วันนี้ (26 ก.พ. 69) เวลา 15.30 น. ณ ห้องประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ อาคาร 1 ชั้น 5 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยประชุมหารือเตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา ในพื้นที่ 7 จังหวัดชายแดน (จังหวัดศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์ อุบลราชธานี จันทบุรี ตราด และสระแก้ว) โดยมี นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เป็นประธานการประชุม และนายชัยรัตน์ แก้วเพียงเพ็ญ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และผู้บริหารหน่วยงานส่วนกลางร่วมประชุม พร้อมด้วยศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 3 ปราจีนบุรี เขต 5 นครราชสีมา เขต 6 ขอนแก่น เขต 7 สกลนคร เขต 13 อุบลราชธานี และ เขต 17 จันทบุรี ตลอดจนหัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดทั้ง 7 จังหวัดในพื้นที่จังหวัดชายแดนไทย-กัมพูชา เข้าร่วมประชุมผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์
นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยว่า การดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยและการสนับสนุนการดูแลชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา เป็นหนึ่งในภารกิจที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยยังคงปฏิบัติและสนับสนุนการทำงานให้กับหน่วยงานในพื้นที่มาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนมีความมั่นใจในการได้รับการดูแลจากภาครัฐ ซึ่งการประชุมวันนี้ได้ติดตามการปฏิบัติงานของหน่วยงานของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในระดับพื้นที่ พร้อมกำชับการปฏิบัติและเตรียมความพร้อมสนับสนุนการดูแลความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนในพื้นที่โดยเฉพาะการเตรียมความพร้อมศูนย์พักพิงชั่วคราว/พื้นที่ปลอดภัย ทั้งการกำหนดและจัดเตรียมสถานที่รองรับประชาชน การบริหารจัดการศูนย์พักพิงชั่วคราว การเตรียมอาหาร น้ำดื่ม สิ่งของจำเป็นกรณีมีการอพยพประชาชน การวางแผนอพยพและเคลื่อนย้ายประชาชนอย่างเป็นระบบ รวมถึงการเตรียมเครื่องจักรกลสาธารณภัย วัสดุอุปกรณ์ และกำลังเจ้าหน้าที่เพื่อสนับสนุนการอำนวยความสะดวกและช่วยเหลือประชาชนหากต้องอพยพหรือเกิดเหตุฉุกเฉิน และการใช้จ่ายเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และระเบียบที่กำหนดอย่างถูกต้อง รวดเร็ว และเหมาะสม ทั้งนี้ ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต และสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด ได้รายงานความพร้อมตามแนวทางปฏิบัติ โดยเฉพาะการเตรียมความพร้อมศูนย์พักพิงชั่วคราวที่ทุกจังหวัดได้มีการสำรวจข้อมูลที่เป็นปัจจุบัน และมีแผนการบริหารจัดการให้พร้อมรองรับประชาชนหากมีการอพยพ ทั้งสถานที่ ระบบไฟฟ้า ระบบประปา ทั้งนี้ ในส่วนการใช้จ่ายเงินทดรองราชการฯ การจ่ายเงินเยียวยาผู้ประสบภัย กรณีภัยอันเนื่องมาจากการกระทำของกองกำลังจากนอกประเทศ ปี 2568 จังหวัดในพื้นมีการดำเนินการช่วยเหลือประชาชนใกล้แล้วเสร็จครบถ้วน
“แม้ประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนไทย-กัมพูชามีการดำรงชีวิตประจำวันตามปกติ แต่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ในฐานะหน่วยสนับสนุนในการพิทักษ์พื้นที่ส่วนหลัง ยังคงเตรียมพร้อมดูแลความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและรอบคอบอยู่เสมอ ทั้งการเตรียมพร้อมและบริหารจัดการศูนย์พักพิงชั่วคราว สิ่งของจำเป็น และจัดเตรียมเครื่องจักรกลสาธารณภัยสำหรับสนับสนุนการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน เช่น รถปฏิบัติการเคลื่อนย้ายผู้ประสบภัย รถไฟฟ้าส่องสว่าง เครื่องผลิตไฟฟ้า รถผลิตน้ำดื่ม รถโรงครัวประกอบอาหารเคลื่อนที่ หากจังหวัดใดมีความประสงค์ใช้เครื่องจักรกลสาธารณภัยเพิ่มเติมเพื่อดูแลประชาชน ให้แจ้งมาที่ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตในพื้นที่ และแจ้งมายังกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เพื่อสนับสนุนให้เหมาะสมกับการปฏิบัติงาน พร้อมเน้นย้ำให้รายงานสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ เพื่อรองรับสถานการณ์ต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นได้อย่างทันที และสร้างความเชื่อมั่นและความปลอดภัยให้กับประชาชน” นายธีรพัฒน์ อธิบดี ปภ. กล่าว
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้ติดตามการจัดสรรสิ่งของบริจาคจากที่สาธารณรัฐประชาชนจีนนำมาให้มอบให้กับประเทศไทยเพื่อใช้ในการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมจากสถานการณ์ชายแดนประเทศไทย – กัมพูชา ซึ่งขณะนี้ได้ถูกลำเลียงเข้าพื้นที่ทั้ง 7 จังหวัดชายแดนเรียบร้อยแล้ว ทั้งผ้าห่ม เตียงพับ มุ้งกันยุง พัดลม ที่นอน เสื้อกันหนาว ชุดเครื่องมือช่างภายในบ้าน โดยอธิบดี ปภ. ได้กำชับให้สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด ประสานจังหวัดและอำเภอวางแผนการส่งมอบและแจกจ่ายให้ผู้ประสบภัยในพื้นที่ เพื่อนำไปใช้ให้ประโยชน์ในการดำรงชีพอย่างเหมาะสม////////








