ข่าวภูมิภาค

ผบ.ทร.เปิดฝึกครูฝีพายเรือพระราชพิธี เตรียมขบวนพยุหยาตราทางชลมารค 2569

แชร์ข่าว



วันที่ 10 มีนาคม 2569 พลเรือเอก ไพโรจน์  เฟื่องจันทร์ ผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นประธานในพิธีเปิดการฝึกครูฝึกฝีพายเรือพระราชพิธี (นายเรือ นายท้าย) ณ แผนกเรือราชพิธี กองเรือเล็ก กรมการขนส่งทหารเรือ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ โดยมี พลเรือโท รัตนะ  เรืองรุ่ง รองเสนาธิการทหารเรือ สายงานกำลังพล ในฐานะประธานคณะจัดเตรียมความพร้อมขบวนเรือพระราชพิธี พร้อมทั้ง พลเรือตรี ศุภสิทธิ์ บูรณะโอสถ เจ้ากรมการขนส่งทหารเรือ ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการฝ่ายฝึกซ้อมกำลังพลฝีพาย ให้การต้อนรับ


    
โดยการฝึกครูฝีพายเรือพระราชพิธี ถือเป็นขั้นตอนสำคัญขั้นตอนแรกของการเตรียมความพร้อมการจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ในการเสด็จพระราชดำเนินไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน พุทธศักราช 2569 ณ วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี โดยกำลังพลที่เข้ารับการฝึก เป็นกำลังพลของหน่วยรับเรือพระราชพิธี ทั้ง 35 หน่วย ที่ปฏิบัติหน้าที่เป็นนายเรือและนายท้ายของเรือพระราชพิธี ทั้ง 52 ลำ จำนวนทั้งสิ้น 162 นาย ประกอบด้วย ผู้ทำหน้าที่นายเรือพระราชพิธี 58 นาย ผู้ทำหน้าที่นายท้าย เรือพระราชพิธี 104 นาย ซึ่งผู้รับการฝึกจะได้รับการถ่ายทอดความรู้ รูปแบบการพายและวิธีการปฏิบัติที่ถูกต้อง


  
ทั้งนี้ เมื่อการฝึกเสร็จสิ้น จะได้รับหน้าที่เป็นครูฝึกฝีพายเรือพระราชพิธีของหน่วยรับเรือที่ตนสังกัด ในการฝึกให้กับกำลังพลฝีพายประจำเรือ
ของหน่วย ประกอบด้วย การฝึกพายเรือบนบก (หรือเรียกอีกแบบว่า การฝึกพายบนเขียงฝึก และการฝึกพายเรือในน้ำ เพื่อให้มีทักษะการบังคับเรือในน้ำ และหลังจากนั้นจะเข้าสู่การฝึกปรับรูปกระบวนในแม่น้ำเจ้าพระยาต่อไป


 
ในส่วนของแผนปฏิบัติงานการเตรียมความพร้อมการจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ของกองทัพเรือ มีการเตรียมความพร้อมหลัก ประกอบด้วย การเตรียมความพร้อมด้านกำลังพล การฝึกซ้อมฝีพาย การซ่อมทำเรือพระราชพิธี และการเตรียมท่าเทียบเรือ
   
โดยในส่วนของรูปแบบการจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารคในครั้งนี้ ใช้เรือพระราชพิธี จำนวนทั้งสิ้น 52 ลำ ซึ่งแบ่งจัดขบวนเรือเป็น 5 ริ้ว ความยาว 1,200 เมตร กว้าง 90 เมตร โดยใช้กำลังพลประจำเรือในขบวนเรือพระราชพิธี รวมทั้งสิ้น 2,200 นาย และในขบวนเรือพระราชพิธี ประกอบด้วยเรือประเภทต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

1. เรือริ้วสายกลาง จำนวน 10 ลำ ประกอบด้วย
    1.1 เรือพระที่นั่งทรง จำนวน 1 ลำ คือ เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ เป็นเรือพระที่นั่ง สำหรับพระมหากษัตริย์ ทรงประทับ
    1.2 เรือพระที่นั่งทรงสำรอง จำนวน 2 ลำ คือ เรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ 9 และเรือพระที่นั่งอเนกชาติภุชงค์
    1.3 เรือทรงผ้าไตร จำนวน 1 ลำ คือ เรือพระที่นั่งอนันตนาคราช
    1.4 เรือกลองใน - เรือกลองนอก จำนวน 2 ลำ ประกอบด้วย
          - เรือกลองใน คือ เรือเรือแตงโม เป็นเรือสำหรับ ผู้บัญชาการขบวนเรือ
          - เรือกลองนอก คือ เรืออีเหลือง เป็นเรือสำหรับ รองผู้บัญชาการขบวนเรือ
          - เรือตำรวจ จำนวน 3 ลำ ประกอบด้วย เรือตำรวจ 1 - 3 ซึ่งเป็นเรือของพระตำรวจ มีหน้าที่เป็นองครักษ์
    1.5 เรือแซง จำนวน 1 ลำ คือ เรือแซง 7 ซึ่งเป็นเรืออารักขาพระมหากษัตริย์

2. เรือริ้วสายใน จำนวน 2 ริ้ว ริ้วละ 7 ลำ รวมเป็น 14 ลำ ประกอบด้วย
    2.1 เรือประตูหน้า จำนวน 2 ลำ ประกอบด้วย เรือทองขวานฟ้า และเรือทองบ้าบิ่น เป็นเรือนำริ้วขบวน
    2.2 เรือพิฆาต จำนวน 2 ลำ ประกอบด้วย เรือเสือทะยานชล และเรือเสือคำรณสินธุ์ เป็นเรือนำขบวนที่ใช้ในการรบ
    2.3 เรือรูปสัตว์ จำนวน 8 ลำ ประกอบด้วย เรืออสุรวายุภักษ์ เรืออสุรปักษี เรือกระบี่ราญรอนราพณ์ เรือกระบี่ปราบเมืองมาร เรือพาลีรั้งทวีป เรือสุครีพครองเมือง เรือครุฑเหินเห็จ และเรือครุฑเตร็จไตรจักร เป็นเรือที่แกะสลักหัวเรือเป็นรูปสัตว์จริงหรือสัตว์ในเทพนิยาย เพื่อบอกถึงเรือลำใดเป็นของกรมใด หรือขุนนางผู้ใด
    2.4 เรือคู่ชัก จำนวน 2 ลำ ประกอบด้วย เรือเอกไชยเหินหาว และเรือเอกไชยหลาวทอง เป็นเรือชักลากเรือพระที่นั่ง เช่น ชักลากเรือพระที่นั่งเมื่อน้ำเชี่ยว ต้องการให้แล่นเร็วขึ้น เป็นต้น

3. เรือริ้วสายนอก จำนวน 2 ริ้ว ริ้วละ 14 ลำ รวม 28 ลำ ประกอบด้วย
    3.1 เรือดั้ง จำนวน 22 ลำ ประกอบด้วย เรือดั้ง 1 – 22 เป็นเรือป้องกันหน้าขบวนเรือ
    3.2 เรือแซง จำนวน 6 ลำ ประกอบด้วย เรือแซง 1 - 6 เป็นเรืออารักขาพระมหากษัตริย์

ข่าวแนะนำ