“เชียงรายฟ้าใส” จับกุมร้านขายของชำบังหน้าแอบลักลอบขายน้ำต้มใบกระท่อมปรุง บุหรี่ไฟฟ้า บุหรี่หนีภาษี ตั้งใกล้มหาวิทยาลัย ให้กับกลุ่มวัยรุ่นในพื้นที่
วันที่ 26 ก.พ.69 ภายใต้การอำนวยการของ นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการ จ.เชียงราย นายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย พลตำรวจตรี มานพ เสนากูล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย นายสุพจน์ แสนมี ปลัดจังหวัดเชียงราย นายญาณวุฒิ สุดพิมศรี นายอำเภอเมืองเชียงราย และพันตำรวจเอก อนุสรณ์ หน่อคำบุตร ผกก.สภ.บ้านดู่ สั่งการให้ที่ทำการปกครองจังหวัดเชียงราย นำโดย นายกองรบ กระทุ่มนัด ป้องกันจังหวัดเชียงราย และผู้ช่วยป้องกันจังหวัดเชียงราย นายรณรงค์ พงษ์สวัสดิ์ ผู้บังคับกองร้อยกองอาสารักษาดินแดน กองร้อยอาสารักษาดินแดนจังหวัดเชียงรายที่ 1 พร้อมด้วยสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน กองร้อยอาสารักษาดินแดนจังหวัดเชียงรายที่ 1 พนักงานเจ้าหน้าที่ส่งเสริมความประพฤตินักเรียนและนักศึกษา โดย นายพิชิตพล ทองเทือก ร่วมกับที่ทำการปกครองอำเภอเมืองเชียงราย และสถานีตำรวจภูธรบ้านดู่ โดย ร.ต.อ.รุ่งเรือง วันดี รอง สวป.สภ.บ้านดู่ เข้าตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายกับร้านขายของชำบังหน้า ลักลอบจำหน่ายน้ำต้มใบกระท่อมปรุง บุหรี่ไฟฟ้า และบุหรี่หนีภาษี ในพื้นที่ตำบลบ้านดู่ อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย
ทั้งนี้สืบเนื่องจากได้รับการแจ้งเบาะแสจากผู้ปกครอง และครู ว่ามีการตรวจพบกลุ่มวัยรุ่นมั่วสุมตามสถานที่สาธารณะต่างๆ และเจ้าหน้าที่ได้เข้าทำการตรวจสอบพบว่ามีการมั่วสุมดื่นน้ำกระท่อม สูบบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า จึงได้มีการสอบสวนพบว่ากลุ่มวัยรุ่นไปซื้อมาจากร้านของชำ
เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการสืบสวน พบร้านดังกล่าวเป็นตึกแถวชั้นเดียว ตั้งเป็นร้านขายของชำ เมื่อเปิดเข้าไปในร้าน จึงเป็นที่รู้กันภายในกลุ่มว่า สามารถถามซื้อน้ำกระท่อม บุหรี่ไฟฟ้า และบุหรี่หนีภาษี ได้โดยแจ้งได้ที่คนดูแลร้าน ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ทำสืบสวนพบว่ามีการลักลอบจำหน่ายจริง โดยมีเวลาเปิดปิดตั้งแต่ 09.00-05.00 น.ของวันถัดไป
ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย จึงสั่งเปิดปฏิบัติการเชียงรายฟ้าใส ให้เจ้าหน้าที่บูรณาการเข้าตรวจสอบจับกุมร้านดังกล่าว ซึ่งเมื่อเจ้าหน้าที่เข้าทำการตรวจสอบพบ มีผู้แสดงตนเป็นผู้ดูแลร้าน จำนวน 2 คน ซึ่งให้การยอมรับว่าตนได้จำหน่ายน้ำต้มใบกระท่อมปรุงภายในร้านจริงในราคาขวดละ 120 บาท บุหรี่ไฟฟ้าราคา 350 บาท และบุหรี่หนีภาษี ราคา 40 บาท
เจ้าหน้าที่จึงได้นำตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป







