สถาบันโรคทรวงอกจัดประชุมวิชาการ “วิกฤตโรคหัวใจ ปลอดภัยทั่วไทย” ที่ รพ.น่าน ยกระดับการรักษาภาวะหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน พัฒนา Fast Track–Thai ACS Registry เพิ่มโอกาสรอดชีวิตผู้ป่วยทั่วประเทศ
วันที่ 19 ก.พ.69 ที่โรงพยาบาลน่าน จังหวัด น่าน นางสาวณัฐยาน์ ทวีวงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานเปิดโครงการประชุมวิชาการสัญจร “วิกฤตโรคหัวใจ ปลอดภัยทั่วไทย (Save Thais from Heart Diseases)” จัดโดย สถาบันโรคทรวงอก ระหว่างวันที่ 19–20 กุมภาพันธ์ 2569 โดยมี ภุชงค์ ชื่นชม สาธารณสุขจังหวัดน่าน พร้อมบุคลากรทางการแพทย์จากโรงพยาบาลทั่วประเทศทั้งในและนอกสังกัดกระทรวงสาธารณสุข 816 แห่ง เข้าร่วมกว่า 200 คน
การประชุมครั้งนี้มุ่งรับมือ “ภาวะหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน (ACS)” ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุการเสียชีวิตสำคัญของคนไทยและทั่วโลก เกิดจากการอุดตันของหลอดเลือดหัวใจอย่างฉับพลัน หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที อาจนำไปสู่ภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน หัวใจเต้นผิดจังหวะรุนแรง และเสียชีวิตได้
ด้าน เขตต์ ศรีประทักษ์ ผู้อำนวยการสถาบันโรคทรวงอก เปิดเผยว่า โครงการ “วิกฤตโรคหัวใจ ปลอดภัยทั่วไทย” ดำเนินมาตั้งแต่ปี 2557 เพื่อยกระดับมาตรฐานการดูแลรักษาผู้ป่วยหัวใจ พัฒนาระบบบริการและเครือข่ายส่งต่อ รวมถึงจัดทำฐานข้อมูลผู้ป่วยกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันระดับประเทศ ผ่านระบบ Thai ACS Registry ซึ่งช่วยให้ผู้ป่วยเข้าถึงการรักษาได้รวดเร็วและมีคุณภาพตามมาตรฐานสากล ส่งผลให้อัตราการเสียชีวิตลดลงอย่างต่อเนื่อง
ข้อมูลปี 2568 ระบุว่ามีผู้ป่วย ACS รวม 26,069 ราย โดยข้อมูลสมบูรณ์ 20,358 ราย แบ่งเป็น STEMI ร้อยละ 50.31, NSTEMI ร้อยละ 46.66 และ UA ร้อยละ 3.22 ผู้ป่วยร้อยละ 77.89 ได้รับการเปิดหลอดเลือดหัวใจหรือยาละลายลิ่มเลือด ขณะที่อัตราเสียชีวิตในโรงพยาบาลอยู่ที่ร้อยละ 8.02 ในกลุ่ม STEMI และร้อยละ 5.04 ในกลุ่ม NSTEMI
อย่างไรก็ตาม ยังพบผู้ป่วยร้อยละ 30–50 เสียชีวิตก่อนถึงโรงพยาบาล สะท้อนความจำเป็นของระบบดูแลเร่งด่วน (Fast Track) การวินิจฉัยรวดเร็วด้วยคลื่นไฟฟ้าหัวใจ การทำ CPR และการใช้เครื่อง AED ซึ่งล้วนเพิ่มโอกาสรอดชีวิตได้อย่างมีนัยสำคัญ
การประชุมประกอบด้วยการบรรยายและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการดูแลผู้ป่วย ACS มาตรฐานการรักษาภาวะหัวใจล้มเหลวแบบสหวิชาชีพ การพัฒนาระบบส่งต่อผู้ป่วย STEMI ตลอดจนการอบรมบันทึกข้อมูลในระบบฐานข้อมูลกลาง พร้อมกิจกรรมเชิงปฏิบัติการ เช่น การกู้ชีพขั้นสูง (ACLS Workshop) การออกกำลังกายเพื่อสุขภาพหัวใจ และการสาธิตหัตถการสวนหัวใจเพื่อปิดรูรั่วผนังกั้นหัวใจ
โรงพยาบาลน่านซึ่งร่วมเป็นเจ้าภาพ มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคหัวใจ 3 คน ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง 7 วัน และมีอัตราการเสียชีวิตหลังกลับบ้านภายใน 30 วันเพียงร้อยละ 2.17 ต่ำที่สุดในเขตสุขภาพ อีกทั้งยังบันทึกข้อมูลผู้ป่วยได้ครบถ้วนร้อยละ 100 สะท้อนศักยภาพระบบบริการสุขภาพในพื้นที่
รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่านกล่าวว่า การประชุมครั้งนี้ไม่เพียงยกระดับองค์ความรู้ทางการแพทย์ แต่ยังสร้างเครือข่ายความร่วมมือทั่วประเทศ เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงการรักษาโรคหัวใจได้รวดเร็ว ปลอดภัย และมีคุณภาพ “หัวใจที่ปลอดภัย คือรากฐานของคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชนไทยทุกคน”








