วิทยาลัยเทคนิคนิคมอุตสาหกรรมระยอง จับมือ บ.เครือข่ายวิสาหกิจชุมชนมาบตาพุด ลงนาม MOU พัฒนาการศึกษาอาชีวะระบบทวิภาคี เสริมทักษะนักศึกษาให้ตรงตลาดแรงงาน สร้างงาน สร้างอาชีพ และยกระดับเศรษฐกิจชุมชนอย่างยั่งยืน
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 24 ก.พ.69 ที่ห้องประชุมออดิทอเรียม บ.พีทีทีแอลเอ็นจี จำกัด(หนองแฟบ) ต.มาบตาพุด อ.เมือง จ.ระยอง นายวิทวัต ปัญจมะวัต รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ MOU ระหว่างนายวีระชัย สมบัติกำไร ผอ.วิทยาลัยเทคนิคนิคมอุตสาหกรรมระยอง และนายอิทธิ แจ่มแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บ.เครือข่ายวิสาหกิจชุมชนมายตาพุด จำกัด ทั้งนี้ เพื่อส่งเสริมและพัฒนาการจัดการอาชีวศึกษาให้มีความเข้มแข็ง โดยมุ่งเน้นการจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี ให้สอดคล้องกับความต้องการของสถานประกอบการ ชุมชน และตลาดแรงงานในปัจจุบัน ตลอดจนเสริมสร้างโอกาสในการทักษะอาชีพ ประสบการณ์การทำงาน และคุณภาพผู้เรียนให้สามารถเข้าสู่การประกอบอาชีพได้อย่างยั่งยืน โดยมี ดร.พูลศักดิ์ ลีสมบัติไพบูลย์ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน พล.อ.ฐิติวัฒน์ กำลังเอก อนุกรรมการกลั่นกรองโครงการกองทุนพัฒนาไฟฟ้า ว่าที่ ร.ต.ณรงค์ เกษตรภิบาล ผอ.สถาบันอาชีวศึกษาภาคตะวันออก นายยุทธพันธ์ โคตรพันธ์ ผอ. วิทยาลัยเทคนิคบ้านค่าย นายภุชงค์ สฤษดีชัยกุล ผจก.กองทุนไฟฟ้าเขตนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จ.ระยอง และผู้บริหารสถานศึกษาสังกัดสำนักงานอาชีวศึกษาจังหวัดระยอง ผู้บริหารเทศบาลนครมาบตาพุด ชุมชน ร่วมเป็นสักขีพยานในการลงนามดังกล่าว
นายวิทวัต เปิดเผยว่า การลงนาม MOU ที่เกิดขึ้นดังกล่าว จะเป็นประโยชน์กับตัวนักศึกษาในเรื่องของการฝึกวิชาชีพ ซึ่งเดิมมีการฝึกประสบการณ์วิชาชีพกับสถานประกอบการอยู่แล้ว ซึ่งเรื่องที่ดีที่ได้สถานประกอบการเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะ SMEs หรือวิสาหกิจชุมชน มีความต้องการแรงงาน ต้องการ Skill ใหม่ๆ ของนักศึกษา ซึ่งได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่าย สถานศึกษาอาชีวศึกษาได้แหล่งฝึกงาน วิสาหกิจชุมชนได้กำลังแรงงาน ทำให้เกิดการสร้างงาน สร้างอาชีพขึ้นให้กับชุมชน และสอดรับการการพัฒนาการศึกษาระบบทวิภาคีของอาชีวศึกษาที่มุ่งการฝึกงานในสถานประกอบการ มั่นใจได้ว่านักศึกษาอาชีวศึกษาสำเร็จการศึกษาออกไปได้งานทำ 100 เปอร์เซ็นต์
ดร.พูลพัฒน์ เปิดเผยว่า การลงนาม MOU ดังกล่าว เป็น 3 ประสานความร่วมมือให้เกิดความเข้มแข็งของเศรษฐกิจชุมชนขึ้น ซึ่งทางคณะกรรมการกิจการพลังงาน พร้อมให้การสนับสนุนภาคประชาชนให้มีความเข้มแข็งด้านเศรษฐกิจดังกล่าว โดยเฉพาะการสร้างงานให้เกิดขึ้นในชุมชน การพัฒนาแรงงานที่มีทักษะฝีมือในอนาคตเป็นสิ่งที่จะต้องเตรียมพร้อมให้ประเทศอย่างยิ่งยวด ซึ่งชุมชนที่มีความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจขึ้นมาด้วยตัวเอง ก็จะสามารถทำให้ดูแลทั้งในด้านการจ้างงาน การพัฒนาอาชีพ และรายได้ที่มีความยั่งยืน สำหรับในส่วนของการส่งเสริมการศึกษานั้น กองทุนพัฒนาไฟฟ้าฯ ได้มีการเติมเงินช่วยสนับสนุนเพื่อให้เกิดการเตรียมความพร้อมโครงการต่างๆ และอุปกรณ์ เครื่องมือ-เครื่องใช้ในการประกอบการเรียน และการพัฒนา เพื่อให้นักศึกษามีความพร้อมและเป็นแรงงานที่มีทักษะฝีมือต่อไปในอนาคต
นายวีระชัย เปิดเผยว่า การลงนามดังกล่าว จะเกิดการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง ซึ่งทางวิทยาลัย มุ่งหวังจะเปลี่ยนชุมชน และสถานประกอบการให้เป็นห้องเรียนที่มีชีวิต ให้นักเรียนได้ฝึกทักษะดิจิทัลและนิสัยอุตสาหกรรมจากสถานการณ์จริง และสร้าง 'คนดี คนเก่ง' ให้กับท้องถิ่น เพื่อให้เยาวชนเติบโตขึ้นมาเป็นกำลังสำคัญที่มีทั้งฝีมือและคุณธรรม พร้อมกลับมาพัฒนาบ้านเกิด รวมทั้งเกิดความเข้มแข็งของเครือข่าย การเชื่อมโยงระหว่างสถานศึกษาและชุมชน จะช่วยลดช่องว่างระหว่างการเรียนและการทำงาน ทำให้สามารถผลิตคนได้ตรงตามความต้องการของตลาดแรงงานในพื้นที่อุตสาหกรรมอย่างแท้จริงด้วย
ด้านนายอิทธิ เปิดเผยว่า การลงนามดังกล่าว เป็นก้าวสำคัญของการประสานพลังระหว่าง 'สถานศึกษา' และ 'ชุมชน' เพื่อร่วมกันพัฒนากำลังคนอาชีวศึกษาให้มีคุณภาพและสอดคล้องกับบริบทของพื้นที่อย่างแท้จริง ความร่วมมือครั้งนี้ มีเป้าหมายสำคัญในการเปิดโอกาสให้เยาวชนได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริงในชุมชน ได้ฝึกปฏิบัติงานในสถานประกอบการของเครือข่ายวิสาหกิจชุมชน นำความรู้จากห้องเรียนมาประยุกต์ใช้กับสถานการณ์จริง จนเกิดทักษะ ความชำนาญ และความเข้าใจในวิถีการทำงานของชุมชนอย่างลึกซึ้งต่อไป ซึ่งชุมชนพร้อมให้การสนับสนุนร้วมวางแผน กำหนดแนวทางการดำเนินงาน สนับสนุนแหล่งฝึกงาน ดูแลความปลอดภัยสวัสดิการของนักศึกษา พร้อมทั้งมอบหมายผู้มีความรู้และประสบการณ์ในพื้นที่ ทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงถ่ายทอดองค์ความรู้ ภูมิปัญญา และคุณธรรม จริยธรรมส่งเสริมในการประกอบอาชีพ เพื่อหล่อหลอมเยาวชนให้เป็นทั้ง 'คนเก่ง' และ 'คนดี' ของสังคมต่อไป







