ยโสธรจัดงาน Field Day ถ่ายทอดเทคโนโลยีและนวัตกรรมการผลิตมันสำปะหลังพันธุ์ดี หวังเพิ่มผลผลิตและตอบโจทย์ความต้องการสูงจากโรงงานแป้งมันที่มีความต้องการถึง 800,000 ตันต่อปี
วันที่ 11 มี.ค.69 ที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรยโสธร หมู่ที่ 6 ตำบลคูเมือง อำเภอมหาชนะชัย จังหวัดยโสธร นายชาญชัย ศรศรีวิชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร เป็นประธานเปิดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยีและนวัตกรรมการผลิตและการใช้มันสำปะหลังพันธุ์ดี (Field Day) ยกระดับมันสำปะหลังยโสธร ที่ นายขจรวิทย์ พันธ์ยางน้อย ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตร เขตที่ 4 อุบลราชธานีร่วมกับภาคีเครือข่ายจัดขึ้นเพื่อแก้โจทย์ใหญ่ผลผลิตไม่พอป้อนโรงงาน
ซึ่งงานนี้ไม่ใช่แค่การจัดนิทรรศการทั่วไปแต่คือการติดอาวุธให้เกษตรกรในสภาวะที่ตลาดกำลังมีความต้องการสูง โดยจากข้อมูลพบว่าปัจจุบันยโสธรมีพื้นที่ปลูกมันสำปะหลังกว่า 1.1 แสนไร่ สร้างรายได้เข้าจังหวัดทะลุ 1,177 ล้านบาทต่อปี แต่จุดพีคคือความต้องการของโรงงานแป้งมันในพื้นที่ 2 แห่ง มีความต้องการสูงถึง 800,000 ตันต่อปี ในขณะที่เกษตรกรผลิตได้เพียงครึ่งเดียวประมาณ 400,000 ตัน ดังนั้นจึงกลายเป็นโอกาสทองที่มาพร้อมช่องว่างขนาดใหญ่ หากเกษตรกรไม่ปรับตัวเพิ่มประสิทธิภาพต่อไร่ เงินนับร้อยล้านอาจหลุดมือไปที่อื่น โดยกิจกรรมในวันนี้ได้แบ่งเป็นฐานการเรียนรู้แบบจัดเต็มเน้นผลลัพธ์จริง ประกอบด้วย ฐานพันธุ์สะอาดที่นอกจากจะให้เกษตรกรได้เรียนรู้ถึงความสำคัญในการเลือกต้นพันธุ์แล้ว ยังมีการแจกท่อนพันธุ์คุณภาพ เพื่อตัดวงจรโรคระบาดที่เป็นตัวถ่วงกำไรของเกษตรกร ตามด้วยฐานนวัตกรรมจัดการแปลงที่เป็นการสอนเทคนิคการปลูกตามหลักวิชาการ เพื่อเปลี่ยนการปลูกตามดวงเป็นการปลูกตามฐานข้อมูล เน้นการเพิ่มปริมาณแป้งที่ไม่ใช่แค่น้ำหนัก นอกจากนี้ยังมีการประกวดมันสำปะหลังแป้งสูง เพื่อกระตุ้นให้เกษตรกรเข้าใจว่า แป้งเยอะ = เงินแยะ และกิจกรรมเสวนาทิศทางตลาดที่เป็นการดึงกูรูมาร่วมชี้ช่องทางราคาให้เกษตรกรในพื้นที่ได้เข้าใจ เพื่อป้องกันการถูกกดราคาจากพ่อค้าคนกลาง
ซึ่งในโอกาสนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธรได้กล่าวย้ำในพิธีเปิดว่า การที่กรมวิชาการเกษตร และ สวก. ลงมาจับมือกับเกษตรกรแปลงใหญ่กว่า 350 รายในครั้งนี้ คือสัญญาณบวกที่บอกว่ายโสธรพร้อมแล้วที่จะเป็น Hub สำคัญของอุตสาหกรรมมันสำปะหลังในภาคอีสานตอนล่าง และหัวใจสำคัญคือการส่งเสริมให้เกษตรกรเกิดความความมั่นคงในชีวิต และมีศักยภาพในการแข่งขัน ซึ่งงานวันนี้ไม่ใช่แค่การแจกพันธุ์พืชแต่คือการส่งต่ออนาคต เพราะหากเกษตรกรทุกคนรู้จักใช้เทคโนโลยีนำการผลิต ต้นทุนจะลดลง ผลผลิตจะเพิ่มขึ้น ความยั่งยืนในกระเป๋าเงินของพี่น้องเกษตรกรจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน







