รับซื้ออ้อยชายแดนไทย-กัมพูชา โดยไม่ต้องรอคิว หวั่นปะทะรอบ 3 คาดจะตัดอ้อยหมดใน 2 สัปดาห์ ด้าน นายกสมาคมชาวไร่อ้อยสุรินทร์ เสนอขอเผาอ้อย โดยไม่ต้องหัก 30 บาท เพื่อสแกนหาวัตถุระเบิดที่ตกค้างจากสงคราม ระบุ พบไร่อ้อยถูกระเบิดไฟไหม้เสียหายสิ้นเชิง 333 ไร่ โรงงานนำตาลเยียวยาแล้วไร่ละ 445 บาท รอกระทรวงอุตสาหกรรมการ เสนอรัฐบาลและ ครม.อนุมัติเงินเยียวยาอีกทาง
วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากเริ่มเกิดสถานการณ์ตึงเครียดตามแนวชายแดยไทยกัมพูชาที่ต้องเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดในขณะนี้ ประชาชนต่างเตรียมพร้อมอยู่ตลอดเวลา ที่จะอพยพได้ทุกเมื่อหากเกิดสถานการณ์ฉุกเฉินขึ้น ขณะที่ บริษัท น้ำตาลสุรินทร์ จำกัด ที่ตั้งอยู่ ม.13 ต.ปรือ อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ ก็ยังคงเปิดรับอ้อย ที่เกษตรกรในพื้นที่ชายแดนบรรทุกมาขายอย่างต่อเนื่อง โดยไม่ต้องจอดรอคิวเหมือนเกษตรกรพื้นที่อื่น โดยสามารถนำรถบรรทุกอ้อยเข้าไปส่งในตัวโรงงานได้เลย ในห้วงที่สถานการณ์ที่ไม่น่าไว้วางใจ ซึ่งเกษตรกรในพื้นที่ชายแดนดังกล่าว เกรงว่าจะเกิดการสู้รบก่อนจะตัดอ้อยยังไม่แล้วเสร็จ ทางสมาคมชาวไร่อ้อย จึงได้ประสานกับโรงงานน้ำตาลสุรินทร์ เพื่อขอเปิดโค้วต้าพิเศษ ให้รถบรรทุกอ้อยของเกษตรกรในพื้นที่ชายแดนเข้าไปขายอ้อยในโรงงานได้เลยแบบไม่ต้องจอดรอคิวเป็นเวลานานดังกล่าว โดยมีการแบ่งอ้อย ในพื้นที่ชายแดน ตั้งแต่ทิศใต้ของถนนหลวงหมายนเลข 24 ซึ่งทางโรงงานมีรายชื่อและพื้นที่ปลูกอ้อยของเกษตรกรอย่างชัดเจน และมีการเปิดรับซื้ออ้อยและมีโควต้าพิเศษให้เกษตรกรชายแดนดังกล่าว ตั้งแต่วันที่ 6 ม.ค.69 ที่ผ่านมา ขณะนี้เหลือพื้นที่อ้อยชายแดนที่ยังตัดไม่หมดประมาณ 20 % คาดว่าจะตัดแล้วเสร็จภายใน 2 สัปดาห์นี้
นอกจากนี้ สมาคมชาวไร่อ้อยสุรินทร์ ยังได้ยื่นข้อเสนอ กับ สนง.คณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย เพื่อขอเผาอ้อย โดยไม่ต้องหักเงิน 30 บาท โดยให้เหตุผลว่า เพื่อตรวจสอบและสแกนวัตถุระเบิดที่ตกค้างจากการสู้รบที่ผ่านมา อีกด้วย โดยราคาอ้อยปัจจุบันอยู่ที่ตันละ 890 บาท มีเกษตรกรปลูกอ้อย จำนวน 1.7 แสนไร่ ในพื้นที่ จ.สุรินทร์ บุรีรัมย์ ศรีสะเกษและ จ.อุบลราชธานีบางส่วน
นายศิริชัย ธรรมมา นายกสมาคมชาวไร่อ้อยสุรินทร์ กล่าวว่า ผลกระทบจากการสู้รบรอบแรกก็คือ ช่วงเดือน ก.ค.68 เป็นช่วงที่เกษตรกรบำรุงรักษา คือการทำรุ่นใส่ปุ๋ยครั้งสุดท้าย เกษตรกรเข้าไปทำไร่อ้อยไม่ได้ เนื่องจากต้องอพยพ จึงขาดโอกาสในการบำรุงรักษา เพื่อเพิ่มผบผลิตในไร่อ้อย พอมีการสู้รบรอบที่ 2 โรงงานเริ่มเปิด ชาวไร่ที่เตรียมการไถการปลูก ก็ต้องอพยพออกนอกพื้นที่อีก แรงงานที่จะตัดพันธุ์ จะปลูก ก็ต้องย้ายไปอยู่ที่ศูนย์อพยพ ทำอะไรไม่ได้ เสียโอกาสตรงนี้ไปอย่างมาก มันสลดหดหู่ใจในอาชีพและชีวิตของพี่น้องเกษตรกรชาวไร่อ้อย ก็ทำให้ผลผลิตลดลงไปกว่า 10 % และสิ่งที่น่ากลัวสำหรับเกษตรกรชาวไร่อ้อย คือตอนที่กำลังตัดอ้อยแล้วเจอระเบิด ที่ อาร์พีจี และกระสุนปืนคอร์ ตัดไปเจอหาง รถตัดเหยียบบ้างก็มี เคราะห์ดีที่ไม่ระเบิด ไม่มีเกษตรกรได้รับอันตราย เนื่องจากล้อหน้ารถตัดเป็นล้อยาง น้ำหนักรถจะเทไปอยู่ข้างหลัง โดยพบหลายพื้นที่ติดชายแดน หากระเบิดขึ้นมาก็คงจะเป็นโศกนาฏกรรมของพี่น้องเกษตรกรที่กำลังทำการเก็บเกี่ยว ห้วงเวลานี้ หลังจากที่เรามีข้อกังวลว่าจะมีรอบ 3 ทางสมาคมและทางทีมงานก็ได้พูดคุยกันว่า ควรจะเร่งเปิดพิเศษให้อ่อยที่อยู่ชายแดน ทำยังไงก็ได้ที่ให้เขาไม่ต้องรอคิว บรรทุกเข้ามาก็ไปรอเทได้เลย ใช้เวลาประมาณ 3-4 เที่ยว วันหนึ่งวิ่งได้ 2-3 เทียวก็ยังดี เพื่อจะสามารถเก็บเกี่ยวได้หมดเร็วที่สุดเลี่ยงการเกิดการสู้รบรอบที่ 3 ซึ่งสถานการณ์ตอนนี้ก็ตึงๆอยู่ ส่วนการจัดโซนก็มีการออกใบกำกับรหัสแปลง ก็จะขึ้นว่าแปลงใดอยู่โซนใด ก็มาแจ้งโดยไม่ต้องรอข้างนอกถึง 10 ช.ม.และวิ่งเข้ามาชั่งน้ำหนักและก็รอยกดั้มเท ใช้เวลาไม่นาน อ้อยที่ได้รับผลระทบในพื้นที่ชายแดนเหลือประมาณ 20 % หลังจากที่เราเริ่มหีบมาตั้งแต่วันที่ 6 ม.ค.ตอนนี้อ้อยตามชายแดนพื้นที่สีแดงเหลือ 20 % คาดว่าจะเก็บเกี่ยวเสร็จไม่เกิน 2 อาทิตย์
นายศิริชัย ธรรมมา นายกสมาคมชาวไร่อ้อยสุรินทร์ กล่าวอีกว่า และแม้จะมีการสู้รบรอบที่ 3 จริง ทางโรงงานก็ได้รับผลกระทบเช่นเดิม เพราะเส้นทางลำเลียงกำลังบำรุง เป็นเส้นทางเดียวกันกับการบรรทุกอ้อยเข้าสู่โรงงาน และก็ต้องอพยพอีก ซึ่งหากไร่อ้อยถูกตัดแล้ว เกิดการสู้รบ ก็จะเป็นพื้นที่โล่ง ที่แตกต่างจากอ้อยยืนต้น เวลาลูกระเบิดตกจะมองไม่เห็น ถูกคลุมด้วยใบอ้อยจะมองไม่เห็น แต่ถ้าอ้อยที่ตัดแล้ว จะสังเกตเห็นหลุม และเดินสำรวจได้ง่ายกว่า สแกนได้ง่ายขึ้น ส่วนไร่อ้อยที่ได้รับความเสียหายจากระเบิดตกใส่และไฟไหม้ลาม เสียหายสิ้นเชิง จำนวน 333 ไร่ ในพื้นที่ อ.พนมดงรัก เสียหายจำนวน 3,509 ตัน ในจำนวนนี้มีพื้นที่ อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ ด้วย 2 ไร่ ทางโรงงานนำตาลสุรินทร์ ได้ช่วยเยียวยาไปที่ไร่ละ 445 บาท เพื่อให้เกษตรกรได้มีทุนไปตัดตออ้อยที่ถูกไฟไหม้ให้งอกขึ้นมาใหม่ ส่วนการชดเชยเยียวยาเกษตรกร ก็ต้องรอทางกระทรวงอุตสาหกรรม ดำเนินการต่อไป ส่วนหนึ่ง ตนก็ได้เข้าไปชี้แจงที่คณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย ตั้งแต่เกิดสงครามรอบแรก ซึ่งมีปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมนั่งเป้นประธาน ซึ่งตนได้ชี้แจงในที่ประชุม ทางคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย ก็ได้รับข้อเสนอของทางสมาคมและชาวไร่อ้อยที่ได้รับผลกระทบ ก็คือ ขออนุญาตตัด และต้องเผาเพื่อสแกนลูกระเบิดตกค้าง และขอให้ได้สิทธิ์เหมือนกับอ้อยสดทั่วไป ซึ่งในที่ประชุมคณะกรรมการก็ไม่ได้ติดในข้อเสนอ ก็เห็นชอบในเรื่องนี้ จึงตั้งคณะทำงานขึ้นมาอีกคณะ เพื่อที่จะได้ติดตามเรื่องผลกระทบของเกษตรกรชาวไร่อ้อย และอีกเรื่องปัญหาลามไปถึง จ.สระแก้ว จึงได้พ่วงปัญหาดังกล่าวไปด้วยกัน โดยเสนอไม่ให้หักอ้อยที่ได้รับผลกระทบ ปกติถ้าอ้อยที่ถูกเผาและตัดส่งมาจะถูกหักตันละ 30 บาท จึงยื่นข้อเสนอเข้าไป ด้วยตุผลที่เราไม่มีเจตนาต้องการที่จะเผา ด้วยเหตุสุดวิสัย ผลกระทบจากการสู้รบ ภัยสงคราม เราจำเป้นเผาเพื่อหาวัตถุต้องสงสัย และจำเป็นต้องเผา และถ้ามีเงินช่วยเหลือจากภาครัฐในการตัดอ้อยสด 300 % ถึงจะได้ กรณีดังกล่าวของดเว้น ขอให้เป็นการให้กำลังใจเพื่อเยียวยา เป็นขวัญกำลังใจให้พี่น้องเกษตรกรชาวไร่อ้อย ที่ได้รับผลกระทบ ที่ต้องอพยพ ที่ต้องเสียโอกาสในการบำรุงรักษา







