วันนี้ (13 มี.ค.69) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายปริญญา ศรีประเสริฐ แรงงานจังหวัดอุดรธานี นำทีมเจ้าหน้าที่สังกัดกระทรวงแรงงาน (5 เสือแรงงาน) ลงพื้นที่หมู่ 8 บ้านสันติธรรม ตำบลนาชุมแสง อำเภอทุ่งฝน จังหวัดอุดรธานี เพื่อเยี่ยมเยียนและให้กำลังใจครอบครัวของ นายกิตติโรจน์ พลพันธ์ขาง หรือ "ดอส" อายุ 32 ปี หนึ่งในลูกเรือขนส่งสินค้า "มยุรีนารี" สัญชาติไทย ที่รอดชีวิตจากเหตุการณ์ระทึกขวัญ ถูกขีปนาวุธยิงถล่มบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ
ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่ได้วิดีโอคอลพูดคุยกับนายกิตติโรจน์ ซึ่งขณะนี้พักอยู่ที่โรงแรมในประเทศโอมาน ร่วมกับเพื่อนลูกเรือที่รอดชีวิตอีกกว่า 20 คน โดยนายกิตติโรจน์ แจ้งว่า ตอนนี้สุขภาพกายและใจสบายดี ทางเจ้าหน้าที่ที่นั่นดูแลเป็นอย่างดี พร้อมเล่าวินาทีเฉียดตายว่า ช่วงเกิดเหตุเป็นจังหวะเปลี่ยนกะเวรพอดี ตนและเพื่อนเพิ่งเดินขึ้นมาจากห้องเครื่อง ส่วนเพื่อนอีก 3 คนกำลังลงไป คล้อยหลังเพียงไม่นานก็เกิดเสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว ตนรอดตายมาได้อย่างหวุดหวิด ทั้งนี้ ทางบริษัทต้นสังกัดแจ้งว่าเตรียมจัดการให้บินกลับมาถึงบ้านเกิดในวันที่ 17 มีนาคมนี้ ตนรู้สึกดีใจมากที่รอดชีวิตมาได้
ด้าน นายประพันธ์ พลพันธ์ขวาง อายุ 63 ปี บิดาของนายกิตติโรจน์ เปิดเผยด้วยความตื้นตันว่า รู้สึกดีใจมากที่เจ้าหน้าที่มาเยี่ยม และดีใจที่สุดที่ลูกชายปลอดภัย ลูกชายทำงานบนเรือมานานกว่า 10 ปีแล้ว เดิมทีมีกำหนดจะกลับบ้านหลังเทศกาลสงกรานต์ วันแรกที่ทราบข่าวเรือถูกโจมตีตนแทบช็อก แต่พอรู้ว่าลูกปลอดภัยก็โล่งใจเหมือนตายแล้วเกิดใหม่ ในวันที่ 17 มีนาคม ที่ลูกจะเดินทางถึงบ้าน ทางครอบครัวเตรียมจัดพิธีบายศรีสู่ขวัญและผูกข้อต่อแขนตามประเพณีเพื่อรับขวัญ
นายประพันธ์ กล่าวเพิ่มเติมถึงความเชื่อของครอบครัวว่า ก่อนหน้านี้แม่ของนายกิตติโรจน์ได้มอบ "เหรียญหลวงพ่อพิบูลย์" ให้ลูกชายห้อยติดตัวไว้ตลอดเวลา ซึ่งเป็นพระเกจิอาจารย์ที่ชาวบ้านในพื้นที่อำเภอทุ่งฝนและใกล้เคียงเคารพศรัทธาอย่างมาก เชื่อว่าบารมีของหลวงพ่อช่วยคุ้มครองให้ลูกชายแคล้วคลาดปลอดภัยจากเหตุการณ์เฉียดตายในครั้งนี้
นายปริญญา ศรีประเสริฐ แรงงานจังหวัดอุดรธานี กล่าวว่า การลงพื้นที่ในวันนี้ เป็นการตัวแทนกระทรวงแรงงานมาให้กำลังใจครอบครัวผู้ประสบภัย พร้อมทั้งให้คำแนะนำเบื้องต้นเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์และการช่วยเหลือที่พึงได้รับตามกฎหมายแรงงาน โดยในวันที่ 17 มีนาคมนี้ ทางเจ้าหน้าที่จะเดินทางมาร่วมแสดงความยินดีและให้กำลังใจอีกครั้ง หลังจากนายกิตติโรจน์เดินทางกลับมาถึงภูมิลำเนาโดยสวัสดิภาพ








