ตำรวจสอบสวนกลาง จับกุม 2 ผัวเมียตามหมายจับคดีฉ้อโกงในพื้นที่ จ.เชียงราย ตรวจค้นพบอาวุธปืนไทยประดิษฐ์ขนาด .38 พกติดตัว อ้างพกไว้ป้องกันตัวระหว่างหลบหนี ดำเนินคดีตามกฎหมาย
เมื่อเวลาประมาณ 08.30 น. วันที่ 3 มี.ค.69 ตำรวจสอบสวนกลาง ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. พล.ต.ต.จรุญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย ผบก.ตร. ทางหลวง,พล.ต.ต.วิทยา ศรีประเสริฐภาพ ผบก.ปคม.,พ.ต.อ.แมน เม่นแย้ม รอง ผบก.ตร. ทางหลวง.,พ.ต.อ.ชวินโรจน์ ภีมรชตธำรงค์ ผกก.4 ปคม.,พ.ต.อ.สาธิต สมานภาพ ผกก.5 ตำรวจทางหลวง สั่งการให้ พ.ต.ท.กรกฤช งามวงค์วาน สวญ .ส.ทล.1 กก.5 ตำรวจทางหลวง สนธิกำลัง หน่วยปฏิบัติ ส.ทล.1 กก.5 บก.ทล., กก.4 บก.ปคม.,ส.ทล.5 บก.ทล.และ กก.4 บก.ปทส. และ สืบสวน สภ.พญาเม็งราย ร่วมกันจับกุมตัว นายวรัญญู อายุ 33 ปี ชาวอำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย พร้อมของกลางอาวุธปืนพกสั้น (ไทยประดิษฐ์) ขนาด.38 ที่พกพาติดตัวมาอีกทั้ง นายวรัญญู ยังเป็นบุคคลตามหมายจับศาลอาญาตลิ่งชัน ความผิดฐาน เป็นผู้สนับสนุนในการกระทำความผิดฐานฉ้อโกงฯ ของ สน.ตลิ่งชัน และ นางสาวฉัตรแก้ว (ภรรยา) อายุ 38 ปี ชาว ต.เม็งราย อ.พญาเม็งราย จ.เชียงราย ตามหมายจับ ศาล อาญากรุงเทพใต้ ต้องหาว่ากระทำผิดฐาน ร่วมกันฉ้อโกงโดยได้กระทำด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จต่อประชาชน หรือปกปิดความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้งแก่ประชาชน , ร่วมกันกู้ยิมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน , ร่วมกันโดยทุจริตหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน อันมิใช่การกระทำผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฏหมายอาญา
ในชั้นจับกุม นายวรัญญู รับสารภาพว่า อาวุธปืนของกลางเป็นของตนเองจริงที่ตนพกพามาจากบ้านในพื้นที่ อ.เทิง เพื่อป้องกันตัวระหว่างเดินทางมาหลบซ่อนที่บ้านญาติในเขต อ.พญาเม็งราย และทั้งสองคนให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหาว่า เป็นบุคคลตามหมายจับทั้งสองหมายนี้จริง เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อกล่าวหาให้นายวรัญญู ทราบว่า “มีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต,พาอาวุธปืนไปในเมืองหมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควรและไม่มีใบอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว” ควบคุมตัวนำส่ง พนักงานสอบสวน สภ.พญาเม็งราย และได้ประสานไปยังพนักงานสอบสวน สน.ตลิ่งชัน เขตนครบาล ให้ทราบและดำเนินการอายัดตัวในส่วนของผู้ต้องหาตามหมายจับต่อไป ส่วน นางสาวฉัตรแก้ว เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวสำส่ง พนักงานสอบสวน สน.วัดพระยาไกร เขตท้องที่นครบาล เพื่อดำเนินคดีตามกฏหมายเช่นกัน
สำหรับการจับกุมในครั้งนี้สืบเนื่องจาก เจ้าหน้าที่กก.5 ตำรวจทางหลวง ,ตำรวจ บก.ปคม. บก.ปทส.และสืบสวนพญาเม็งรายได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่าบนถนนเส้นทางเขตติดต่อระหว่าง อ.เทิง-อ.พญาเม็งราย ช่วงหมู่บ้านสันทรายงามบ้านหนองบัว-บ้านสันป่าสัก ต.เม็งราย อ.พญาเม็งราย เป็นเส้นทางตรงยาวและเปลี่ยวระยะทางประมาณ 10 กิโลเมตร มักจะมีเสียงจุดประทัดหรือเสียงยิงปืนอยู่บ่อยครั้งสร้างความหวาดกลัวและตกใจให้กับประชาชนผู้สัญจรผ่านไปมา เมื่อได้รับแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งหมดจึงได้บูรณาการหน่วยงานตำรวจสอบสวนกลางทั้งหมดพร้อมชุดสืบสวนพญาเม็งราย ออกสืบสวนหาข่าวและวางกำลังตามเส้นทางนั้น ตั้งแต่เวลา ประมาณ 05.00 น. เป็นต้นมา จนกระทั่งเวลา ประมาณ 08.30 น. เจ้าหน้าที่ได้พบเห็นชายหญิงคู่หนึ่งขับขี่รถ จยย. CBR สีดำมาจากเส้นทาง อ.เทิง มุ่งหน้าเข้าเขต อ.พญาเม็งรายด้วยความเร็วสูง เมื่อถึงบริเวณสามแยกเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แสดงตนและส่งสัญญานให้ผู้ขับขี่รถคันดังกล่าวหยุดเพื่อขอทำการตรวจสอบ แต่ชายผู้ขับขี่ไม่ยอมหยุดรถกลับเร่งเครื่องมุ่งหน้าไปทางบ้านสันป่าสัก ต.เม็งราย อ.พญาเม็งราย อย่างรวดเร็ว เจ้าหน้าที่ทั้งหมดจึงรีบขับรถติดตามไปอย่างกระชั้นชิดและสามารถสกัดรถคันดังกล่าวได้ขณะเลี้ยวซ้ายเข้าซอย พื้นที่ ม.3 ต.เม็งราย อ.พญาเม็งราย จ.เชียงราย
เจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงได้แสดงตนเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจให้บุคคลทั้งสองทราบ ชายหญิงทั้งสองคนได้แสดงอาการมีพิรุธจนน่าสงสัย เจ้าหน้าที่จึงทำการตรวจค้นตัวชายผู้ขับขี่ จากการตรวจสอบในกระเป๋าแบบสะพายสีเขียวเข้มที่ชายคนดังกล่าวสะพายอยู่กับตัวนั้น ผลการตรวจค้น พบอาวุธปืนสั้นไทยประดิษฐ์ ขนาด.38 ไม่ปรากฏหมายเลขทะเบียน จำนวน 1 กระบอก
สอบถามชายหญิงทั้งสองคนดังกล่าวทราบชื่อภายหลังว่า นายวรัญญู อายุ 33 ปี ชาว อ.เทิง จ.เชียงราย และ นางสาวฉัตรแก้ว อายุ 38 ปี ชาว ต.เม็งราย อ.พญาเม็งราย จ.เชียงราย เมื่อนำข้อมูลของบุคคลทั้งสองตรวจสอบในฐานระบบหมายจับของสำนักงานตำรวจแห่งชาติปรากฏว่า บุคคลทั้งสองเป็นบุคคลตามหมายจับในคดี ร่วมกันฉ้อโกงโดยได้กระทำด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จต่อประชาชน หรือปกปิดความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้งแก่ประชาชน ,ร่วมกันกู้ยิมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน , ร่วมกันโดยทุจริตหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชของสถานีตำรวจในเขตนครบาลทั้ง 2 คน คือ สน.วัดพระยาไกรและสน.ตลิ่งชัน เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวบุคคลทั้งสองมายัง สภ.พญาเม็งรายเพื่อบันทึกการควบคุมในส่วนของ คดีครอบครองอาวุธปืนและหมายจับของบุคคลทั้งสองคนตามขั้นตอนของกฏหมายต่อไป







