สถานการณ์ปลาหมอคางดำในอำเภอหัวไทรมีแนวโน้มลดลงอย่างชัดเจน จากข้อมูลของกลุ่มเกษตรกรและชาวบ้านในพื้นที่ ปริมาณปลาที่จับได้ต่อวันลดลงต่อเนื่อง สะท้อนผลของแนวทาง “ใช้ประโยชน์เพื่อควบคุม” สร้างมูลค่าเพิ่มให้เกษตรกรและชุมชน
วันที่ 20 ก.พ.69 นายนัฎฐชัย นาคเกษม หรือ “พี่โชค” ประธานกลุ่มเกษตรกรเลี้ยงปูขาวอินทรีย์ บ้านเนินหนองหงส์ ระบุว่า ปัจจุบันปริมาณปลาหมอคางดำใน อ.หัวไทร เริ่มไม่เพียงพอต่อความต้องการ โดยเฉพาะสมาชิกกลุ่มทั้ง 30 ราย ที่ต้องการใช้ปลามาเป็นเหยื่อเลี้ยงปูรวมวันละ 400-500 กิโลกรัม ซึ่งนอกจากจะช่วยกำจัดปลาแล้ว ยังช่วยสร้างรายได้ให้ชาวบ้านผู้จับปลามาขายได้ถึงวันละ 4,000-5,000 บาท
"ขณะนี้ปลาหมอคางดำใน อ.หัวไทรเริ่มหายาก ไม่พอต่อความต้องการของฟาร์มปู เราจึงมองเห็นโอกาสในการเชื่อมโยงกับพื้นที่ ต.ขนาบนาค อ.ปากพนัง ที่ยังมีปลาจำนวนมาก หากมีการจัดการระบบรวบรวมและขนส่งที่ดี จะช่วยกระจายรายได้สู่คนจับปลาในปากพนัง และช่วยลดต้นทุนให้คนเลี้ยงปูในหัวไทรได้อย่างยั่งยืน เนื่องจากปูขาวเป็นสัตว์เศรษฐกิจที่มีราคาจำหน่ายสูงถึง 400-700 บาทต่อกิโลกรัม" นายนัฎฐชัย กล่าว
ก่อนหน้านี้ ชาวบ้านบางรายสามารถจับปลาได้วันละประมาณ 100 กิโลกรัม ปัจจุบันเหลือเพียงประมาณ 10 กิโลกรัม แสดงให้เห็นว่าความต้องการในตลาดช่วยดึงปลาขึ้นจากระบบนิเวศอย่างต่อเนื่อง
ด้านนางวาสนา เขียวเสน หรือ “คุณไก่” ชาวบ้านชุมชนเกาะเพชร อ.หัวไทร เปิดเผยว่า ปริมาณปลาหมอคางดำที่เคยจับได้ลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยก่อนหน้านี้หาได้วันละ 100 กิโลกรัม ปัจจุบันเหลือเพียง 10 กว่ากิโลกรัม สะท้อนว่าแนวทางการควบคุมจำนวนปลาด้วยการใช้ประโยชน์เห็นผลเป็นรูปธรรม โดยชาวบ้านจะนำปลาที่จับได้คัดแยกขนาดมาสร้างมูลค่าเพิ่ม ปลาไซซ์ใหญ่ นำมาแปรรูปเป็น "ปลาแดดเดียว" ที่สามารถจำหน่ายกิโลกรัมละ 200 บาท เป็นที่ต้องการของผู้บริโภค ส่วนปลาไซซ์เล็ก ส่งขายเป็น "วัตถุดิบเหยื่อเลี้ยงปู" ให้กลุ่มเกษตรกรในราคา 10 บาทต่อกิโลกรัม
"แนวทางนี้ช่วยให้คนในชุมชนมีรายได้เข้ามาทุกวัน และยังเป็นการช่วยกำจัดปลาต่างถิ่นในพื้นที่ไปพร้อมกัน" คุณไก่ กล่าว








