ดวลปืนกลางถนนท่าวังผา! ชายคลั่งยิงใส่ตำรวจ 4 นัด ก่อนถูกวิสามัญดับ – ปมแค้นฝังใจหลังพัวพันยาเสพติด
เมื่อกลางดึกของคืนวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 พล.ต.ต ดเรศ กัลยา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดน่าน ได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุกลางถนนทางหลวงชนบทหมายเลข 4022 พื้นที่บ้านฮวก หมู่ 4 ตำบลแสนทอง อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน เมื่อเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สถานีตำรวจภูธรท่าวังผา วิสามัญชายวัย 36 ปี หลังใช้อาวุธปืนยิงใส่ตำรวจระหว่างหลบหนี
โดยผู้เสียชีวิตคือ นายภัทรกร (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 36 ปี ก่อนเกิดเหตุมีอาการคลุ้มคลั่ง คาดว่าเสพยาบ้าและดื่มสุรา ตั้งวงดื่มกับเพื่อนรุ่นพี่วัย 63 ปี ภายในหมู่บ้าน จากนั้นก่อเหตุเอะอะโวยวาย ก่อนขับรถจักรยานยนต์ตระเวนตามหาเจ้าหน้าที่ตำรวจนายหนึ่งซึ่งมีบ้านพักอยู่ในหมู่บ้าน แต่ไม่พบตัว
ระหว่างทางได้ข่มขู่ภรรยาของตำรวจรายดังกล่าว โดยนำลูกกระสุนออกจากกระเป๋าคาดเอว ถามว่าจะ “เอาเม็ดไหน” สร้างความหวาดผวาให้ชาวบ้านอย่างมาก จนมีการแจ้งตำรวจเข้าระงับเหตุ
เมื่อเจ้าหน้าที่แสดงตัว ชายรายดังกล่าวกลับเร่งเครื่องหลบหนี มุ่งหน้าไปทางบ้านนาหนุน ซึ่งเป็นเขตชุมชนขนาดใหญ่ ระหว่างทางรถจักรยานยนต์ล้ม เจ้าหน้าที่เข้าควบคุมสถานการณ์ แต่ผู้ก่อเหตุใช้อาวุธปืนขนาด .38 ยิงใส่ตำรวจ 4 นัด กระสุนถูกหม้อน้ำและกระจกรถสายตรวจ
ตำรวจจึงยิงตอบโต้เพื่อป้องกันตัว กระสุนถูกเพื่อนที่ซ้อนท้ายได้รับบาดเจ็บ 1 นัด แต่ผู้ก่อเหตุยังลุกขึ้นขับรถหนีต่อ และยิงใส่รถที่ขับสวนมา รวมถึงรถตำรวจที่เข้ามาสนับสนุนกำลัง
กระทั่งเจ้าหน้าที่ใช้อาวุธปืนขนาด 9 มม. ยิงตอบโต้ 2 นัด กระสุนถูกผู้ก่อเหตุจนรถล้มลงกลางถนน เจ้าตัวยังพยายามบรรจุกระสุนเพื่อยิงต่อสู้ ก่อนล้มฟุบจมกองเลือด เจ้าหน้าที่เร่งนำส่งโรงพยาบาล แต่เสียชีวิตในเวลาต่อมา
ตรวจสอบในกระเป๋าคาดเอวพบปลอกกระสุน ซองบรรจุยาบ้า อุปกรณ์เสพ แต่ไม่พบยาเสพติด คาดว่าเสพจนหมดก่อนเกิดเหตุ
ด้าน พล.ต.ต ดเรศ กัลยา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดน่าน เปิดเผยว่า ผู้เสียชีวิตเคยเป็นคนดี มีครอบครัวอบอุ่น เป็นพ่อของลูกวัยขวบเศษ และเคยได้รับใบประกาศยกย่องจากจังหวัดน่าน แต่ภายหลังเข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ถูกส่งบำบัดที่โรงพยาบาลน่าน 3 ครั้ง และถูกควบคุมสงบสติอารมณ์หลายครั้ง ก่อนหน้านี้เคยมีพฤติกรรมคลุ้มคลั่ง อ้างตนเป็นทหารของพระเจ้าตาก ถือมีดรำดาบกลางหมู่บ้าน และถูกนำตัวส่งบำบัด คาดว่าอาจเกิดความฝังใจกับเจ้าหน้าที่ จนนำไปสู่เหตุรุนแรงในครั้งนี้ เจ้าหน้าที่เตรียมดำเนินการตามขั้นตอนตรวจสอบการใช้อาวุธปืนตามระเบียบ เพื่อความโปร่งใสและเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย .







