ข่าวภูมิภาค

เปิดปมสังหาร “เอ้ ระยอง” ตร.ชี้ชัดจ้างวานฆ่า! โอนเงินล่วงหน้า-ส่งปืนครบวงจร เร่งล่าผู้บงการตัวจริง

แชร์ข่าว




คดีอุกอาจสะเทือนขวัญชาวระยอง “เอ้ ระยอง” ถูกยิงดับกลางดึก ล่าสุดตำรวจแกะรอยพบเงื่อนงำ “จ้างวานฆ่า” ชัด โอนเงินล่วงหน้า-ส่งปืนให้มือปืน ก่อนจ่ายซ้ำหลังลงมือสำเร็จ เตรียมออกหมายจับเพิ่มอีก 2 ราย ล่าตัวผู้บงการตัวจริง



จากเหตุการณ์คนร้ายใช้อาวุธปืนยิงนายพันยศ หรือ “เอ้ ระยอง” อายุ 47 ปี ลูกชายเจ้าของรีสอร์ทในพื้นที่ ม.11 ต.บางบุตร อ.บ้านค่าย จ.ระยอง เสียชีวิต เหตุเกิดช่วงกลางดึกวันที่ 18 มีนาคม 2569 ก่อนหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว สร้างความตื่นตระหนกให้กับชาวบ้านในพื้นที่อย่างมาก

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ 2 ราย คือ นายภิสัก อายุ 45 ปี และนายศุภวัฒน์ อายุ 50 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดระยอง ในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และมีอาวุธปืนพร้อมเครื่องกระสุนไว้ในครอบครอง โดยจับกุมได้ในพื้นที่ จ.เพชรบุรี



จากการสอบสวน ผู้ต้องหาทั้งสองให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือก่อเหตุจริง โดยใช้อาวุธปืนลูกโม่ขนาด .38 ยิงผู้ตาย แต่ให้การอ้างว่าเป็นเหตุซึ่งหน้า อย่างไรก็ตาม แนวทางสืบสวนของตำรวจยังไม่เชื่อคำให้การดังกล่าว



ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2569 พล.ต.ต.ปราโมทย์ งามประดิษฐ์ ผบก.ภ.จว.ระยอง พร้อมด้วย พ.ต.อ.ปราโมทย์ คงคาลัย ผกก.สภ.บ้านค่าย, พ.ต.อ.อภิชนันท์ วัฒนวรางกูร ผกก.สส.ภ.จว.ระยอง และ พ.ต.อ.วิรัตน์ เตชะนันท์ ผกก.(สอบสวน)ภ.จว.ระยอง เรียกประชุมชุดสืบสวนเร่งคลี่คลายคดี โดยตรวจสอบทั้งกล้องวงจรปิด เส้นทางการเงิน และสัญญาณโทรศัพท์มือถือ



พบข้อมูลสำคัญว่า ก่อนเกิดเหตุมีการโอนเงินจำนวน 10,000 บาท เข้าบัญชีนายภิสัก พร้อมมีบุคคลนำอาวุธปืนขนาด .38 มาให้ใช้ก่อเหตุ อีกทั้งผู้ต้องหายังเช่ารถจากจังหวัดราชบุรี เดินทางมาดูลาดเลาหลายครั้ง กระทั่งคืนเกิดเหตุจึงลงมือยิง

หลังจากก่อเหตุแล้ว ยังมีการโอนเงินเข้าบัญชีเพิ่มเติมอีก 40,000 บาท ลักษณะคล้ายการจ่ายค่าจ้างหลังงานสำเร็จ สอดคล้องกับหลักฐานจากกล้องวงจรปิดที่บันทึกภาพขณะผู้ต้องหาพูดคุยและรับอาวุธจากบุคคลที่เชื่อว่าเป็นผู้จ้างวาน ตำรวจเชื่อว่า คดีนี้มี “ผู้บงการ” อยู่เบื้องหลังอย่างชัดเจน ขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อขอศาลออกหมายจับเพิ่มอีกอย่างน้อย 2 ราย

ด้านพนักงานสอบสวนได้คัดค้านการประกันตัวผู้ต้องหาทั้งสอง เนื่องจากคดีมีอัตราโทษสูง และเกรงว่าจะหลบหนี พร้อมเร่งสำนวนส่งฟ้องศาลจังหวัดระยองแล้วในช่วงเช้าวันเดียวกัน

คดีนี้ยังต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เนื่องจากตำรวจเดินหน้าขยายผลต่อเนื่อง เพื่อสาวถึงตัว “ผู้สั่งตาย” ตัวจริง มาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้โดยเร็ว