ข่าวภูมิภาค

แม่ฮ่องสอนฝุ่น PM2.5 เกินมาตรฐาน 2 จุด ปาย-แม่สะเรียง เหตุไฟป่าถี่ยิบ

แชร์ข่าว

แม่ฮ่องสอนเผชิญฝุ่น PM2.5 เกินค่ามาตรฐาน 2 พื้นที่ อ.ปาย และ อ.แม่สะเรียง หลังเกิดไฟป่าหลายจุดบนภูเขาสูง เจ้าหน้าที่เร่งทำแนวกันไฟ พร้อมเตือนประชาชนงดกิจกรรมกลางแจ้งและสวมหน้ากากป้องกันฝุ่น

วันที่ 4 มี.ค.69 สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 1 (เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน แม่ฮ่องสอน) สรุปสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 เฉลี่ย 24 ชั่วโมง ณ เวลา 07.00 น. ประจำวันที่ 4 มีนาคม 2569 ในพื้นที่รับผิดชอบ พบค่า PM2.5 มีค่าระหว่าง 17.4-99.0มคก./ลบ.ม. คุณภาพอากาศอยู่ในระดับ “ดี ถึง มีผลกระทบต่อสุขภาพ” โดยเฉพาะจังหวัดแม่ฮ่องสอนมีค่าปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอน เกินค่ามาตรฐาน 2 แห่งคือ ที่ ต.เวียงใต้ อ.ปาย ค่า PM2.5 = 57.4 มคก./ลบ.ม. และ ที่ ต.แม่สะเรียง อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน PM2.5 = 39.3 มคก./ลบ.ม.

คาดการณ์การสะสมของฝุ่นละอองภาพรวมภาคเหนือวันพรุ่งนี้ คุณภาพอยู่ในระดับ “เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ” จากคาดการณ์การระบายอากาศส่วนใหญ่อยู่ในเกณฑ์ “ไม่ดี” ในช่วงวันที่ 4 มี.ค.69 อัตราระบายอากาศรายชั่วโมงระหว่างวันมีค่าน้อยกว่า 8,000 ตารางเมตรต่อวินาที โดยในช่วงเวลา 18.00 - 11.00 น. เป็นช่วงที่อัตราระบายอากาศต่ำ

ข้อแนะนำ ในพื้นที่ที่มีค่าฝุ่นละอองเกินมาตรฐาน งดกิจกรรมกลางแจ้ง หากมีความจำเป็นต้องทำกิจกรรมกลางแจ้งให้ใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเองทุกครั้งเช่น หน้ากากป้องกัน PM2.5 ประชาชนทั่วไป สวมหน้ากากป้องกัน PM2.5 ทุกครั้งที่ออกนอกอาคาร ลดระยะเวลาในการทำกิจกรรมหรือออกกำลังกายกลางแจ้ง สังเกตอาการผิดปกติ เช่น ไอ หายใจลำบาก ระคายเคืองตา , ประชาชนกลุ่มเสี่ยง ผู้ที่มีโรคประจำตัว ควรอยู่ในพื้นที่ปลอดภัยจากมลพิษทางอากาศ ให้เตรียมยาและอุปกรณ์จำเป็นให้พร้อมและปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด สวมหน้ากากป้องกัน PM2.5 ทุกครั้งที่ออกนอกอาคาร เลี่ยงการทำกิจกรรมหรือออกกำลังกายกลางแจ้ง ให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ หากมีอาการผิดปกติให้รีบปรึกษาแพทย์ และขอความร่วมมืองดเผาในที่โล่งทุกพื้นที่ งดเผาในพื้นที่ป่า เพื่อป้องกันการเกิดไฟป่าลดปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5)

ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอน ที่พุ่งเกินค่ามาตรฐานดังกล่าว ส่วนหนึ่งมาจากการลอบเผาป่า และจุดที่เกิดไฟป่า เป็นเทือกเขาสูงชัน ยากต่อการเดินทางปีนป่ายขึ้นไปดับไฟป่าได้โดยง่าย ทำให้หน่วยดับไฟป่าทำได้แค่การทำแนวกันไฟป้องกันไฟป่าลุกลามเข้าสู่บ้านเรือนประชาชน ทั้งนี้การลอบเผาป่าส่วนใหญ่จะเน้นไปที่การเผาในเทือกเขาด้านหลังของตัวหมู่บ้าน กว่าจะรู้ว่าเกิดไฟป่าก็เมื่อเห็นไฟป่าลามจากยอดเขาลงมาสู่ตีนเขาที่ติดกับบ้านเรือนประชาชน ทำให้การดับไฟยากลำบากมากยิ่งขึ้น