คดีสะเทือนขวัญกลางรีสอร์ทดังในพื้นที่ ม.11 ต.บางบุตร อ.บ้านค่าย จ.ระยอง เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามจับกุมมือปืนโหดซึ่งเป็น ส.อบต.ใน จ.เพชรบุรี หลังก่อเหตุใช้อาวุธปืนลูกโม่ขนาด .38 กระหน่ำยิงลูกชายเจ้าของรีสอร์ทเสียชีวิตอย่างอุกอาจ ก่อนซิ่งเก๋งหลบหนี ขณะนี้ยังเหลือผู้ต้องหาอีก 1 ราย อยู่ระหว่างเร่งล่าตัว
จากกรณีดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนหลายหน่วยในพื้นที่ระยอง ระดมกำลังลงพื้นที่สืบสวนแกะรอยคนร้ายอย่างต่อเนื่อง โดยตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด และสอบปากคำพยานแวดล้อม โดยเฉพาะภรรยาของผู้เสียชีวิต ซึ่งสามารถยืนยันรูปพรรณคนร้ายได้อย่างชัดเจน กระทั่งทราบว่าหลังก่อเหตุคนร้ายได้ขับรถยนต์เก๋งยี่ห้อโตโยต้า สีขาว หลบหนีออกจากพื้นที่ ต่อมาเจ้าหน้าที่สามารถติดตามจับกุมตัว นายภิสัก อายุ 45 ปี ซึ่งเป็นสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบล (ส.อบต.) ในพื้นที่ จ.เพชรบุรี ได้ที่บ้านพัก พร้อมควบคุมตัวมาสอบสวน ขณะที่ผู้ร่วมก่อเหตุอีก 1 รายยังคงหลบหนี
ความคืบหน้าเกี่ยวกับคดีนี้ พ.ต.อ.อภิชนันท์ วัฒนวรางกูร ผกก.สส.ภ.จว.ระยอง พร้อมกำลังชุดสืบสวน ภ.จว.ระยอง สภ.บ้านค่าย ตร.ทล.เพชรบุรี และ สภ.เขาย้อย ร่วมกันสอบปากคำผู้ต้องหาอย่างละเอียด เพื่อคลี่คลายปมเหตุสังหาร
เบื้องต้น นายภิสัก ให้การรับสารภาพว่า เดินทางมาจาก จ.เพชรบุรี และเข้าพักในรีสอร์ทที่เกิดเหตุ ก่อนพบ นายพันยศ หรือ “เอ้” ผู้ตายนั่งดื่มเบียร์อยู่เพียงลำพัง จึงเข้าไปนั่งดื่มด้วย ระหว่างนั้นสังเกตเห็นอาวุธปืนลูกโม่ขนาด .38 ของผู้ตายวางอยู่ จึงหยิบขึ้นมาพูดคุยเชิงหยอกล้อ กระทั่งเกิดการโต้เถียง โดยผู้ตายพูดทำนองท้าทายว่า “ลองยิงปากมึงดูสิว่าจะตายไหม” ทำให้ตนเกิดความไม่พอใจ
ผู้ต้องหาอ้างว่าอาศัยจังหวะผู้ตายเผลอ หยิบปืนกระบอกดังกล่าว ยิงเข้าที่ท้ายทอย 3 นัด ก่อนยิงซ้ำอีก 2 นัด รวม 5 นัด จนผู้ตายล้มคว่ำหน้าจมกองเลือดเสียชีวิตคาที่ จากนั้นได้เรียกเพื่อนที่มาด้วยกันให้พากันหลบหนี และนำอาวุธปืนของผู้ตายติดตัวไปด้วย ก่อนนำไปโยนทิ้งน้ำเพื่อทำลายหลักฐาน
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การทั้งหมด เนื่องจากลักษณะการก่อเหตุมีความโหดเหี้ยมและต่อเนื่อง อีกทั้งยังมีผู้ร่วมก่อเหตุ จึงอยู่ระหว่างเร่งรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม ทั้งการตรวจสอบข้อมูลในโทรศัพท์มือถือของผู้เสียชีวิตและผู้ต้องหา รวมถึงเส้นทางการเงินและความเชื่อมโยงต่าง ๆ เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของคดี เบื้องต้นเตรียมนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.บ้านค่าย ดำเนินคดีในข้อหา “ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา” และข้อหาอื่นที่เกี่ยวข้อง พร้อมเร่งติดตามตัวผู้ร่วมก่อเหตุที่ยังหลบหนีมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป








