วิกฤตมะพร้าวน้ำหอมราชบุรี ราคาดิ่งเหลือลูกละ 2 บาท ชาวสวนวอนรัฐคุมล้ง-แก้ฮั้วราคาเร่งด่วน
ประธานวิสาหกิจชุมชนผู้ปลูกผลไม้ส่งออก จ.ราชบุรี เผยปัญหาราคามะพร้าวน้ำหอมตกต่ำยาวนาน แนะแนวทางหากภาครัฐมีความเข้มแข็งเอาจริงกับผู้เกี่ยวข้อง ใช้กฎหมายที่เข้มข้น สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดความยั่งยืนต่อชาวสวน
( 27 ก.พ. 69 ) ปัญหาราคามะพร้าวน้ำหอมตกต่ำกำลังส่งผลกระทบด้านเศรษฐกิจแก่เกษตรกรในพื้นที่ ที่มีการเพาะปลูกโดยเฉพาะ จ.ราชบุรี จ.สมุทรสาคร จ.สมุทรสงคราม ซึ่งเป็นพื้นที่หลักของประเทศในการปลูกและส่งออกไปจำหน่ายยังต่างประเทศทั่วโลก ซึ่งขณะนี้ทางกระทรวงพาณิชย์และอีกหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังเร่งหาสาเหตุ และแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน ทั้งในระยะสั้น และระยะยาว เพื่อให้ชาวสวนอยู่รอดได้ต่อไป
ล่าสุดวันนี้นายประยูร วิสุทธิไพศาล ประธานวิสาหกิจชุมชนผู้ปลูกผลไม้ส่งออก จ.ราชบุรี เปิดเผยสาเหตุ และการหาทางแก้ไขปัญหาเรื่องมะพร้าวน้ำหอมที่จริงจังเกิดความยั่งยืนว่า ช่วงปี 2568 ตั้งแต่เดือน พค. ถึงเดือน มค. 2569 ราคาตกต่ำมาตลอด เหลือลูก 2 บาท แต่ทางเราเป็นกลุ่ม ที่ประคองกลุ่มสมาชิกไว้ได้ คือ ถ้าล้งเขารับซื้อลูก 2 บาท ทางกลุ่มจะรับซื้อสมาชิกลูก 3 บาท พอมาช่วงนี้ราคาดีขึ้นมาแล้ว ทางกลุ่มได้รับซื้อจากสมาชิกลูกละ 5 บาท และจะส่งคนงานไปตัดมะพร้าวที่สวนของเกษตรกรเองด้วย
ส่วนแนวทางการแก้ไขตอนนี้ทางกลุ่มถือเป็นวิสาหกิจชุมชน จะมีกระทรวงพาณิชย์เข้ามาดูแล ทั้งกรมการค้าภายในมาช่วยเหลือ โดยยังทำเรื่องถึงรัฐบาลผ่านทางสภาเกษตรกรจังหวัดให้มาแก้ไขปัญหาช่วงที่ราคาตกต่ำ และควรระวังผลผลิตฤดูกาลต่อไปในช่วงหน้าฝนนี้ เพราะหลังจากช่วงนี้คงราคาดีประมาณอีก 2-3 เดือน เพราะว่าช่วง มีนาคม - พฤษภาคม จะมีสภาพอากาศร้อน ผู้บริโภคจะเยอะขึ้น ผลผลิตจะน้อยลง ราคาจะไปได้ แต่หลังจากนี้ไปช่วงฝนชุกราคามะพร้าวจะตกต่ำอีก
ส่วนสาเหตุที่ราคาตกต่ำมาจากภาวะปี 2568 เกิดภัยแล้ง ฝนน้อยทำให้ไม่ติดผลผลิต เกษตรกรพยายามบำรุงต้นอย่างดี พอปี 2568 ฝนตกชุก ติดผลผลิตเยอะมาก ทำให้ราคาตกต่ำ เช่น ผลผลิตกว่าล้านลูก ถ้าหากมีฝนดี ผลผลิตติดมากออกกว่า 3 -4 ล้านลูก อย่างพื้นที่ราชบุรี จังหวัดเดียวมีพื้นที่ปลูกมะพร้าวกว่า 1 แสนไร่ จะต้องออกมะพร้าววันละกว่า 2 ล้านลูก ยังไม่รวมพื้นที่ใกล้เคียงอีกทำให้ผลผลิตเพิ่มมากขึ้น
ส่วนการแก้ไขล้งมะพร้าวนั้นอยากให้ภาครัฐแก้ไขคือ ปัญหาทุกวันนี้ราคาตกต่ำ เพราะเอาล้งคนจีนมาตั้งในไทย ล้งคนจีนมีการฮั้วราคาเพราะว่าส่วนใหญ่ปกติ ก่อนนั้นจะมีล้งคนไทยประมาณ 100 ล้ง จะมีล้งคนไทยถึง 70-80 ล้ง แล้วมีคนจีนปละปลาย แต่เดี๋ยวนี้คนไทยที่ทำธุรกิจมะพร้าวที่แปรรูปส่งออกพอทำให้กับคนจีน แต่พอนานวันคนจีนก็จะมาสร้างโรงงานเอง จึงมากดราคาคนไทย คนไทยจึงอยู่ไม่ได้ ล้งเกิดการเสียหายและได้ยุบตัวน้อยลง ตอนนี้มีล้งคนจีนที่เพิ่มขึ้นและมาคุมราคา ทำให้ล้งคนไทยอยู่ไม่ได้ คนไทยจึงได้ล้มล้งไป คนจีนก็ตั้งล้งขึ้นมาแทนและมีการฮั้วคุมราคากัน มีการแทรกแซงก่อน คนไทยก็เป็นนอมินีให้กับคนจีน และแทรกแซงเข้ามาคุมพื้นที่ก่อน โดยมาสร้างกระแสให้เกษตรกรปลูกมะพร้าวก่อน แล้วตอนนี้มาคุมราคาเองด้วย
จึงอยากเสนอแนะแนวทาง คือ อยากให้คนจีนเลิกไป แล้วคนไทยก็ควั่นมะพร้าวส่งไปจีน เป็นล้งคนไทยที่ควั่นมะพร้าวส่งไปจีน ถ้าจะซื้อก็ขาย แต่หากราคาต่ำก็ไม่ขาย ถ้าขายก็จะพยุงราคาให้เกษตรกรอยู่ได้ ซึ่งตอนนี้ยังไม่มีกฎหมายที่จะเอาตรงนี้ออกไป เพราะกฎหมายเอาเข้ามาแล้ว แล้วจะแก้ไขปัญหากฎหมายกันอย่างไร เพราะก่อนหน้านี้เคยมีรัฐบาลชุดก่อนมาให้คนจีนมีสิทธิ์มาเช่าพื้นที่คนไทยเราได้ ตอนนี้ไม่ใช่ว่าเช่าจำเพาะปลูก ทำล้ง แต่ได้เช่าแปลงเกษตรกรแปลงใหญ่ ๆ ที่เก็บตัดผลผลิตเอง และมีสินค้าอยู่ในมือเอง และยังสามารถแปรรูปส่งออกได้เอง สามารถคุมราคาจากต้นทางให้ต่ำลงได้อีกด้วย จึงเป็นปัญหามืดที่ยังไม่มีทางออก ของการแก้ไขที่เป็นรูปธรรมเกิดความชัดเจนแก่เกษตรกรชาวสวนมะพร้าวได้
#ภูมิภาค35 #มะพร้าวน้ำหอม #ราคามะพร้าวตกต่ำ #ราชบุรี #ชาวสวนมะพร้าว #ล้งมะพร้าว #กระทรวงพาณิชย์ #เศรษฐกิจการเกษตร #ผลไม้ส่งออก #ข่าวภูมิภาค #เกษตรกรไทย








