ข่าวภูมิภาค

บุรีรัมย์เยี่ยมครอบครัวแรงงานอิสราเอล ยืนยันปลอดภัยยังสู้ทำงานต่อจนครบสัญญา

แชร์ข่าว



วันที่ 17 มี.ค.69  ว่าที่ ร.ต.สมชาย  ละอองทอง  จัดหางานจังหวัดบุรีรัมย์  พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายจัดหางานต่างประเทศ    ได้ลงพื้นที่ไปเยี่ยมให้กำลังใจครอบครัวแรงงานไทย ในตำบลโคกสะอาด  อำเภอปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์ ถึงที่บ้าน   ซึ่งเป็นหนึ่งในครอบครัวแรงงานที่เดินทางไปทำงานรัฐอิสราเอล   หนึ่งในประเทศตะวันออกกลางที่ได้รับผลกระทบจากภาวะสงคราม การลงพื้นที่ไปเยี่ยมในครั้งนี้ก็เพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้กับครอบครัวแรงงาน  และยืนยันว่าแรงงานทุกคนที่ทำงานในรัฐอิสราเอล  และอีกหลายประเทศในตะวันออกกลางยังปลอดภัยดี    ก็สร้างความโล่งใจให้กับทางครอบครัว    


       
ทั้งนี้ ทางจัดหางาน  ยังได้แนะนำให้ญาติแรงงานช่วยเน้นย้ำกับแรงงานไทยในอิสราเอล ให้ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน SMART TOEA ของกรมการจัดหางาน และเปิดการอนุญาตการเข้าถึงตำแหน่ง (Location) ผ่านสมาร์ทโฟน  เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับแรงงานไทยในต่างประเทศ   หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือแรงงานต้องการขอความช่วยเหลือ  เจ้าหน้าที่จะได้ทราบตำแหน่งที่แรงงานอยู่ได้อย่างรวดเร็ว เพื่อจะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้การช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงที  หากเกิดสถานการณ์ฉุกเฉินขึ้น


       
ขณะที่ทางครอบครัวก็ได้วีดีโอคอลคุยกับแรงงานที่ทำงานอยู่ที่รัฐอิสราเอลเพื่อสอบถามถึงสถานการณ์  และสภาพความเป็นอยู่   ซึ่งแรงงานก็บอกว่ามีเสียงระเบิดจากขีปนาวุธบนท้องฟ้าดังเกือบทุกวัน แต่ทางอิสราเอลก็ยิงสกัดได้  ทำให้ไม่มีระเบิดตกใกล้กับที่ชุมชน หรือที่ทำงานอยู่แต่อย่างใด  เหตุการณ์ไม่ได้น่ากลัวเหมือนที่ปรากฏในสื่อโซเชียล  แรงงานไทยทุกคนยังปลอดภัยดี  ก็ทำให้ครอบครัวคลายความกังวล ทั้งนี้แรงงานก็ยืนยันจะทำงานต่อจนครบสัญญาเพราะกลัวว่าหากเดินทางกลับ  ก็จะเดือดร้อนเรื่องภาระหนี้สิน  และค่าใช้จ่ายในครอบครัว  เนื่องจากในไทยหางานค่อนข้างยากและค่าแรงต่ำกว่าที่อิสราเอลหลายเท่า    
         
นางสำเรียง  ที่รัก  แม่ของนายสุรชัย  ขันทะชัย  แรงงานชาว อ.ลำปลายมาศ  ที่ทำงานในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ในกรุงเทลอาวีฟ บอกว่า ลูกชายเพิ่งเดินทางไปทำงานที่อิสราเอลได้ 5 เดือน  ได้เงินเดือนประมาณ 7 - 8 หมื่น  ส่งกลับมาบ้านเดือนละ 5 หมื่น  ก็ใช้หนี้ที่หยิบยืมเดินทางไปทำงาน  350,000 บาท  และหนี้ที่ซื้อรถไถมาประกอบอาชีพเกษตรกรรมในครอบครัวอีกเกือบล้าน ในฐานะแม่ก็เป็นห่วงลูก   แต่ลูกชายยืนยันจะทำงานต่อจนครบสัญญา 5 ปี   เพราะหากเกินทางกลับตอนนี้ครอบครัวก็ต้องเดือดร้อน  ทั้งภาระหนี้สินและในไทยหางานลำบาก  ค่าแรงก็ต่ำกว่าอิสราเอลหลายเท่า  แต่ลูกชายก็ยืนยันว่าเหตุการณ์ไม่ได้น่ากลัว และยังปลอดภัยดี   ก็รู้สึกโล่งใจก็ภาวนาขอให้ลูกปลอดภัย   และดีใจที่ทางจัดหางานมาเยี่ยมทำให้ครอบครัวมีกำลังใจมากขึ้น     
         
ซึ่งจากข้อมูลพบว่า จ.บุรีรัมย์ มีแรงงานเดินทางไปทำงานอิสราเอลเกือบ 2,000 คน และทำงานในประเทศแถบตะวันออกกลางอีกเกือบ 1,000 คน  ปัจจุบันมีแรงงานใน จ.บุรีรัมย์ ที่ทำงานอยู่ในแถบตะวันออกกลางกลางเกือบ 3,000 คน  หลังเกิดเหตุความไม่สงบ   มีแรงงานที่ทำงานบาร์เรนแจ้งขอเดินทางกลับเพียง 2 ราย  ที่เหลือยังไม่แจ้งขอกลับแต่อย่างใด