ข่าวภูมิภาค

“บิ๊กหวาน” รอง ผบ.ตร. นำทีมบุกตรวจปั๊มเชลล์แยกสวนสมเด็จ หลังติดป้าย “น้ำมันหมด” เร่งคลายปมกักตุน

แชร์ข่าว

“บิ๊กหวาน” รอง ผบ.ตร. นำทีมบุกตรวจปั๊มเชลล์แยกสวนสมเด็จ หลังติดป้าย “น้ำมันหมด” เร่งคลายปมกักตุน

 

วันนี้ (21 มี.ค. 2569) เวลา 16.31 น. พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ต.สถาพร เอมโอษฐ์ รองจเรตำรวจแห่งชาติ ช่วยราชการตำรวจภูธรภาค 1 พล.ต.ต.วิทัศน์ บริรักษ์ ผู้บังคับการกองสารสนเทศ บช.ปส. พ.ต.อ.ปิยวุฒิ แก้วมณี รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรี นายกนต์ธร ศรีชุมจันทร์ นายอำเภอปากเกร็ด พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่จากศูนย์ปราบปรามน้ำมันเถื่อน ภาค 1 (ศปนม. ภาค 1) สรรพสามิตจังหวัด พาณิชย์จังหวัด ตำรวจภูธรเมืองอ่างทอง กองสารนิเทศสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรปากเกร็ด และกองกำกับการปฏิบัติการพิเศษ กองบังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 1 ร่วมกันลงพื้นที่ตรวจสอบสถานีบริการน้ำมันที่มีการติดป้ายแจ้งว่าน้ำมันหมด บริเวณปั๊มน้ำมันเชลล์ แยกสวนสมเด็จ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี โดยเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบเอกสารจากผู้ประกอบการ พร้อมตรวจจุดเก็บและจ่ายน้ำมันเพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงว่ามีการกักตุนน้ำมันหรือไม่ รวมถึงหาสาเหตุของการขาดแคลน

 

ด้านผู้จัดการสถานีบริการน้ำมัน เปิดเผยว่า ปัจจุบันปั๊มประสบปัญหาน้ำมันไม่เพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้นผิดปกติ จากเดิมลูกค้าส่วนใหญ่มักเติมครั้งละประมาณ 200 บาท แต่ช่วงนี้เปลี่ยนมาเติมเต็มถัง ส่งผลให้น้ำมันดีเซลขาดแคลนมากกว่าน้ำมันเบนซิน โดยเดิมยอดจำหน่ายน้ำมันดีเซลเฉลี่ยวันละประมาณ 2,000–3,000 ลิตร แต่ขณะนี้มีการนำน้ำมันมาลงวันละ 5,000–6,000 ลิตร และสามารถจำหน่ายหมดภายในเวลาเพียงประมาณ 5 ชั่วโมง สะท้อนถึงความต้องการใช้น้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะน้ำมันดีเซลทั้งชนิดวี-เพาเวอร์และชนิดธรรมดา

 

พล.ต.อ.ธัชชัย เปิดเผยว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นไปตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรีและผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามน้ำมันเถื่อน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ให้กำหนดมาตรการตรวจสอบสถานีบริการน้ำมันทั่วประเทศที่มีการปิดให้บริการ ไม่ว่าจะปิดทั้งหมดหรือปิดบางส่วน เช่น กรณีน้ำมันดีเซลหมดไม่สามารถจำหน่ายได้ โดยได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทั่วประเทศร่วมกับฝ่ายปกครองลงพื้นที่ตรวจสอบตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี เพื่อดูว่ามีการกักตุนน้ำมันหรือไม่

 

ทั้งนี้ การตรวจสอบเริ่มจากการตรวจเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการสั่งซื้อและการจำหน่ายน้ำมัน จากการตรวจสถานีบริการน้ำมันดังกล่าวพบว่าเอกสารถูกต้องครบถ้วน ส่วนปริมาณน้ำมันที่เหลือสามารถตรวจสอบได้จากระบบคอมพิวเตอร์ของปั๊ม พบว่าน้ำมันดีเซลคงเหลือประมาณ 1,200 ลิตร ซึ่งผลการตรวจสอบทางกายภาพก็สอดคล้องกัน โดยปริมาณดังกล่าวจำเป็นต้องคงไว้เพื่อหล่อเลี้ยงระบบถังเก็บน้ำมันไม่ให้แห้งเกินไป นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังได้ตรวจสอบคุณภาพน้ำมันควบคู่กัน ใช้เวลาประมาณเกือบ 10 นาที เพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีการกักตุนและน้ำมันมีคุณภาพตามมาตรฐาน

 

พล.ต.อ.ธัชชัย กล่าวเพิ่มเติมว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้กำชับให้ดำเนินการตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรีอย่างเข้มงวด โดยให้เจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมกับฝ่ายปกครองออกตรวจสถานีบริการน้ำมันในทุกพื้นที่ ทุกสถานีตำรวจจะมีการส่งสายตรวจสำรวจว่ามีสถานีบริการน้ำมันแห่งใดปิดให้บริการหรือไม่ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนว่าการขาดแคลนน้ำมันไม่ได้เกิดจากการกักตุน พร้อมทั้งมีการประชุมติดตามสถานการณ์ทุกวัน และจะรายงานผลการปฏิบัติให้ประชาชนได้รับทราบอย่างต่อเนื่องทุกวัน.

 

ภูมิภาค27

ข่าวแนะนำ

แชร์ข่าว