ตลาดค้าส่งค้าปลีก เทศบาลนครบุรีรัมย์ ซึ่งเป็นตลาดจำหน่ายสินค้าและอาหารช่วงเย็น รายใหญ่ของตัวจังหวัดบุรีรัมย์ ค่อนข้างเงียบเหงา มีประชาชนออกมาเลือกซื้อสินค้า และอาหารน้อยลง กว่าปกติทุกวันอย่างเห็นได้ชัด คาดเป็นผลกระทบมาจากวิกฤตน้ำมันที่ขาดแคลน ขณะที่ราคาจำหน่ายยังคงไม่มีการปรับขึ้นราคาแต่อย่างใด ซึ่งคาดว่าในสัปดาห์ต่อไปอาจจะมีการปรับขึ้นราคาอย่างแน่นอน
เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 18 มี.ค.69 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศ การจับจ่ายใช้สอยภายในตลาดค้าส่งค้าปลีก เทศบาลนครบุรีรัมย์ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ซึ่งเป็นตลาดที่เปิดขายอาหารสด อาหารแห้ง ผักและผลไม้ รายใหญ่ในตัวเมืองบุรีรัมย์ ที่พ่อค้าแม่ค้าจะเริ่มเปิดแผงขายของ ตั้งแต่เวลาประมาณ 14.00 น.เป็นต้นไป จนถึงเวลาประมาณ 20.00 น. ของทุกวัน
โดยในวันนี้บรรยากาศ ค่อนข้างเงียบเหงา โดยมีประชาชนออกมา จับจ่ายเดินจ่ายตลาดค่อนข้างบางตาอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งต่างจากปกติในช่วงเย็นของทุกวัน ที่มักจะมีประชาชนออกมาเดินจับจ่ายตลาด อย่างหนาแน่น เพื่อเลือกซื้ออาหารสด อาหารแห้ง ผักและผลไม้ เพื่อนำไปประกอบอาหารไว้รับประทานในช่วงเย็นและช่วงเช้า ในขณะที่บรรดาพ่อค้า แม่ค้า ต่างนั่งรอลูกค้าเก้อ
ทั้งนี้ พ่อค้าแม่ค้า ต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า ตลอดทั้งสัปดาห์ที่ผ่านมา จนถึงสัปดาห์นี้ ลูกค้าหายไปค่อนข้างมาก ทำให้ขายของกันไม่ค่อยได้ ทั้ง ๆ ที่ราคาจำหน่ายสินค้าและอาหารแทบทุกชนิด ยังคงขายในราคาเดิม และยังคงไม่มีการปรับขึ้นราคาแต่อย่างใด ไม่ว่าจะเป็นอาหารทะเล อาหารสด อาหารแห้ง และผักผลไม้ แต่คาดว่าหลังจากนี้เป็นต้นไป ราคาสินค้าอาจจะมีการปรับราคาเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากวิกฤติน้ำมันที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนี้ พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งหามาตรการแก้ไขโดยด่วน
ขณะที่แม่ค้าขายปลา รายหนึ่ง บอกว่า ทำไมมันเงียบแท้ เรียนบอกนายกรัฐมนตรีด้วยว่าตลาดเงียบมากเลย ดูแล้วก็น่าจะเงียบเหมือนเดิม เงียบไปตลอดอีกแน่นอน ด้านพ่อค้าขายผัก รายหนึ่ง บอกว่า ทุกวันนี้ค่อนข้างเงียบกว่าทุกวัน ถ้าเทียบกับห้วงปกติก่อนหน้านี้ก็ยังดีอยู่ ซึ่งบรรยากาศที่เงียบเหงาแบบนี้เป็นมากว่า 1 สัปดาห์แล้ว
นางทองลอ แม่ค้าขายไข่ บอกว่า เริ่มเงียบเหงามาตั้งแต่เริ่มมีเหตุการณ์สู้รบในตะวันออกกลาง จากที่ปกติในช่วงเย็นของทุกวันจะมีผู้คนออกมาจับจ่ายเลือกซื้ออาหารและสินค้ากันอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ยอดขายลดลงอย่างเห็นได้ชัด โดยไข่ไก่ที่ทางร้านขายในทุกวันนี้ ต้นทางก็มีการปรับขึ้นราคามาแล้ว 2 รอบๆละ 6 บาท แต่ทางร้านยังคงขายในราคาปกติเช่นเดิม และคาดว่าแนวโน้มหลังจากนี้น่าจะมีการปรับขึ้นราคาอีกอย่างแน่นอน อีกทั้งประชาชนส่วนใหญ่เริ่มหันมาประหยัด กันเพิ่มขึ้น เพราะการออกมานอกบ้านแต่ละครั้งมีค่าใช้จ่าย ไม่ว่าจะเป็นค่ารถ ค้าน้ำมัน
นายเฉียบ พ่อค้าอาหารทะเล บอกว่า ทางร้านของตนยังคงขายในราคาปกติ เนื่องจากตอนนี้ผู้จำหน่ายอาหารทะเลที่ตนไปรับยังไม่มีการปรับขึ้นราคา และคาดว่าหลังจากนี้ประมาณวันที่ 20 มี.ค.เป็นต้นไป อาจจะต้องมีการปรับราคาอาหารทะเลเพิ่มขึ้น แต่ถึงอย่างไรก็ตามตอนนี้ก็ยังไม่มีผลกระทบ แต่ถ้าไม่มีน้ำมันเติมกระทบแน่นอน ขอให้มันมีน้ำมันเติม เท่าไหร่ก็ต้องเติมเพราะต้องเดินทาง ขอแค่ให้มีน้ำมันเติมก็พอ







