ข่าวภูมิภาค

รวบแล้ว 12 วัยรุ่นตะลุมบอนหน้าผับดังขอนแก่น ตำรวจเรียกสถานบันเทิงทำข้อตกลงป้องกันเหตุซ้ำ

แชร์ข่าว



จากเหตุการณ์กลุ่มวัยรุ่น จำนวนกว่า 20 คน ได้มีปากเสียงกันก่อนจะมีการลงมือชกต่อยทำร้ายร่างกายกันระหว่างทั้ง 2 กลุ่มจนทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย เหตุเกิด ที่หน้าสถานบันเทิงริมถนนเฉลิมพระเกียรติ ในเขตเทศบาลนครขอนแก่น ตามข่าวที่ได้นำเสนอไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าในเรื่องนี้ เมื่อเวลา 16.30 น.วันที่ 6 มี.ค.2569  พ.ต.อ.ยศวัจน์ แก้วสืบธัญนิจ ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น เปิดเผยว่า พนักงานสอบสวนได้เชิญตัวคู่กรณีทั้งสองฝ่ายเข้าพบเพื่อสอบปากคำข้อเท็จจริงอย่างละเอียด โดยจากการตรวจสอบพบว่าทั้งสองฝ่ายรู้จักกันและเคยมีเหตุบาดหมางกันมาก่อน ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย โดยได้แจ้งข้อหาเยาวชนทั้ง 2 ฝ่ายรวมทั้งหมด 12 คน อายุ 17-18 ปี ในข้อหา ร่วมกันสมัครใจเข้าร่วมทะเลาะวิวาทกันในที่สาธารณะ และพกพาอาวุธไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร พร้อมทั้งวางมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำซ้อนในอนาคต โดยได้ทำข้อตกลงระหว่างคู่กรณีทั้งสองฝ่ายไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะดังกล่าวขึ้นอีก
 
"สภ.เมืองขอนแก่นได้กำหนดมาตรการเชิงรุกในการจัดระเบียบสังคม โดยได้เชิญผู้ประกอบการสถานบันเทิงและร้านจำหน่ายสุราในพื้นที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม เพื่อจัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ร่วมกันในการดูแลความสงบเรียบร้อย และให้สถานประกอบการช่วยสอดส่องดูแลนักท่องเที่ยว รวมถึงเป็นหูเป็นตาให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยสาระสำคัญของบันทึกข้อตกลงความร่วมมือดังกล่าว ประกอบด้วย 4 มาตรการสำคัญ ประกอบด้วยการคัดกรองผู้ใช้บริการ โดยกำหนดให้สถานประกอบการต้องเข้มงวดไม่ปล่อยปละละเลยให้ผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ เข้าใช้บริการหรือซื้อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์โดยเด็ดขาด การเข้มงวดเรื่องความปลอดภัยภายในร้าน กำชับให้มีการกวดขันตรวจค้นเพื่อป้องกันไม่ให้มีการพกพาอาวุธ หรือการนำยาเสพติดเข้ามาในสถานประกอบการ ซึ่งอาจเป็นต้นเหตุของความรุนแรง"

พ.ต.อ.ยศวัจน์ กล่าวต่อว่า ขณะเดียวกันยังได้เน้นย้ำเรื่องการรักษาความสงบเรียบร้อย โดยให้ควบคุมไม่ให้มีการสร้างมลภาวะทางเสียง หรือก่อความเดือดร้อนรำคาญแก่ประชาชนที่พักอาศัยในบริเวณใกล้เคียงและการปฏิบัติภายใต้กรอบกฎหมาย โดยหากพบว่าสถานประกอบการใดเพิกเฉยหรือปล่อยให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำซาก ทางเจ้าหน้าที่จำเป็นต้องดำเนินการตามกฎหมายขั้นสูงสุด ทั้งการเปรียบเทียบปรับ และการดำเนินการทางปกครองต่อไป