสาวถูกตีจนหน้าตาบวมปูด เดินไม่ได้ ทำให้ผู้เป็นพี่ชายหมดความอดทน ตัดสินใจลงมือก่อเหตุเพื่อปกป้องน้องสาว
"โดยชาวบ้านแห่เห็นใจฝ่ายหญิง เปรียบเหมือน "ฝันร้ายที่จบลง" ชาวบ้านส่วนใหญ่ยอมรับว่ารู้สึกตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ในอีกมุมหนึ่งกลับรู้สึกสงสารและเห็นใจน.ส.สุพัตตรา เป็นอย่างมาก โดยมองว่าสิ่งที่เกิดขึ้นคือผลจากการกระทำของผู้ตายเองที่ทำร้ายผู้อื่นมาโดยตลอด "ถึงจะดูโหดร้ายที่พี่ชายฆ่าน้องเขย แต่ถ้ามองในมุมของพี่ที่เห็นน้องตัวเองถูกผัวซ้อมจนเกือบตายทุกวัน มันก็คงเหลืออด สงสารทั้งเมีย สงสารทั้งพี่ชายที่ต้องมารับกรรมแทน แม้คนตายจะตายไปแล้วพูดไม่ได้ แต่เหตุการณ์เมียถูกคนตายทำร้ายประจำเป็นเรื่องจริง" ชาวบ้าน กล่าวทิ้งท้าย
ขณะที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านดุง กำลังเร่งรวบรวมพยานหลักฐานและสอบปากคำผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดอย่างละเอียด เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป โดยยังไม่ตัดประเด็นใดทิ้ง ทั้งเรื่องการจ้างวาน หรือเหตุแห่งความโกรธแค้นส่วนตัว โดยในวันพรุ่งนี้ เจ้าหน้าที่ตร.จะคุมตัวทั้ง 3 คนไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพก่อนจะคุมตัวฝากขังศาลจ.อุดรธานีต่อไป








