ข่าวภูมิภาค

เด็กเกรียนพกปืนมาโรงเรียน ชักปืนขู่เพื่อนต่างสถาบัน คาดปมชู้สาว

แชร์ข่าว

พัทลุงระทึก!! นักเรียนวัยรุ่นพกปืนมาโรงเรียน ก่อนชักปืนข่มขู่เพื่อนต่างสถาบันกลางถนน ปมปัญหาหึงหวงแฟนเก่า ด้านครอบครัวผู้เสียหายร้องสื่อ เร่งตำรวจดำเนินคดีหลังคดีเงียบกว่า 10 วัน

เมื่อวันที่ 9 มี.ค.69 นางหนึ่งนภา (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 37 ปี เข้าร้องขอความช่วยเหลือจากผู้สื่อข่าวในพื้นที่ หลังลูกชายวัย 17 ปี เรียนอยู่โรงเรียนแห่งหนึ่ง ในจังหวัดพัทลุง ถูกนักเรียนต่างสถาบัน ขับรถจักรยานยนต์ไล่ตามประกบพร้อมใช้อาวุธปืนจี้ ให้จอดรถ แต่ลูกชายไม่จอด และรีบขับรถหนีไปขอช่วยชาวบ้านใกล้เคียง เหตุเกิดเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา

ล่าสุด พนักงานสอบสวนเตรียมเรียกสอบผู้เกี่ยวข้องหรือผู้ก่อเหตุ มาให้ปากคำเพิ่ม หลังมีกระแสข่าวในโซเชียล

เยาวชนชายวัย 17 ปี ผู้เสียหาย เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุได้ขับรถจักรยานยนต์ไปรับแฟนสาวและน้องของแฟนสาวจาก ต.ควนมะพร้าว อ.เมือง จ.พัทลุง เพื่อเข้าตัวเมือง ขณะนั้นได้มีนายศุภพงค์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 18 ปี คนก่อเหตุ ที่อ้างว่าเป็นลูกชายผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ ต.เขาชัยสน อ.เขาชัยสน จ.พัทลุง สวมชุดนักเรียนขับรถจักรยานยนต์ พร้อมพวกอีก 2 คัน ขับรถตามประกบและได้ชักปืนพกสั้นออกมาจี้หัวให้ตนเองจอดรถ ตนเองไม่กล้าจอดเลยขับรถหนี ไปขอความช่วยเหลือ

หลังจากนั้น นายศุภพงค์ ได้หายตัวไป ก่อนมาเจอกันอีกครั้ง ครั้งนี้นายศุภพงค์ เป็นคนนั่งช้อนท้าย ขับรถไล่ตามมาประกบอีกครั้ง โดยตนให้แฟนสาวถ่ายคลิปเอาไว้ นายศุภพงค์ พยายามชักปืนออกมาพร้อมเตรียมลั่นไกปืน และยังตะโกนด่าว่า “มึงหรอยจริงเดี่ยวพบกับกู” ตนเองได้ขับรถจักรยานยนต์อย่างรวดเร็วเพื่อหลบหนีโดยในตอนนั้นตนเองคิดว่าไม่รอดแล้ว พอถึงบ้านเลยตัดสินใจบอกแม่และเข้าแจ้งความ

ด้านนางหนึ่งนภา ผู้เป็นแม่ เล่าว่า ตอนเกิดเหตุลูกชายได้โทรหารู้สึกตกใจ ก่อนโทรให้ญาติที่เป็นตำรวจเข้าไปดูแลก่อนและตนตามไปสมทบทีหลัง ก่อนนำลูกชายไปแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทลุง เพื่อดำเนินคดี แต่ผ่านมา 10 กว่าวัน ยังไม่มีความคืบหน้าทางคดี ทำให้ตนเองหวั่นจะไม่ปลอดภัยของลูกชาย เพราะจากแจ้งความทางครอบครัวผู้ก่อเหตุ ยังโทรข่มขู่ให้ถอนแจ้งความยิ่งทำให้ทางครอบครัวหวาดวิตกอีก จึงอยากให้ทางตำรวจรีบเร่งดำเนินคดีให้ถึงที่สุด

สาเหตุเบื้องต้น ทราบว่า มาจากความหึงหวง เนื่องจากแฟนสาวของผู้เสียหายเคยเป็นแฟนเก่าของผู้ก่อเหตุนั่นเอง

ข่าวแนะนำ