ตำรวจภูธรนครราชสีมาแถลงผลกวาดล้างเครือข่ายค้ายาเสพติดรายใหญ่ ขยายผลหลายคดี ยึดยาบ้ากว่า 300,000 เม็ด จับผู้ต้องหาหลายราย พร้อมยึดรถยนต์และทรัพย์สิน มุ่งสาวถึงนายทุนเครือข่ายชายแดนลาว
วันที่ 6 มี.ค.69 ที่หน้าสำนักงานตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา พล.ต.ต.ณรงค์ศักดิ์ พรหมทา ผบก.ภ.จ.นครราชสีมา พร้อม พ.ต.อ.คเชนท์ เสตะปุตตะ รอง ผบก.ภ.จ.ชัยภูมิ ปรก.ภ.จ.นครราชสีมา (หน.ชุดขยายผลคดียาเสพติด ภ.จ.นครราชสีมา) นายกฤติพงศ์ บุญผา นักวิเคราะห์นโยบายและแผนเชี่ยวชาญ สำนักงาน ป.ป.ส. ภาค 3 และเจ้าหน้าที่ชุดขยายผลยาเสพติดฯ ร่วมแถลงผลตรวจยึด/จับกุม ทำลาย เครือข่ายยาเสพติดและขยายผลเครือข่ายยาเสพติดรายสำคัญในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา และพื้นที่ใกล้เคียงในสังกัด ภาค 3 มุ่งเป้าไปยังผู้ค้ายาเสพติดรายใหญ่และรายย่อย รวมทั้งการติดตามจับกุม ผู้ต้องหาที่ยังหลบหนี และดำเนินมาตรการยึดทรัพย์จากผู้ให้การสนับสนุนหรือเกี่ยวข้องในทุกระดับ ดังนี้ หลังจาก ชุดปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติดฯ ได้บูรณาการ สนธิกำลังตรวจยึด/จับกุมตัว ผู้ต้องหา 2 คน พร้อมยาบ้า 6,000 เม็ด สภ.ห้วยแถลง เมื่อ 27 ม.ค.69 จึงขยายผลไปจับ ผู้ต้องหา 3 คนพร้อมยาบ้า 10,000 เม็ด สภ.บัวใหญ่ เมื่อ 28 ม.ค.69 และขยายผลยึดยาบ้า 20,000 เม็ด สภ.กระสัง เมื่อ 30 ม.ค.69 นั้น ได้ขยายผลต่อเนื่อง เพื่อทำลายเครือข่ายพ่อค้ายาเสพติดชาวลาว เพิ่มอีก 5 คดี ดังนี้
1.เมื่อวันที่ 13 ก.พ.69 เวลาประมาณ 23.30 น. ยึดยาบ้า 60,000 เม็ด (30 มัด) ที่เกิดเหตุ บริเวณโคนป้ายเตือนจราจรพื้นที่สีเหลือง-ดำ (สัญลักษณ์ทางโค้ง) ริมถนนหนองกี่ -หนองหงส์ ต.หนองศรีชัย อ.หนองกี่ จ.บุรีรัมย์ ปรากฏหลักฐาน จึงได้ร้องทุกข์กล่าวโทษ นายรุ่งสุริยา ชาว อ.หนองหงส์ (บุรีรัมย์) คดีอาญาที่ 82/2569 สภ.หนองกี่ จ.บุรีรัมย์ โดยกล่าวหาว่า ร่วมกันกับพวกที่หลบหนี ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน)หรือยาบ้า โดยมีไว้เพื่อจำหน่าย โดยกระทำเพื่อการค้าก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน โดยไม่ได้รับอนุญาตฯ
2.เมื่อวันที่ 19 ก.พ.69 เวลาประมาณ 15.30 น. จับกุม นายจักรพันธ์ อายุ 29 ปี ราษฎร อ.หนองหงส์ (บุรีรัมย์) พร้อมยาบ้า 2,222 เม็ด (1 มัด และ 1 ถุง) ที่เกิดเหตุ บริเวณริมถนนบ้านขามใหญ่ หมู่ 5 ต.เมืองไผ่ อ.หนองกี่ จ.บุรีรัมย์ ดำเนินคดี สภ.หนองกี่ จ.บุรีรัมย์ ยึดทรัพย์ รถจักรยานยนต์ มูลค่า 50,000 บาท
3.เมื่อวันที่ 22 ก.พ.69 เวลาประมาณ 02.00 น. จับกุม ผู้ต้องหาดังนี้ นายพิพัฒน์ อายุ 22 ปี ชาวหนองกี่ (บุรีรัมย์) ผู้ต้องหาที่ น.ส.จันทิมา อายุ 32 ปี ชาวหนองกี่ (บุรีรัมย์) ผู้ต้องหาที่ 2 น.ส.ปราณี อายุ 37 ปี ชาวหนองกี่ (บุรีรัมย์) ผู้ต้องหาที่ 3 พร้อมด้วยของกลาง รวมยาบ้าทั้งสิ้น ประมาณ 60,000 เม็ด (30 มัด) ที่เกิดเหตุ บริเวณริมถนน สายโชคชัย-เดชอุดม (ทล.24) บ้านซับตะคร้อ ต.หนองบุญนาก อ.หนองบุญมาก จ.นครราชสีมา ตรงข้ามจุดกลับรถ ฝั่งขาเข้า จ.นครราชสีมา ดำเนินคดี สภ.หนองบุญมาก จ.นครราชสีมา ,ยึดทรัพย์ รถยนต์มูลค่า 600,000 บาท
4.เมื่อวันที่ 24 ก.พ.69 เวลา 00.10 น. ร่วมกันตรวจยึดยาบ้า 200,000 เม็ด (100 มัด) ที่ตรวจยึด ริมถนนหน้าที่ว่าการองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านยาง ต.บ้านยาง อ.เมืองบุรีรัมย์ จ.บุรีรัมย์ ส่งดำเนินคดี สภ.เมืองบุรีรัมย์ ขออำนาจผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้น เสนอผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 เพื่อขอการครอบครองยาเสพติดภายใต้การควบคุมของเจ้าหน้าที่ฯ (CD) เพื่อขยายผลการจับกุม นำไปสู่การจับกุม ดังนี้ เมื่อ 26 ก.พ.69 เวลาประมาณ 00.15 น. จับกุมผู้ต้องหาดังนี้ 1.นายศุภกร อายุ 25 ปี ชาว อ.จักราช จ.นครราชสีมา 2.นายอดิศักดิ์ อายุ 34 ปี ชาว อ.จักราช จ.นครราชสีมา พร้อมด้วยของกลาง รวมยาบ้าทั้งสิ้น ประมาณ 4,000 เม็ด (2 มัด) ที่เกิดเหตุ ภายในสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง (ปตท.) สาขามะเริง ต.มะเริง อ.เมืองนครราชสีมา จ.นครราชสีมา ดำเนินคดี สภ.เมืองบุรีรัมย์ ยึดทรัพย์ รถยนต์กระบะ มูลค่า 800,000 บาท
ปฏิบัติการนี้เป็นการขยายผลกวาดล้างจากเครือข่ายค้ายาบ้า ติดตามจับกุมผู้กระทำผิดเพิ่มเติม ซึ่งเครือข่ายรี้มีนายทุน ชื่อนายยักษ์ เป็นบุคคลที่อาศัยอยู่แนวชายแดนไทย สปป.ลาวก่อนหน้านี้เมื่อช่วง ต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา กรณีมารดาของหนึ่งในผู้ต้องหา เดินทางมาเสนอเงินให้สินบนเจ้าพนักงาน เพื่อปล่อยลูกตนเอง จึงได้ร่วมกันจับกุม พร้อมเงินสด 200,000 บาท ส่งดำเนินคดี สภ.จอหอ ตามกฎหมาย
ตำรวจภูธรภาค 3 และ ตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา ขอความร่วมมือมายังพี่น้องประชาชน และสถานประกอบการทุกแห่ง ในการแจ้งเบาะแส ข้อมูลผู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ทั้งผู้เสพ ผู้ค้า ในสถานประกอบการและอาศัยสถานประกอบการในการกระทำความผิด โดยแจ้งข้อมูลผ่านสายด่วนยาเสพติด 1599 , สายด่วน 191, Application Police I lert U และ ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดนครราชสีมา สายด่วน 1567 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อปราบปรามจับกุม ดำเนินคดีผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด และลดปัญหายาเสพติดในภาพรวมอย่างต่อเนื่อง และเข้มข้นเพื่อให้สังคมปลอดภัยจากยาเสพติด และลดปัญหาอาชญากรรมที่เกี่ยวเนื่องกับยาเสพติดต่อไป








