“เสือ ดุสิต” เปิดใจรับใช้อารมณ์ทำเกินกว่าเหตุ ปมรุมกระทืบชายวัย 53 ปีอาการโคม่า ยืนยันแฟนสาวถูกจับก้นจริง ขณะที่ตำรวจ สภ.รัตนาธิเบศร์ ระบุอยู่ระหว่างรอผลแพทย์ก่อนแจ้งข้อหาอย่างเป็นทางการ
จากกรณีที่ น.ส.เปมิกา อายุ 26 ปี ลูกสาวของนายธนพล อายุ 53 ปี ผู้บาดเจ็บสาหัส เดินทางมาพร้อมนายไวยอัครา ปิ่นทอง ทนายความ เข้าร้องขอความช่วยเหลือจากนายปรเมศร์ ชัยพัชรกุลพงษ์ หรือ “ดร.แก้ว” ผู้ก่อตั้งเพจ “ดร.แก้วช่วยได้” ก่อนเข้าแจ้งความต่อ ร.ต.ต.พีรวิชญ์ ศรีสำราญ รองสารวัตร (สอบสวน) เพื่อดำเนินคดีกับนายสัมฤทธิ์ หรือ “เสือ ดุสิต” พร้อมพวกอีก 2 คน หลังถูกรุมทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บสาหัส ซี่โครงหัก 12 ซี่ ปอดทะลุ อาการโคม่า เหตุเกิดเวลาประมาณ 04.30 น. วันที่ 18 ก.พ. 69 บริเวณหน้าห้องน้ำภายในร้านอาหารชื่อดังย่านสนามบินน้ำ ถนนเลี่ยงเมืองนนทบุรี อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี โดยมีกล้องวงจรปิดบันทึกเหตุการณ์ไว้ได้อย่างชัดเจนนั้น
เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 25 ก.พ.69 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่ สภ.รัตนาธิเบศร์ เพื่อสอบถามกรณีดังกล่าวกับ พ.ต.อ.พฤฒ จำรูณศาสน์ ผกก.สภ.รัตนาธิเบศร์ เปิดเผยว่า เหตุการณ์ทะเลาะวิวาทที่เกิดขึ้นเรื่องราวเริ่มต้นเป็นยังไงตอนนี้อยู่ในสำนวนคดีแล้ว ตามคลิปผู้เสียหายถูกทำร้ายฝ่ายเดียว ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สอบปากคำไปหลายคนแล้ว อยู่ระหว่างรอผลตรวจจากแพทย์ คดีนี้ไม่มีอะไรซับซ้อนเพราะเรามีพยานหลักฐานจากกล้องวงจรปิดแล้วอยู่ระหว่างออกหมายจับ เบื้องต้นตนได้มีการพูดคุยทั้ง 2 ฝ่าย ตอนนี้ยังไม่สามารถแจ้งข้อกล่าวหาผู้ก่อเหตุได้เพราะต้องรอผลตรวจจากแพทย์ระบุอาการบาดเจ็บ เท่าที่ทราบตอนนี้ผู้บาดเจ็บอาการยังสาหัสอยู่
ต่อมาเวลา 18.00 น. ผู้สื่อข่าวได้รับการติดต่อประสานจากนายสัมฤทธิ์ หรือ “เสือ ดุสิต” อายุ 40 ปี พร้อมด้วยนายอานนท์ หรือ “บอย” อายุ 37 ปี และนายไมตรี หรือ “แมน” อายุ 29 ปี ซึ่งเป็นผู้ก่อเหตุรุมทำร้ายร่างกาย ได้ขอเปิดใจกับสื่อมวลชนถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด
นายสัมฤทธิ์ เปิดเผยว่า ในวันเกิดเหตุตนไปเที่ยว หลังมีเพื่อนโทรศัพท์มาชวนให้ไปหาที่ร้านเหล้าย่านสนามบินน้ำ ซึ่งเป็นร้านลักษณะพีอาร์ ตนจึงเดินทางไปพร้อมรุ่นน้อง 3 คน และมีแฟนสาวไปด้วย รวมทั้งหมด 4 คน เมื่อไปถึงร้านเวลาประมาณ 02.00 น. ได้เข้าไปนั่งภายในห้องวีไอพี ต่อมาประมาณ 03.00 น. แฟนสาวของตนออกไปเข้าห้องน้ำและหายไปนาน ตนจึงเปิดประตูห้องวีไอพีออกมาตามหา
เมื่อออกมาพบว่า แฟนสาวกำลังยืนพูดคุยกับนายธนพล ผู้เสียหาย ซึ่งนั่งอยู่บนโซฟาพร้อมเพื่อนประมาณ 2-3 คน โดยนายสัมฤทธิ์ อ้างว่าเห็นผู้เสียหายใช้มือโอบไปที่ก้นแฟนสาวของตน จึงเดินเข้าไปจับมือผู้เสียหายออกจากแฟนสาว พร้อมพูดว่า “นี่แฟนผม” โดยระบุว่าเพื่อนร่วมโต๊ะของผู้เสียหายก็เห็นเหตุการณ์ และภายในร้านมีกล้องวงจรปิด จึงอยากให้เจ้าของร้านเปิดภาพกล้องเพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริง แต่เจ้าของร้านอ้างว่า ไม่มีเหตุการณ์ดังกล่าวปรากฏในภาพ ซึ่งตนไม่ทราบว่าผู้เสียหายมีอายุ 55 ปี เพราะแต่งตัวดี ไม่ดูมีอายุมาก
นายสัมฤทธิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า อยากให้เพื่อนของผู้เสียหายออกมาพูดความจริงว่า มีการจับก้นเกิดขึ้นหรือไม่ ยืนยันว่าตนเห็นกับตา จึงเกิดอารมณ์และเข้าไปทำร้ายร่างกาย โดยยอมรับว่าใช้อารมณ์และทำเกินกว่าเหตุ ส่วนการที่มีเพื่อนเข้าไปทำร้ายซ้ำ ตนระบุว่าไม่ได้คิดจะรุมตั้งแต่แรก แต่เพื่อนเดินตามหลังมาและเข้าร่วมทำร้ายด้วย
ในประเด็นที่มีข่าวว่าตนพูดท้าทายว่า “ในจังหวัดนนทบุรีไม่กลัวใคร” ตนยืนยันว่าไม่ได้พูดเช่นนั้น เพียงแต่บอกให้ไปแจ้งตำรวจ และตนจะยืนรอ แต่สุดท้ายไม่มีใครแจ้งตำรวจ และการ์ดของร้านได้พาตนออกนอกร้าน ก่อนที่ตนจะขับรถกลับบ้าน
นายสัมฤทธิ์ เปิดเผยอีกว่า ภายหลังเกิดเหตุวันถัดมา เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ติดต่อมา ตนจึงเดินทางเข้าไปมอบตัวที่ สภ.รัตนาธิเบศร์ เพราะยอมรับว่าตนเป็นผู้ลงมือทำร้ายจริง และพร้อมรับผิดตามกฎหมาย รวมถึงพร้อมเยียวยาผู้เสียหาย ขณะนี้อยู่ระหว่างรอหมายเรียกอีกครั้งเพื่อเข้ารับทราบข้อกล่าวหาอย่างเป็นทางการ
เบื้องต้นได้สอบถามแฟนสาวแล้ว ทราบว่าผู้เสียหายเคยว่าจ้างแฟนสาวไปทำหน้าที่พิธีกร (MC) ในงานหนึ่ง เนื่องจากแฟนสาวทำงานสายนี้ จึงอาจรู้จักกันมาก่อน แต่ตนกับผู้เสียหายไม่เคยรู้จักกันเป็นการส่วนตัว และไม่มีเหตุจูงใจอื่นใดที่จะต้องทะเลาะกัน โดยย้ำว่าในคืนดังกล่าวตนไปเที่ยวตามปกติ ไม่ได้ตั้งใจจะมีเรื่อง เพราะไปถึงร้านเวลา 02.00 น. และเหตุเกิดประมาณ 04.30 น.
ส่วนกระแสสังคมในโซเชียล ตนยอมรับสภาพและเข้าใจกระแสวิพากษ์วิจารณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมกล่าวว่ารู้สึกผิดกับทุกฝ่าย ทั้งกับภรรยาที่คบหากันมากว่า 9 ปี และกับแฟนสาวอีกคนที่ทำให้เสียชื่อเสียง โดยยอมรับว่าตนเป็นคนเห็นแก่ตัว ขณะนี้ภรรยาเกิดความเครียดอย่างหนัก และบอกกับตนว่าไม่สามารถกลับไปเป็นเหมือนเดิมได้ เพราะมีปัญหาในลักษณะนี้มาโดยตลอด
ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวได้พูดคุยทางโทรศัพท์กับแฟนสาวของนายสัมฤทธิ์ หรือ “เสือ ดุสิต” ซึ่งอยู่ในเหตุการณ์ โดยเจ้าตัวยืนยันว่า ถูกผู้เสียหายจับก้นจริง อย่างไรก็ตามไม่สะดวกให้บันทึกเสียง








