วันที่ 13 มีนาคม 2569 น.ส.จุ๊บ (นามสมมุติ) อายุ 39 ปี ชาว จ.นครราชสีมา ได้นำคลิปวิดีโอหลักฐานเข้าร้องเรียนต่อสื่อมวลชน เพื่อขอความเป็นธรรมให้กับลูกชาย คือ “น้องกัน” (นามสมมุติ) อายุ 15 ปี หลังถูกผู้ปกครองกลุ่มหนึ่งประมาณ 3-4 คน รุมทำร้ายร่างกาย ภายในบริเวณโรงพยาบาล
จากคลิปเหตุการณ์ปรากฏภาพผู้ใหญ่กลุ่มดังกล่าวเข้ารุมทำร้ายเด็กชาย ด้วยการตบเข้าที่บ้องหู ต่อยที่หัวไหล่ซ้าย จิกผม และต่อยเข้าที่ท้อง ท่ามกลางความพยายามของบุคคลที่อยู่ในเหตุการณ์ที่พยายามเข้าห้ามปราม แต่ผู้ก่อเหตุกลับไม่สนใจ ยังคงปรี่เข้าทำร้ายพร้อมตะโกนด่าทออย่างต่อเนื่อง
น.ส.จุ๊บ เล่าด้วยน้ำตาคลอว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2569 เวลาประมาณ 22.30 น. หลังลูกชายโทรศัพท์มาแจ้งว่าถูกผู้ใหญ่กลุ่มหนึ่งรุมทำร้ายร่างกายที่โรงพยาบาล ทำให้ตนตกใจอย่างมาก ก่อนจะสอบถามรายละเอียดจากลูกชาย ลูกชายเล่าว่า ก่อนเกิดเหตุได้เดินทางมากับเพื่อนผู้หญิงและผู้ปกครอง เพื่อมาดูอาการคนเจ็บที่โรงพยาบาล โดยก่อนหน้านั้น “น้องวัน” อายุ 15 ปี นักเรียนชั้น ม.4 กับ “น้องใจ” อายุ 16 ปี นักเรียนชั้น ม.5 ซึ่งเป็นนักเรียนต่างสถาบัน ได้มีการนัดเคลียร์ใจกันในพื้นที่ อ.ปักธงชัย และเกิดการตบตีกันเมื่อเวลาประมาณ 20.00 น. ของวันเดียวกัน พร้อมมีการถ่ายคลิปไว้ ก่อนที่ฝ่ายน้องใจจะถูกพามารักษาตัวที่โรงพยาบาล ต่อมาฝ่ายคู่กรณีได้เดินทางมาที่โรงพยาบาลเช่นกัน ก่อนเกิดเหตุการณ์ผู้ปกครองกลุ่มหนึ่งเข้าทำร้ายลูกชายของตน ทั้งที่เรื่องการทะเลาะวิวาทเป็นปัญหาระหว่างเด็กผู้หญิงสองคน และลูกชายไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องแต่อย่างใด
“อยากถามว่าทำไมผู้ใหญ่ถึงใช้อารมณ์กับเด็กแบบนี้ ไม่ถามข้อเท็จจริงก่อน ลูกชายไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรเลย แต่กลับถูกทำร้ายร่างกาย แถมยังท้าทายให้ไปแจ้งความด้วย” น.ส.จุ๊บ กล่าว
ทั้งนี้ ตนได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุในข้อหาทำร้ายร่างกายเยาวชนแล้ว พร้อมอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านการคุ้มครองเด็กเข้ามาตรวจสอบและให้ความเป็นธรรม เนื่องจากเกรงว่าจะมีการข่มขู่หรือคุกคามตามมา
ด้าน “น้องกัน” อายุ 15 ปี เล่าว่า ตนไม่ได้รู้เรื่องการนัดทะเลาะวิวาทของเด็กผู้หญิงทั้งสองคนมาก่อน เพิ่งมาทราบภายหลังว่าเกิดเหตุทะเลาะกันแล้ว และตนได้เดินทางมากับผู้ปกครองของน้องวันรวม 5 คน เพื่อมาที่โรงพยาบาล แต่เมื่อมาถึงกลับพบผู้ปกครองของคู่กรณีเดินปรี่เข้ามาทำร้ายทันที โดยมีการกระชากคอ ต่อยท้อง ตบเข้าที่บ้องหู 2 ครั้ง ต่อยไหล่ซ้าย 1 ครั้ง รวมถึงจิกผมและถีบเข้าที่หน้าท้อง โดยไม่มีการสอบถามข้อเท็จจริงใด ๆ
“ตอนนั้นผมตกใจมาก กลัว ทำอะไรไม่ถูก เลยโทรหาคุณแม่ ผมอยากถามเขาว่าทำผมทำไม เพราะผมไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องทะเลาะกันเลย และระหว่างเกิดเหตุมีหนึ่งในผู้ก่อเหตุชี้หน้าและพูดในลักษณะข่มขู่ให้จำหน้าไว้ ทำให้รู้สึกหวาดกลัวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น” น้องกัน กล่าว
ขณะนี้คดีดังกล่าวอยู่ระหว่างการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ตำรวจ หลังผู้ปกครองของผู้เสียหายเข้าแจ้งความ เพื่อให้ดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องตามกฎหมายต่อไป








