เทศบาลนครนครราชสีมาอนุมัติงบ 5 แสนบาท ร่วมสำนักศิลปากรที่ 10 ขุดตรวจชั้นดินคูเมืองเก่า “โนนพลล้าน” ศึกษาร่องรอยมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์ พร้อมต่อยอดเป็นแหล่งเรียนรู้โบราณคดีของประชาชน
วันที่ 19 ก.พ.69 ที่ห้องประชุมกาญจนาภิเษก เทศบาลนคร (ทน.) นครราชสีมา นายกายสิทธิ์ สุคนธรัตน์ ประธานสภา ทน.นครราชสีมา เปิดการประชุมสมัยสามัญ สมัยแรก ประจำปี 2569 ครั้งที่ 1 ซึ่งมีระเบียบวาระทั้งสิ้น 25 วาระ โดยมีนายแพทย์วรรณรัตน์ ชาญนุกูล นายก ทน. พร้อมรองนายก ฯ สมาชิกสภา (สท.) 20 คน จากจำนวนทั้งสิ้น 24 คน รวมทั้งหัวหน้าส่วนและข้าราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมโดยพร้อมเพรียง
ในระเบียบวาระที่ 23 นายวุฒิศักดิ์ ภาวะศิลป์ รองนายก ฯ เสนอญัตติเรื่องขอความเห็นชอบการเบิกจ่ายเงินอุดหนุนสำนักศิลปากรที่ 10 นครราชสีมา ในการขุดตรวจทางโบราณคดี บริเวณกำแพงเมืองนครราชสีมา ด้านทิศตะวันออก ตรวจสอบชั้นดินในคูเมืองพื้นที่ “พลล้านปัญจา” งบ 5 แสนบาท เพื่อดำเนินโครงการศึกษาวิจัยร่องรอยมนุษย์โบราณในพื้นที่เมืองเก่าและศึกษาร่องรอยมนุษย์ในวัฒนธรรมยุคก่อนประวัติศาสตร์ ซึ่งการขุดค้นจะช่วยขยายองค์ความรู้ทางโบราณคดีและประวัติศาสตร์เมืองถึงยุคก่อนประวัติศาสตร์ สมัยสำริด ช่วงอายุ 2,544-2,194 ปี ผ่านโครงกระดูกมนุษย์และของอุทิศตลอด โดยยกระดับให้หลุมขุดค้นเป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับประชาชน ทั้งนี้การตรวจสอบชั้นดิน “โนนพลล้าน” ได้ดำเนินการต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2567 เพื่อเป็นฐานข้อมูลทางวิชาการสำหรับกรมศิลปากรและ ทน.นครราชสีมา พัฒนา ต่อยอดในด้านต่าง ๆ ด้วยการเปิดหลุมขุดตรวจให้เป็นแหล่งเรียนรู้ การปฏิบัติทางโบราณคดีและฝึกทดลองเป็นนักโบราณคดี เพื่อสร้างความตระหนัก รักและหวงแหนหลักฐานทางโบราณคดีในฐานะมรดกทางวัฒนธรรมของชาติ ภายใต้แนวคิด “ต่อยอดวิชาการ ผสานชุมชน” จากนั้นได้ขอมติ สท.ได้ยกมือเห็นชอบ 19 คน งดออกเสียง 1 คน
ไทม์ไลน์ ปี 2567 สน.ศิลปากรที่ 10 ขุดพบโครงกระดูกมนุษย์พร้อมภาชนะเครื่องปั้นดินเผาของยุคก่อนประวัติศาสตร์สมัยสำริด-สมัยเหล็กในหลุมขุดกว้าง 3 เมตร ยาว 15 เมตร และความลึก 1.2 เมตร เป็นโครงกระดูกมนุษย์ทั้งหมด 11 โครง สมัยสำริดจำนวน 5 โครงและโครงกระดูกมนุษย์สมัยเหล็กจำนวน 6 โครง สอดคล้องกับข้อสันนิษฐานแหล่งโบราณคดีโนนพลล้าน เป็นที่ฝังศพของวัฒนธรรมยุคก่อนประวัติศาสตร์สมัยเหล็กช่วงอายุ 1,500-2,400 ปี และหลักฐานทางโบราณคดีที่เชื่อมโยงกับภูมิภาคอื่นๆ อาทิเช่น เครื่องประดับทองคำจากโครงกระดูกมนุษย์หมายเลข 3 ชิ้นส่วนทองคำ เมื่อวิเคราะห์องค์ประกอบธาตุพบสัดส่วนทองคำที่เหมือนกันสะท้อนให้เห็นความเชื่อมโยงกับแหล่งโบราณคดีที่มีอายุร่วมสมัยในบริเวณคาบสมุทรภาคใต้ของไทย โดยใช้กระบวนการทางชีววิทยาศึกษาวิเคราะห์สภาพแวดล้อมโบราณของพื้นที่ ซึ่งเป็นการบูรณาการระหว่างสถาบันการศึกษาและองค์กรที่เกี่ยวข้อง ทำให้งานวิชาการมีความสมบูรณ์รอบด้านมากขึ้น








