ชาวบ้านชายแดน อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ เครียดหนัก หลังลูกสาวและหลานชายไปทำงานที่ดูไบใกล้ฐานทัพสหรัฐ ต้องวิ่งหลบขีปนาวุธจากเหตุโจมตีอิหร่าน เจ้าตัวจุดธูปขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองให้ปลอดภัย
วันที่ 4 มี.ค.69 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางลงพื้นที่ไปเติดสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ที่ไปที่หมู่บ้านโนนยางกุด หมู่ที่ 10 ตำบลบักได อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ โดยพื้นที่อยู่ติดกับช่องกร่าง ประมาณ 4-5 กิโลเมตร ซึ่งเป็นเขตที่ได้รับผลกระทบจากการปะทะในช่วงรอบที่ 1 และรอบที่ 2 เป็นจุดที่จรวด BM-21 ของเขมร ยิงมาตกจำนวนหลายลูก ทำให้พืชผลทางการเกษตรของชาวบ้านเสียหายเป็นจำนวนมาก
ล่าสุด พบว่าหลังจากที่ชาวบ้านได้เก็บเกี่ยวพืชผลทางการเกษตร เช่นกรีดยางพารา และตัดอ้อยที่เพาะปลูกในไร่แล้วเสร็จ ต่างเร่งทำการเกษตรเพราะปลูกอ้อยให้ทันเผื่อมีรบรอบที่ 3 เกิดขึ้น นอกจากนั้นทราบต่อมาอีกว่า มีชาวบ้านในพื้นที่ อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ ได้ไปทำงานอยู่ที่ประเทศอิสราเอลและประเทศดูไบ ซึ่งเป็นประเทศที่กำลังได้รับผลกระทบจากสงคราม อิหร่าน จากการโจมตีขีปนาวุธ โดยได้พบกับป้าเลือย สมญาทวี อายุ 69 ปี ชาวบ้านโนนยางกุด ตำบลบักได ที่มีลูกสาวและหลานชายไปทำงานอยู่ประเทศดูไบ สิ่งที่น่าเป็นห่วงที่สุดคือ หลานชายอยู่ติดกับฐานทัพของสหรัฐอเมริกาต้องวิ่งหลบระเบิดวุ่น
โดยนางเลือย สมญาทวี เล่าว่า เมื่อสักครู่ตนเองได้โทรคุยกับลูกสาว ที่ทำงานอยู่เมืองหลวงประเทศดูไบ โดยลูกสาวบอกตนว่า “อยู่ที่ดูไบก็ลำบากเหมือนชายแดน เพราะก็ต้องหลบระเบิดเหมือนกัน หลังอิหร่านมีการยิงขีปนาวุธเข้าใส่อย่างหนักหน่วง แต่ก็ทำยังไงได้ในเมื่อเลือกที่จะมาทำงานแล้วก็ต้องทน” แต่ว่าหลานชายน่าเป็นห่วง เพราะไปอยู่ติดกันกับฐานทัพอเมริกาประจำประเทศดูไบ ซึ่งประเทศอิหร่านมีการยิงจรวดขีปนาวุธเข้ามากันอย่างต่อเนื่อง ทำให้ต้องเอาตัวรอดวิ่งหลบลูกระเบิดกันจ้าละหวั่น ตอนนี้ตนคิดถึงลูก อยากฝากบอกลูกและหลานให้แคล้วคลาดปลอดภัย ตนจึงได้นำธูป 9 ดอกมาจุดให้เจ้าที่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ได้ช่วยปกปักรักษาลูกหลานให้ปลอดภัยด้วย







