ข่าวภูมิภาค

รวบเพื่อนบ้านแสบยกเค้าบ้าน อดีตช่าง MEA สูญกว่า 9 แสน พระโบราณโผล่ท่าพระจันทร์

แชร์ข่าว

ตำรวจ สภ.ไทรน้อย จับ 3 ผู้ต้องหาเพื่อนบ้านยกเค้าบ้านอดีตช่างเทคนิค MEA อ้างเจ้าของบ้านเสียชีวิต กวาดทรัพย์สินกว่า 9 แสนบาท พบพระโบราณบางส่วนถูกนำไปฝาก “แบงค์ ท่าพระจันทร์” เร่งติดตามของกลางคืนผู้เสียหาย

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 10 มี.ค.69 พ.ต.อ.ณัฏฐ์เดชา ฐานิสภัทราพงศ์ ผกก.สภ.ไทรน้อย, พ.ต.ท.บุญเรือง ชัยรัตน์ รอง ผกก.สส.สภ.ไทรน้อย, พ.ต.ท.เรวัต สุริยะ สว.สส.สภ.ไทรน้อย พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.ไทรน้อย ได้ร่วมกันจับกุมตัว 1.นายธีรยุทธ หรืออาท อายุ 23 ปี 2.นายกฤษดา หรือออย อายุ 24 ปี และ 3.นายระพิณ หรือเรือ อายุ 42 ปี โดยสามารถจับกุมตัวได้ที่บริเวณริมคลองขุนศรี ต.ไทรใหญ่ อ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี พร้อมด้วยของกลาง 1.โทรทัศน์ ขนาด 52 นิ้ว 1 เครื่อง, 2.ชุดเฟอร์นิเจอร์ไม้ (เก้าอี้) 5 ตัว, 3.พระเครื่อง พระบูชา เหรียญสะสม จำนวนมาก รวมทั้งหมด 25 รายการ และยังมีทรัพย์สินบางส่วนที่สำคัญ อาทิ พระบูชาสมัยอู่ทอง อีก 3 องค์ ที่คนร้ายอ้างว่านำไปฝากเพื่อนที่ใช่ชื่อว่า “แบงค์ ท่าพระจันทร์” ในเขตพื้นที่ อ.บางกรวย จ.นนทบุรี ซึ่งอยู่ระหว่างติดตาม โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหาคือ “ร่วมกันลักทรัพย์ในเคหสถานในเวลากลางคืน โดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองทรัพย์ โดยเข้าทางช่องทางที่ไม่จำนงให้เป็นทางคนเข้า“

สืบเนื่องด้วยเมื่อวันที่ 28 ก.พ.69 นายกษิรา (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 42 ปี ลูกชายเจ้าของบ้าน ได้เดินทางมาแจ้งความที่ สภ.ไทรน้อย ว่ามีเพื่อนบ้านโทรไปแจ้งมารดาของตนเอง ว่าบ้านที่อยู่ภายในหมู่บ้านร่มไทร 2 ต.ราษฎร์นิยม อ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี ถูกรื้อค้นและขนย้ายทรัพย์ภายในบ้าน โดยทรัพย์สินบางส่วนได้นำมากองไว้ที่ลานจอดรถหน้าบ้าน จากการตรวจสอบพบทรัพย์สินสูญหาย อาทิ เครื่องใช้ไฟฟ้า, โทรทัศน์, แอร์, เครื่องกรองน้ำ, เครื่องมือช่าง, เฟอร์นิเจอร์ไม้, ระบบไฟฟ้าภายในบ้าน เป็นต้น

จากการสอบถามนายกษิรา กล่าวว่า บ้านหลังนี้ตนปิดไว้ประมาณ 3 เดือนแล้ว คุณพ่อกับคุณแม่กลับไปทำสวนอยู่ที่ จ.สกลนคร ส่วนตนอาศัยอยู่ย่านบางแค กทม. ก่อนเกิดเหตุ ประมาณวันที่ 28 ก.พ. 69 ได้รับแจ้งจากเพื่อนบ้านว่าเฟอร์นิเจอร์ภายในบ้านถูกขนย้ายออกมานอกบ้าน ตนจึงกลับเข้ามาดู หลังจากกลับมาภายในบ้านโดนรื้อค้น ทุกห้อง ทรัพย์สินหายไป เฟอร์นิเจอร์ อุปกรณ์ไฟฟ้า พระเครื่อง เงินสด แม้กระทั่งสายไฟ ทุกอย่างที่หายไปสำคัญทั้งหมด มูลค่าความเสียหายประมาณ 900,000 บาท พอจะทราบตัวคนร้ายแล้ว ตนก็รู้สึกดีใจมากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ไทรน้อย ทำงานได้อย่างรวดเร็ว หลังจากที่ทราบเรื่องก็เข้าแจ้งความทันที เบื้องต้นได้พระเครื่อง เหรียญโบราณ เก้าอี้ไม้สัก เฟอร์นิเจอร์ต่างๆ รวมถึงเงินเก่าจำนวนหนึ่งได้คืนมา แต่ก็ไม่ครบทั้งหมด ส่วนที่ยังหาไม่เจอ เช่น พระเครื่องหายไปหลายส่วน รวมถึงสร้อยคอทองคำ หนัก 1 บาท เงินโบราณด้วย ทั้งหมดเป็นทรัพย์สินของพ่อกับแม่ ซึ่งคนร้ายเป็นเพื่อนบ้านติดกัน ตนตกใจที่ทำแบบนี้ แต่มีคิดไว้บ้างแล้วว่าจะต้องทำแบบนี้ ก่อนหน้านี้ไม่เคยคุยกันเลย เพราะเขาไม่เคยคุยกับใคร อยากให้เขาติดคุกนานๆ ยืนยันเอาเรื่องให้ถึงที่สุด ตนเจ็บใจมาก แต่ถือคติว่าเป็นคนดีต้องอดทน ต่อให้จะมีโอกาสตนก็ต้องอดทน เพราะบ้านเมืองมีกฎหมายก็ให้กฎหมายจัดการต่อไป

ขณะที่นายศักดา (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 70 ปี เจ้าของบ้านผู้เสียหาย กล่าวว่า ตนรู้สึกตกใจ และเสียดายของมาก ตนสะสมของพวกนี้มาตั้งแต่ที่ทำงาน ก่อนหน้านี้ตนทำงานเป็นช่างเทคนิคอยู่ที่การไฟฟ้านครหลวง (MEA) วันนี้ดูแล้วทรัพย์สินที่ถูกขโมยไปได้กลับมาก็ไม่ครบสมบูรณ์ ของทั้งหมดบนโต๊ะคือได้มาเพียงบางส่วน ยังรอพระบูชาของตน เช่น พระอู่ทอง เชียงแสน สุโขทัย เป็นพระบูชา และอีกหลายองค์ คนร้ายนำไปตั้งแต่สากกระเบือยันเรือรบ ขโมยไปทุกอย่าง คอมเพรสเซอร์แอร์ก็ถอนออกไป ตู้เย็น เครื่องซักผ้า สแตนเลส กะละมัง เอาไปทั้งหมด แม้แต่ฝาปิดตู้อลูมิเนียมก็ยังเอาไป คนร้ายเข้ามาก่อเหตุ 2-3 ครั้ง ทราบว่าเป็นเพื่อนบ้านกัน กำแพงรั้วติดกันเลย ตนรู้สึกว่าเกินกว่าคำว่าเจ็บใจแล้ว เสียใจมากกว่า จริงๆพ่อแม่ทุกคนก็อยากให้ลูกเป็นคนดีทั้งนั้น แต่ลูกไม่เลือกที่จะทำเอง ซึ่งตนก็รู้จักพ่อกับแม่ของคนร้ายที่เป็นเพื่อนบ้านกัน แต่ไม่ค่อยได้คุยกันเท่าไหร่ ซึ่งล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ติดตามพระบูชาสมัยอู่ทอง อายุกว่า 600 ปี มูลค่าประมาณ 50,000 บาท คืนมาได้ ก็รู้สึกดีใจ โล่งใจ และหวังจะได้ทรัพย์สินที่เหลือกลับคืนมา

ด้านผู้ต้องหา ทั้ง 3 ราย ให้การรับสารภาพว่า ได้ร่วมกันเข้าไปลักทรัพย์ในบ้านหลังดังกล่าวจริง โดยงัดเข้าทางหน้าต่างของบ้านและร่วมกันก่อเหตุหลายครั้ง โดยได้เข้าไปก่อเหตุเมื่อประมาณต้นเดือน ม.ค.-ก.พ. 69 ทั้งกลางวันและกลางคืน โดยมีนายอาท ซึ่งเป็นเพื่อนบ้านของผู้เสียหายเข้าไปขโมยสายไฟก่อน และต่อมาได้มีการชักชวนนายออย และนายเรือ เข้าไปลักทรัพย์ภายในบ้านผู้เสียหาย อ้างว่าเจ้าของบ้านตายแล้ว นำเงินไปซื้อยาเสพติด (ยาบ้า) และไปใช้จ่ายบางส่วน อยากขอโทษผู้เสียหายที่คิดน้อยไป โดยนายเรือได้นำพระบูชา ทั้งพระอู่ทอง เชียงแสน สุโขทัย ไปฝากกับ “แบงค์ ท่าพระจันทร์” ซึ่งเคยเป็นเพื่อนที่รู้จักกันในคุก

พ.ต.อ.ณัฏฐ์เดชา ฐานิสภัทราพงศ์ ผกก.สภ.ไทรน้อย กล่าวว่า เมื่อช่วงปลายเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา มีผู้เสียหายเดินทางเข้าแจ้งความว่าถูกขโมยเข้าบ้าน จึงได้ทำการตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุ พบว่ามีทรัพย์สินหายไปหลายรายการ และคนร้ายก่อเหตุหลายครั้ง จึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.ไทรน้อย ติดตามตัวคนร้าย ทั้ง 3 รายมาได้ ใช้เวลาประมาณ 10 วัน เพราะต้องติดตามของกลางด้วย ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าได้ทำผิดจริง จึงแจ้งข้อหา “ร่วมกันลักทรัพย์ในเคหสถานในเวลากลางคืน โดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองทรัพย์ โดยเข้าทางช่องทางที่ไม่จำนงให้เป็นทางคนเข้า“

ฝากเตือนพี่น้องประชาชน ช่วงนี้เศรษฐกิจไม่ดี อาจจะมีเรื่องของการลักทรัพย์เพิ่มมากขึ้น ต้องคอยระวังกันมากขึ้น หากพบบุคคลต้องสงสัยก็ให้แจ้งความประสงค์กับสถานีตำรวจใกล้บ้านได้ หากพูดถึงความประสงค์เกี่ยวกับเรื่องป้องกันทรัพย์สิน ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยินดีที่จะช่วยเหลือ สำหรับการขยายผลไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องที่รับฝากของกลางไว้เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องดำเนินการทุกคนทุกคดี ไม่มีการช่วยเหลือ สำคัญที่สุดคือต้องติดตามทรัพย์สินคืนผู้เสียหายให้มากที่สุด ในเรื่องของการติดตามของกลาง เราพยายามจะนำมาคืนให้ได้มากที่สุด เนื่องจากทราบดีว่าเป็นความทุกข์ร้อนของพี่น้องประชาชน