วันอาทิตย์ที่ 29 มีนาคม 2569 เวลา 10.00 น. ณ โรงแรมเวลาดี จังหวัดนครพนม นายอนุรัตน์ ธรรมประจำจิต ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ ร่วมพิธีเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการสร้างการรับรู้และเผยแพร่พระอัจฉริยภาพทางด้านการยกระดับและพัฒนามรดกภูมิปัญญาผ้าและงานหัตถกรรมไทย ตามพระดำริสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ครั้งที่ 3 มี นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดการประชุม พร้อมด้วย นางจิณณารัชช์ สัมพันธรัตน์ นายกสมาคมแม่บ้านกระทรวงมหาดไทย นายสยาม ศิริมงคล อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน นางอรจิรา ศิริมงคล อุปนายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย (กรมการพัฒนาชุมชน) ผู้ว่าราชการจังหวัด และรองผู้ว่าราชการจังหวัด หัวหน้าสำนักงานจังหวัด พัฒนาการจังหวัด 9 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ นครพนม กาฬสินธุ์ มุกดาหาร ยโสธร ร้อยเอ็ด สกลนคร สุรินทร์ ศรีสะเกษ อำนาจเจริญ พร้อมด้วยเด็ก เยาวชน นักเรียน นักศึกษา และผู้ประกอบการผ้าและงานหัตถกรรม เข้าร่วมเป็นจำนวนมาก
ในการนี้ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นำผู้เข้าร่วมพิธีถวายธูปเทียนแพเบื้องหน้าพระรูป สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา แล้วกล่าวเปิดการประชุม พร้อมทั้งเยี่ยมชมนิทรรศการผ้าและงานหัตถกรรม รวมถึงหนังสือพระนิพนธ์ด้านผ้าและงานหัตถกรรมที่ได้รับพระราชทานพระกรุณาจากสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงเป็นบรรณาธิการถ่ายทอดพระอัจฉริยภาพในด้านต่างๆ อย่างครบถ้วน
ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงมีพระวิริยะอุตสาหะในการสนองงานแบ่งเบาพระราชภารกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ในการสืบสาน รักษา และต่อยอด พระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในการอนุรักษ์ ฟื้นฟู ศิลปวัฒนธรรม ภูมิปัญญาหัตถกรรมไทยให้ดำรงอยู่อย่างยั่งยืน "พระองค์ได้พระราชทานแนวพระดำริ "ผ้าไทยใส่ให้สนุก" คือ ความสุขที่ได้เลือกใช้ศิลปะหัตถกรรมไทย มาตัดเย็บเป็นเสื้อผ้าสวมใส่ให้เหมาะสมในโอกาสต่างๆ เป็นที่นิยมของทุกเพศทุกวัย สร้างอาชีพ สร้างรายได้กลับคืนสู่ชุมชน และกลุ่มผู้ผลิตผ้า ส่งเสริมและกระตุ้นการรังสรรค์ผ้าไทยให้มีความทันสมัยเป็นสากลอยู่เสมอ ทั้งพระราชทานแบบลายผ้าพระราชทานหลากหลายลวดลาย
ซึ่งล่าสุด คือ ผ้าลายขอสมเด็จฯ-เจ้าฟ้าฯ และผ้าลายบุปผาบรมราชินีนาถ ประเภทบาติก ซึ่งเป็นลายพระราชทาน ประจำปี 2569 รวมถึงพระราชทานเครื่องหมายรับรองสินค้าแฟชั่น และหัตถกรรมพระราชทาน "Sustainable Fashion แฟชั่นแห่งความยั่งยืน" แก่ช่างทอผ้า ช่างหัตถกรรม ผู้ผลิต และผู้ประกอบการที่สร้างสรรค์ผืนผ้า และหัตถกรรม ด้วยขั้นตอนที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม แสดงให้เห็นถึงสายพระเนตรอันยาวไกลที่ทรงมีพระประสงค์ให้กลุ่มผู้ผลิตผ้าให้ความสำคัญกับสภาพแวดล้อมที่ตนอาศัยอยู่ด้วย ทั้งได้พระราชทานกุศโลบายให้มีการจัดการประกวดผ้าและงานหัตถกรรมในทุกปี ทำให้ผู้ประกอบการช่างทอผ้าทุกเพศ ทุกวัย โดยเฉพาะเยาวชน ได้นำองค์ความรู้ที่ได้รับพระราชทาน มาผสมผสานเทคนิคของตนเองและลวดลายบรรพบุรุษรังสรรค์ผลงาน จึงทำให้ผ้าไทยมีอย่างหลากหลายและผู้เข้าประกวดได้ศึกษาแลกเปลี่ยนเรียนรู้พัฒนาผลงานตนเองเพื่อให้ได้เข้ารอบ รับรางวัลเหรียญทองอันสะท้อนถึงความมุ่งมั่น ความพยายามในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้เป็นที่ถูกอกถูกใจผู้บริโภค
นอกจากนี้ พระองค์ทรงเป็นบรรณาธิการบริหารหนังสือ "Thai Textiles Trend Book" โดยล่าสุดได้จัดทำเป็นเล่มที่ 6 แล้ว โดยกระทรวงมหาดไทยได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดทำสมุดภาพประวัติศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ 39 พรรษา "สิริวัณณวรีนารีรัตนราชพัสตราภรณ์ : แรงบันดาลใจแห่งการสร้างสรรค์ผืนผ้าและหัตถศิลป์ไทยร่วมสมัย" ด้วยสำนึกในพระกรุณาธิคุณ และเพื่อเผยแพร่พระวิสัยทัศน์ พระกรณียกิจ และพระอัจฉริยภาพของพระองค์ ที่ยังผลให้ผ้าและงานหัตถกรรมก้าวสู่เวทีระดับสากลเป็นที่ประจักษ์ สร้างพลังชุมชนให้เข้มแข็ง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน"
ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวเพิ่มเติมว่า ในวันนี้ สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทยได้เลือกจุดดำเนินการ ณ จังหวัดนครพนม ด้วยรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่เสด็จพระราชดำเนิน ณ บ้านนาหว้า อ.นาหว้า จ.นครพนม เพื่อทรงช่วยเหลือราษฎรที่ประสบความเดือดร้อนจากอุทกภัย เมื่อปี 2513 และพระราชทานพระมหากรุณาขยายผลจนเกิดเป็นศูนย์ศิลปาชีพแห่งแรกในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ณ วัดพระธาตุประสิทธิ์ และได้รับการพัฒนาเป็นมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ตราบถึงปัจจุบัน จึงขอให้พวกเราทุกคนได้ร่วมกันน้อมนำพระราชปณิธานสู่การถ่ายทอด สืบสาน รักษา ต่อยอด ไปยังน้อง ๆ เยาวชนคนรุ่นใหม่ เพื่อให้มรดกแห่งแผ่นดินนี้ยังคงอยู่คู่ประเทศไทย สร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ที่มั่นคงให้กับประชาชน สร้างเศรษฐกิจฐานรากที่เข้มแข็ง ทำให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน
ภูมิภาค-60








