ชาวบ้านชายแดนไทย–กัมพูชา รับจ้างบรรจุขี้เลื่อยเพาะเห็ด วันละ 300 บาท เก็บเงินสำรองหวั่นอพยพรอบ 3 หลังยิ่งปืน ค.ใส่ทหารไทย ชายแดนตึงเครียดและเฝ้าระวัง แต่ทหารไทยเตรียมพร้อม ตัดเส้นทางใหม่ ไว้ลำเลียงกำลังพลและยุทโธปกรณ์ตลอดแนว ขุดคลองยาวกว่า 3 ก.ม.กั้นเขมร ที่ช่องคลาคลมุม ไม่หวั่นสงครามรอบ 3 ไม่พอยังช่วยเป็นกันชนไฟป่า ที่เขมรเผายั่วยุ ไม่ให้ลามได้อีกทาง
วันที่ 25 ก.พ.69 ที่บ้านโคกไทร หมู่ที่ 1 ตำบลบ้านจาน อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์ ซึ่งเป็นพื้นที่ติดแนวชายแดนไทย–กัมพูชา ชาวบ้านจำนวนหนึ่งยังคงดิ้นรนยึดอาชีพรับจ้างทั่วไปเพื่อหารายได้เลี้ยงครอบครัว ท่ามกลางความไม่แน่นอนของสถานการณ์ชายแดนที่ยังคงสร้างความกังวลให้กับคนในพื้นที่ โดยเฉพาะเมื่อวานนี้ ทหารกัมพูชายิงลูกระเบิดปืน ค.ใส่ทหารไทยที่พลาญหินแปดก้อน จ.ศรีสะเกษ ตามที่เป็นข่าวและการจุดไฟเผาป่า ยั่วยุต่างๆนานาของทหารกัมพูชา
นายศรัณย์ภัทร บุญเนือง อายุ 22 ปี ชาวบ้านหมู่ที่ 1 บ้านโคกไทร เปิดเผยว่า ปัจจุบันตนเองและชาวบ้านในชุมชนได้รวมกลุ่มรับจ้างบรรจุถุงขี้เลื่อยสำหรับเพาะเห็ด ซึ่งเป็นงานที่สามารถทำในพื้นที่หมู่บ้าน ได้ค่าจ้างเฉลี่ยวันละประมาณ 300 บาท แม้จะเป็นรายได้ไม่มาก แต่ก็ยังพอช่วยประคับประคองค่าใช้จ่ายในครอบครัว และมีเงินเก็บสำรองไว้เผื่อเหตุฉุกเฉิน
“ช่วงนี้ทุกคนก็พยายามทำงานเก็บเงินไว้ก่อน เพราะไม่รู้ว่าสถานการณ์จะเป็นอย่างไร หากมีเหตุการณ์ฉุกเฉินขึ้นอีกก็อาจต้องอพยพเหมือนที่ผ่านมา รายได้ก็จะหายไปทันที” นายศรัณย์ภัทร กล่าว
ชาวบ้านหลายครอบครัวยอมรับว่า แม้ปัจจุบันสถานการณ์ยังคงปกติ แต่ความทรงจำจากการอพยพในช่วงก่อนหน้า ทำให้ยังคงรู้สึกหวาดระแวงและเตรียมความพร้อมอยู่เสมอ โดยเฉพาะครอบครัวที่มีผู้สูงอายุและเด็กเล็ก ซึ่งได้รับผลกระทบโดยตรงหากต้องเคลื่อนย้ายที่อยู่อาศัยอย่างรีบด่วน
อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางความไม่แน่นอน ชาวบ้านยังคงมุ่งมั่นทำงานสุจริต ใช้แรงกายแลกค่าแรงด้วยความหวังเพียงอย่างเดียว คือการได้ใช้ชีวิตอย่างสงบในถิ่นฐานบ้านเกิด และมีโอกาสประกอบอาชีพอย่างมั่นคงโดยไม่ต้องเผชิญการอพยพซ้ำอีกในอนาคต และต่างฝากความหวังไว้กับรัฐบาลชุดใหม่ที่จะช่วยจัดการปัญหาชายแดนให้จบโดยเร็ว เพราะสถานการณ์ที่ยืดเยื้อ ได้ส่งผลกระทบกับวิถีชีวิตความเป็นอยู่ที่ไม่ปกติ และการทำมาหากิน การหารายได้ที่ยากลำบากอยู่ในขณะนี้
ผู้สี่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า แม้สถานการณ์ณ์ชายแดนที่เริ่มตึงเครียด สุ่มเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดการสู้รบในรอบที่ 3 ในเร็ววันนี้ แต่ทหารไทยก็มีการเตรียมพร้อมรับมือตลอดแนวชายแดน โดยเฉพาะเส้นทางลำเลียงกำลังพลและยุทโธปกรณ์ต่าง ที่ทหารไทยได้มีการสร้างเส้นทางใหม่ ตลอดแนวชายแดนในพื้นที่จุดยุทธศาสตร์สำคัญ ที่ทหารไทยสามารถยึดกลับคืนมาได้ตลอดแนวชายแดน โดยเฉพาะที่บริเวณช่องคลาคลุม ต.ด่าน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ ซึ่งอยู่ติดกับชายแดนช่องจอม ที่พบว่าทหารไทยได้มีการตัดถนนทำเส้นทางใหม่ตลอดแนวชายแดน นอกจากจะเป็นเส้นทางลำเลียงกำลังพลและยุทโธปกรณ์ต่างๆแล้ว ยังเป็นกันชนไม่ให้ไฟไหม้ป่าลามติดต่อกันเข้ามาได้อีกด้วย หลังจากพบว่ากัมพูชามีการเผาป่าก่อกวนทหารไทยอยู่ในขณะนี้
นอกจากนี้ ที่บริเวณพื้นที่ช่องคลาคลุมฯดังกล่าว ยังคงพบเศษซากบ้านพักของทหารกัมพูชาที่ให้ครอบครัวและญาติพี่น้องบุกรุกเข้ามาสร้างบ้านและปลูกต้นมะม่วงแกว้ขมิ้นไว้ในพื้นที่ประเทศไทยเป็นจำนวนมาก ซึ่งถูกทหารไทยบุกยึดคืนและยิงทำลายเมื่อครั้งการสู้รบที่ผ่านมา เหลือแค่เศษซากให้เห็น ไว้ให้ดูต่างหน้าอีกด้วย ซึ่งจุดดังกล่าวสามารถมองเห็นอาคารสะแกมเมอร์ ในพื้นที่ใกล้กับบ่อนกาสิโนโอรเสม็ด-ช่องจอมได้อย่างชัดเจนอีกด้วย ถัดลงไปอีกหลายร้อยเมตร บริเวณตีนเขาของช่องคลาคมุม ทหารไทยได้ใช้รถแบ็คโฮ ขุดคลองกว้าง 5 เมตร ลึก 4 และสร้างคันคลอง ยาวตลอด 3 กิโลเมตร เลียบแนวชายแดน เพื่อกั้นเป็นแนวเขตไม่ให้กัมพูชารุกล้ำข้ามเข้ามาฝั่งไทยได้อีกด้วย







