เซียนแห ชายแดน นับร้อยแห่ซื้อบัตรลงแขก "จับปลา" แบบวิถีพื้นบ้าน บริเวณสระชุมชนบ้านใหม่พัฒนา เพื่อหารายได้เป็นกองทุนหมู่บ้าน ในช่วงสถานการณ์ที่ต้องเฝ้าระวัง
วันที่ 22 ก.พ. 69 เวลา09.00น. ที่บริเวณหนองสระใหญ่ประจำชุมชน หมู่บ้านใหม่พัฒนา ตำบลสำเภาลูน อำเภอบัวเชด จังหวัดสุรินทร์ ฝั่งทิศตะวันออกของหมู่บ้านพื้นที่รอยต่อกับ ต.สะเดา อ.บัวเชด จ.สุรินทร์ บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก เมื่อบรรดาเซียนแหเซียนเเหนับร้อยคนและประชาชนจากหลายพื้นที่ แห่เดินทางมาซื้อบัตรเข้าร่วมกิจกรรม "ลงแขกจับปลา" ท่ามกลางความคึกครื้นและรอยยิ้มของชาวบ้านทั้งสองฝั่งพื้นที่
สำหรับ สระน้ำ เป็นหนองน้ำสาธารณประโยชน์ที่ชาวบ้านร่วมกันดูแลและอนุรักษ์มานานกว่า 10 ปี ได้เปิดให้จับปลาเป็นกรณีพิเศษ เพื่อระดมทุนจัดเป็นกองทุนของหมู่บ้าน โดยเปิดจำหน่ายบัตรราคา ริมฝั่ง 200 แพ 300 บาท ให้ผู้สนใจได้ร่วมจับปลาแบบวิถีพื้นบ้าน ใช้อุปกรณ์ดั้งเดิม อาทิ แห ยอ และเครื่องมือประมงพื้นบ้าน ซึ่งได้รับความสนใจจากบรรดาเซียนหาปลาเป็นอย่างมาก
ส่วนปลาที่พบในสระ อาทิ ปลาบึกตัวใหญ่ ปลาตะเพียน ปลายี่สก และปลาอื่นๆ ทุกประเภท ทำให้กิจกรรมครั้งนี้ถูกใจนักหาปลาทั้งสายจริงจังและสายวิถีชุมชนเป็นอย่างมาก
ขณะที่ หนึ่งในเซียนหาปลา รายหนึ่ง เล่าว่า ตนเดินทางมาปักหลักรอตั้งแต่กลางคืน เพื่อเตรียมอุปกรณ์และจับจองบัตร บางรายเดินทางมาจากต่างอำเภอ หลังทราบข่าวจากเพจหลงรักบัวเชด เพจชุมชนประจำพื้นที่ ว่ามีการเปิดขายบัตรลงแขกจับปลา บอกว่าคุ้มค่ากับการเดินทาง ภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมงสามารถจับปลาได้จำนวนมาก บางส่วนแบ่งขายให้พ่อค้าแม่ค้าที่มารับซื้อถึงพื้นที่ สร้างรายได้หลายพันบาท ขณะที่บางส่วนก็นำกลับไปบริโภคในครัวเรือน
ทางด้าน นายเพียรพร เเสงเมือง ผู้ใหญ่บ้านใหม่พัฒนา เผยว่า สระน้ำเเห่งนี้เป็นแหล่งน้ำสาธารณะที่ชาวบ้านช่วยกันดูเเล โดยปกติจะงดจับปลาเพื่อการอนุรักษ์และขยายพันธุ์ปลา แต่เนื่องจากหมู่บ้านขาดงบประมาณกองทุนหมู่บ้านเเละอุปกรณ์ส่วนรวมสำหรับชาวบ้าน คณะกรรมการจึงมีมติเห็นชอบให้จัดกิจกรรมลงแขกจับปลาเป็นกรณีพิเศษ
ทั้งนี้ นอกจากจะสร้างรายได้แล้ว ยังช่วยสืบสานวิถีชีวิตและภูมิปัญญาพื้นบ้านให้คงอยู่ต่อไป กิจกรรมครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของพลังชุมชน ที่สามารถนำทรัพยากรท้องถิ่นมาบริหารจัดการอย่างมีส่วนร่วม เกิดรายได้หมุนเวียน พร้อมสร้างความสามัคคีให้กับชาวบ้านในพื้นที่อย่างยั่งยืน ท่ามกลางสถานการณ์ชายแดนที่ต้องเฝ้าระวัง แต่การดำเนินชีวิตเพื่อปากท้องของชาวบ้านก็ต้องดำเนินไป







