วันที่ 9 มี.ค.2569 นายฌอน เค. โอนีลล์ เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย พร้อมด้วย คีเลีย คัมมินส์ กงสุลใหญ่สหรัฐอเมริกา ประจำจังหวัดเชียงใหม่ และคณะ ลงพื้นที่จังหวัดลำปาง เพื่อติดตามภารกิจการค้นหาซากเครื่องบินและนักบินสหรัฐฯ ที่สูญหายระหว่างปฏิบัติหน้าที่ในช่วง สงครามโลกครั้งที่ 2 บริเวณดอยฝรั่ง เขตบ้านทรายใต้ อำเภอเมืองลำปาง ซึ่งเชื่อว่าเป็นจุดที่เครื่องบินรบของสหรัฐฯ ตก เมื่อเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2487
โดยมี นายพัชระ สิมะเสถียร รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง พร้อมด้วยนายกองค์การบริหารส่วนตำบลพิชัย เจ้าหน้าที่จากอุทยานแห่งชาติเขลางค์บรรพต และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมให้การต้อนรับ
การลงพื้นที่ครั้งนี้มีผู้แทนจากหน่วยงานของไทยและสหรัฐอเมริกาเข้าร่วม อาทิ ผู้แทนจากกองทัพอากาศไทย นักวิชาการด้านประวัติศาสตร์สงคราม รวมถึงทีมค้นหาจากสำนักงานค้นหาเชลยศึกและผู้สูญหายของกระทรวงกลาโหมสหรัฐอเมริกา หรือ DPAA ซึ่งเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบภารกิจค้นหาทหารสหรัฐฯ ที่สูญหายจากเหตุการณ์ความขัดแย้งในอดีต
เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ กล่าวว่า สหรัฐอเมริกาขอขอบคุณประเทศไทยที่ให้ความร่วมมือในภารกิจด้านมนุษยธรรมครั้งสำคัญ พร้อมย้ำว่า สหรัฐอเมริกายังคงยึดมั่นในคำมั่นสัญญาที่จะนำทหารของตนที่สูญหายกลับบ้าน
โดยระบุว่า “สหรัฐอเมริกาไม่เคยลืมวีรบุรุษของเราที่จากไป และจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง เรามีพันธกิจในการติดตามค้นหาชาวอเมริกันทุกคนที่สูญหายจากการปฏิบัติหน้าที่รับใช้ชาติ เพื่อเติมเต็มคำมั่นสัญญาต่อครอบครัวที่รอคอยคำตอบมาหลายสิบปี พร้อมขอขอบคุณมิตรประเทศอย่างประเทศไทยที่ให้ความช่วยเหลือในภารกิจนี้”
ด้าน พันตรีไบรอัน วากเนอร์ หนึ่งในทีมค้นหาจากสหรัฐอเมริกา เปิดเผยว่า ปฏิบัติการค้นหานักบินที่สูญหายจากเหตุการณ์ครั้งนี้ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องยาวนานกว่า 45 ปี โดยได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานของไทยและสหรัฐอเมริกา
ข้อมูลทางประวัติศาสตร์ระบุว่า ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เครื่องบินขับไล่ของสหรัฐฯ แบบ พี-51 ถูกยิงตกในพื้นที่เทือกเขาจังหวัดลำปาง ระหว่างการปฏิบัติภารกิจทางทหาร ส่งผลให้นักบินหนึ่งรายสูญหาย ซึ่งคาดว่าเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ตลอดระยะเวลากว่า 80 ปีที่ผ่านมา หน่วยงานของสหรัฐฯ ได้พยายามติดตามค้นหาร่องรอยของนักบินผู้สูญหายอย่างต่อเนื่อง โดยความร่วมมือกับรัฐบาลไทยและผู้เชี่ยวชาญในพื้นที่ กระทั่งในช่วงปลายปี พ.ศ. 2561 มีการค้นพบจุดที่คาดว่าเป็นพื้นที่ตกของเครื่องบินลำดังกล่าว และได้มีการสำรวจพื้นที่หลายครั้ง
ล่าสุด การขุดค้นในพื้นที่พบชิ้นส่วนซากเครื่องบินและอุปกรณ์บางส่วนที่เชื่อว่าอาจเกี่ยวข้องกับนักบินผู้สูญหาย ซึ่งถือเป็นความคืบหน้าสำคัญของภารกิจในการค้นหาหลักฐาน เพื่อพิสูจน์อัตลักษณ์และนำร่างทหารอเมริกันกลับคืนสู่ครอบครัวและมาตุภูมิ
ขอบคุณข้อมูล/รูปภาพ จาก เพจสำนักประชาสัมพันธ์เขต 3 กรมประชาสัมพันธ์








