ข่าวภูมิภาค

ดันวงแหวนรอบที่ 3 ลงอ่างทอง รองรับการพัฒนาภาคกลางอ่างทอง-นครสวรรค์

แชร์ข่าว

วันที่ 15 มี.ค.69 นายทัศนัย สุธาพจน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง (กลุ่มภารกิจด้านเศรษฐกิจและสังคม) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน เพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนบน ครั้งที่ 2/2569 มีนายนที มนตริวัต ผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง /นายชวนินทร์ วงศ์สถิตย์จิรกาล ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ในฐานะประธายกลุ่มจังหวัดภาคกลาง พร้อมผู้ว่าราชการกลุ่มจังหวัดฯ ร่วมประชุมเมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ใน จ.อ่างทอง

มีการหารือโครงการถนนวงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร รอบที่ 3 ซึ่งเป็นโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) ขนาดใหญ่ของกรมทางหลวง มีบทบาทสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพของระบบคมนาคม และรองรับการขยายตัวของเมืองในอนาคต

จากเดิมเส้นทางจะเชื่อมกับทางหลวง 33 ป่าโมก-สุพรรณบุรี-บางปะหัน-ภาชี โดยวงแหวนมีกำหนดลงที่ อ.บางปะหัน จ.พระนครศรีอยุธยา ตลอดเส้นทางจะมีรถไฟรางคู่บรรจบที่ชุมทางบ้านภาชี ด้วยนั้น ในที่ประชุม กรอ.กลุ่มจังหวัดฯ พิจารณาร่วมกัน คือ หากลงที่ อ.บางปะหัน จะทำให้การจราจรคับคั่งและการพัฒนากระจุกตัวอยู่ที่พระนครศรีอยุธยา มากเกินไป

จึงได้มีการเสนอย้ายจุดลงวงแหวนรอบที่ 3 มาอยุ่ที่ จ.อ่างทอง ซึ่งเส้นทางเดิม คือ ทล.33 สุพรรณบุรี - ป่าโมก เมื่อถึงแยกป่าโมก จะเลี้ยวซ้ายเข้าถนน 309 เข้าเมืองอ่างทอง แล้วเลี้ยวขวาไปออกสายเอเชีย เชื่อมต่อไปยัง อ.มหาราช จ.อยุธยาฯ - อ.ดอนพุด/อ.เสาไห้ จ.สระบุรี แะเชื่อมต่อออกบายพาสสระบุรีไป ถ.พหลโยธิน และถนนมิตรภาพได้

ส่วนเส้นทางรถไฟก็จะขนานถนนเส้นดังกล่าว และไปบรรจบกับที่สถานีป๊อกแป๊ก จ.สระบุรี ซึ่งมีแนวโน้มที่จะพัฒนาสถานีดังกล่าวให้เป็นชุมทางขนาดใหญ่ แทนการพัฒนาที่ชุมทางบ้านภาชี เพราะเมืองล้อมรอบหมดแล้ว

การเสนอย้ายจุดลงวงแหวนรอบที่ 3 มา จ.อ่างทอง เพื่อรองรับการพัฒนาเมืองในพื้นที่ จ.อ่างทอง /สิงห์บุรี /ชัยนาท /ลพบุรี(บางส่วน) /อุทัยธานี /อ.มหาราช จ.อยุธยาฯ อ.ดอนพุด อ.เสาไห้ และพื้นที่ใกล้เคียง ใน จ.สระบุรี ได้

ซึ่งโครงการวงแหวนรอบที่ 3 นี้ จะทำให้เกิดการกระจายการจราจร ลดปริมาณการจราจรที่มุ่งเข้าสู่พื้นที่ชั้นในของกรุงเทพมหานครโดยตรง รวมทั้งช่วยแบ่งเบาภาระของถนนวงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร รอบที่ 2 (ถนนกาญจนาภิเษก) ซึ่งในปัจจุบันมีปริมาณการจราจรหนาแน่น

จะเป็นการเชื่อมโยงโครงข่ายคมนาคมเพื่อพัฒนาโครงข่ายทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองให้สามารถเชื่อมต่อการเดินทางระหว่างภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก ได้ต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ

รวมถึงสนับสนุนระบบโลจิสติกส์ เพื่อรองรับการขนส่งสินค้า และส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่ปริมณฑล และภูมิภาค

โครงการและแนวเส้นทางนี้ มีระยะทางรวมประมาณ 410 – 460 กิโลเมตร ครอบคลุมแนวเส้นทางพาดผ่าน 6 จังหวัด ได้แก่ พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี กรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ สมุทรสาคร และ นครปฐม

เป็นโครงการทางหลวงพิเศษขนาด 6 ช่องจราจร รองรับการขยายเป็น 8 ช่องจราจรในอนาคต เมื่อปริมาณการจราจรเพิ่มขึ้น โดยมีการจัดทำทางขนานและทางแยกต่างระดับเชื่อมต่อกับถนนสายหลักอำนวยความสะดวกแก่การสัญจรของประชาชนในพื้นที่โดยรอบ

ปัจจุบันโครงการอยู่ในขั้นตอนการศึกษาความเหมาะสม การสำรวจพื้นที่ การออกแบบรายละเอียดทางวิศวกรรม และการจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) โดยกรมทางหลวง ได้แบ่งการศึกษาออกเป็นหลายช่วง ได้แก่ ด้านตะวันออก ด้านตะวันตก และด้านเหนือ

ภูมิภาค-45

ข่าวแนะนำ