วันที่ 18 มี.ค. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานวิกฤตการณ์น้ำมันดีเซลขาดแคลนในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี หลังโลกโซเชียลระงับความร้อนแรงไม่อยู่ แห่โพสต์ตามหาพิกัดปั๊มที่ยังมีน้ำมันขาย พบกระทบถ้วนหน้าทั้งชาวสวนที่อยู่ในช่วงเก็บเกี่ยวและรถรับจ้างสาธารณะ
จากการลงพื้นที่สำรวจ พบว่าสถานีบริการน้ำมันหลายแห่งในตัวเมืองจันทบุรี โดยเฉพาะปั๊มเชลล์ข้างสถานีขนส่ง และปั๊ม ปตท. (บจก.เบสท์ เพอร์ฟอร์แมนซ์) ต่างนำกระดาษมาแปะประกาศ "ดีเซลหมด" ไว้ที่หัวจ่าย เหลือเพียงน้ำมันพรีเมียมและกลุ่มเบนซินเท่านั้นที่ยังพอมีจำหน่าย
นายวิชัย ผู้ช่วยผู้จัดการปั๊ม ปตท.เปิดเผยว่า น้ำมันดีเซลขาดช่วงมาตั้งแต่คืนวันที่ 17 มี.ค. แม้จะมีรถขนส่งเข้ามาส่งช่วงเช้ามืด แต่เพียงแค่ 3 ชั่วโมงน้ำมันก็เกลี้ยงตู้ เนื่องจากมีรถบรรทุกและรถกระบะมาจอดเข้าคิวรอก่อนปั๊มเปิดนับสิบคัน ตอนนี้ทำได้เพียงรอทางคลังปล่อยรถขนส่งรอบใหม่ ซึ่งยังไม่สามารถระบุเวลาที่แน่นอนได้
"เราพยายามบริหารจัดการน้ำมันที่เหลือจำกัด โดยเน้นเฉลี่ยให้กลุ่มแกลลอนเล็กสำหรับประชาชนที่จำเป็นจริง ๆ ส่วนถัง 200 ลิตรต้องขอระงับไว้ก่อน เพื่อให้กระจายได้ทั่วถึงที่สุด" นายวิชัยระบุ
ด้านนายนนท์วศิน คนขับรถสองแถวสายจันทบุรี - นายายอาม วัย 61 ปี สะท้อนความลำบากว่า ตลอด 4-5 วันที่ผ่านมา ต้องตื่นตั้งแต่ตี 5 เพื่อขับรถตระเวนหาเติมน้ำมันให้เต็มถัง บางวันต้องแวะถึง 4 ปั๊มกว่าจะได้เติมน้ำมันที่จำกัดโควตาขายเพียง 500-800 บาทต่อคัน
"ผมวิ่งวันละกว่า 260 กิโลเมตร ค่าน้ำมันตกวันละ 700 บาท แม้ตอนนี้ราคาจะขยับขึ้นอีก 50 สตางค์ แต่สิ่งที่กังวลกว่าราคาคือ 'ไม่มีน้ำมันให้เติม' เราทิ้งผู้โดยสารกลางทางไม่ได้ ส่วนเรื่องการปรับค่าโดยสารยังต้องรอประชุมร่วมกับขนส่งจังหวัด ซึ่งคงปรับขึ้นลำบากในสภาวะเศรษฐกิจแบบนี้" โชเฟอร์รุ่นใหญ่กล่าวทิ้งท้าย สถานการณ์น้ำมันในจันทบุรีขณะนี้ยังคงตึงเครียด นอกจากการขาดแคลนแล้ว ราคาน้ำมันวันนี้ยังมีการปรับขึ้น โดยดีเซลปรับขึ้น 50 สตางค์ และกลุ่มแก๊สโซฮอล์ปรับขึ้นอีก 1 บาทต่อลิตร ยิ่งซ้ำเติมค่าครองชีพของประชาชนในพื้นที่







