ข่าวภูมิภาค

จับแล้วแก๊งขายอาหารนกท่าแพ ชูนิ้วด่านักท่องเที่ยว ส่งฟ้องศาลทันที

แชร์ข่าว

ตำรวจเชียงใหม่รวบแก๊งขายอาหารนกประตูท่าแพ หลังชูนิ้วกลางด่านักท่องเที่ยวจนเป็นกระแสโซเชียล พบเคยถูกจับหลายครั้ง ล่าสุดรับสารภาพ เตรียมส่งฟ้องศาลดำเนินคดี หวังฟื้นภาพลักษณ์เมืองท่องเที่ยว

เมื่อวันที่ 23 ก.พ.69 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองเชียงใหม่ ร่วมเจ้าหน้าที่ ตร.ท่องเที่ยว ติดตามตัว คนขายอาหารนก ชูนิ้วกลางพูดจาต่อว่า นักท่องเที่ยวบนลานท่าแพ เพื่อนำตัวมาดำเนินคดี ภายหลังจรกที่มีกระแสข่าวตามที่ปรากฏในสื่อโซเชียลมีเดีย ความว่า “เอาอีกแล้ว แก๊งนกพิราบท่าแพ นทท.ต่างชาติถ่ายคลิปแจ้งมา หลังถูกคนขายอาหารนกใช้คำไม่สุภาพ ไม่ยอมให้ถ่ายรูปถ้าไม่จ่ายเงิน แถมถูกต่อว่าและชูนิ้วกลางใส่ด้วย”

โดยเมื่อวันที่ 23 ก.พ.69 เวลาประมาณ 12.40 น.ที่ผ่านมา ในกลุ่มโลกออนไลน์ ชื่อกลุ่มเชียงใหม่ 108 พบว่ามีนักท่องเที่ยวออกมาโพสต์ข้อความ“The illegal merchants in Tha Phae Gate are damaging the image of the entire Chiang Mai.They seized the photo area of Tha Phae Gate, did not allow tourists who did not pay them to take photos, and insulted them.” พร้อมคลิปวีดีโอ เป็นผู้ชายใส่หมวกแกปสีฟ้ายีนส์ กำลังถ่ายรูปให้นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวลานท่าแพ และพร้อมกันนั้นได้ใช้คำพูดต่อว่านักท่องเที่ยวและทำท่าชูนิ้ว ให้กับนักท่องเที่ยว ที่เป็นผู้บันทึกวีดีโอขณะนั้น ทำให้มีผู้แสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก และกลายเป็นประเด็นร้อนต่อการกระทำของชายคนดังกล่าว ทำให้ภาพลักษณ์จังหวัดเชียงใหม่ เสียหายอย่างเป็นวงกว้าง

ต่อมา วันเดียวกันนี้ ทางด้าน พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5 และพล.ต.ต.ยุทธนา แก่นจันทร์ ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ ได้รับทราบถึงปัญหาที่เกิดขึ้นและได้สั่งการให้ เร่งติดตามตัวผู้กระทำผิดตามภาพที่ปรากฎมาดำเนินคดีตามกฎหมาย เนื่องจากเป็นการกระทำที่เสื่อมเสีย และกระทบต่อความรู้สึกของพี่น้องประชาชนจังหวัดเชียงใหม่

และเมื่อ เวลาประมาณ 15.00 น. พ.ต.อ.ปรัชญา ทิศลา ผกก.สภ.เมืองเชียงใหม่ พ.ต.อ.พิษณุ เตรียมดี ผกก.2 บก.ทท.2 เร่งรัดให้ พ.ต.ท.ทัตตวีย์ ด่านพิทักษ์ตระกูล รอง ผกก.ป.ฯ ,พ.ต.ท.ชุวาพล ชัยสาร รอง ผกก.สส.ฯ ,พ.ต.ท.วิษณุ นวนมุสิด สวป.ฯ พ.ต.ท.อวิรุทธ์ สุขแย้ม สว.กก.2 บก.ทท.2 เจ้าหน้าที่สายตรวจ บูรณาการร่วมกับ ตร.ท่องเที่ยว ลงพื้นที่ตรวจสอบลานประตูท่าแพ เพื่อติดตามตัวผู้กระทำผิด ที่ก่อเหตุพูดจาต่อว่าและชูนิ้วกลางใส่นักท่องเที่ยว มาดำเนินคดี

ล่าสุด เวลา 15.30 น. ชุดเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองเชียงใหม่และเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยว ได้ลงพื้นที่ลานประตูท่าแพ พบมีบุคคลเป็นชายรูปร่างผอม ใส่หมวกแกปสีฟ้ายีนส์ กำลังยืนถ่ายรูปให้นักท่องเที่ยวบริเวณลานท่าแพ จึงเข้าแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ และสอบถามตัวผู้ก่อหตุตามคลิปวีดีโอ ทราบชื่อคือ นายสมชัย อายุ 30 ปี ชาว ต.แม่สะลองใน อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย พร้อมพวกอีก 2 คน คือ นายอาแล่ อายุ 37 ปี ชาว อ.ช้างคลาน จ.เชียงใหม่ และ นางสาวจุลจิรา ชาว ต.ป่าตัน อ.เมือง จ.เชียงใหม่ รวมทั้งหมด 3 คน เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองเชียงใหม่ จึงได้นำตัวมายัง สภ.เมืองเชียงใหม่ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

จากการสอบถาม นายสมชัย ให้การยอมรับว่าเป็นบุคคลตามในคลิปวีดีโอจริง และยอมรับว่าได้กระทำความผิดจริงตามที่ปรากฎ เนื่องจากนักท่องเที่ยวมาต่อว่าตนก่อน จนทนไม่ไหวจึงตอบโต้ไป

ทั้งนี้นายสมชัย ผู้ก่อเหตุ ได้ขอโทษต่อสังคมและพี่น้องชาวจังหวัดเชียงใหม่ และยังฝากคำขอโทษไปถึงยัง นักท่องเที่ยวผู้ที่ถูกตนพูดจาต่อว่า ตนรู้สึกสำนึกผิดถึงกรกระทำดังกล่าว อีกทั้งยังทำให้ภาพลักษณ์ของจังหวัดเชียงใหม่เสียหาย จึงได้แจ้งข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา แก่ผู้ต้องหา ว่า “ผู้ใดกระทำการด้วยประการใดๆต่อหน้าผู้อื่นอันเป็นการรังแก ข่มเหง คุกคาม หรือกระทำให้ได้รับความอับอายหรือเดือดร้อนรำคาญ เป็นการกระทำในที่สาธารณธหรือต่อหน้าธารกำนัล มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท”

โดยนายสมชัย ผู้ก่อเหตุ พร้อมพวกรวม จำนวน 3 ราย ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา จากนั้นได้ทำบันทึกจับกุม นำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน นำตัวเข้าสู่ห้องควบคุมสภ.เมืองเชียงใหม่ และจะได้นำตัวผู้ต้องหาส่งฟ้องศาลแขวงจังหวัดเชียงใหม่ต่อไป

อย่างไรก็ตาม พ.ต.อ.ปรัชญา ทิศลา กล่าวว่า กลุ่มคนเหล่านี้เคยถูกจับและปรับมาแล้ว 2 ครั้ง ครั้งนี้ถือว่าเป็นการกระผิดความผิดซ้ำซาก จึงต้องดำเนินการตามกฏหมายอย่างเด็ดขาด จึงจับกุมควบคุมตัวผู้ต้องหาส่งฟ้องศาล

ที่ผ่านมา สภ.เมืองเชียงใหม่ ได้กำชับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ในการลงพื้นที่กวดขันกลุ่มขายอาหารนกบนลานท่าแพ มาโดยตลอด และหากพบการกระทำผิดให้นำตัวมาดำเนินคดีทันที จึงขอให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวเชื่อมั่น ต่อการปฏิบัติหน้าที่ของ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองเชียงใหม่ ที่มีความมุ่งมั่น และดูแลรักษาความปลอดภัยแก่ประชาชนและนักท่องเที่ยว อย่างที่สุด เพื่อภาพลักษณ์ที่ดีแก่ชาวจังหวัดเชียงใหม่ต่อไป

ข่าวแนะนำ