ข่าวภูมิภาค

“บิ๊กเต่า” นำทีมลุยตรวจวัดป่าเมืองสระบุรี พบส่อบุกรุกที่ดิน ส.ป.ก.เกือบ 2,000 ไร่

แชร์ข่าว

ป.ป.ท.ร่วมตำรวจ บก.ปทส. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจวัดป่ารักษาใจ จ.สระบุรี หลังรับร้องเรียนบุกรุกที่ดิน ส.ป.ก. พบพฤติการณ์ก่อสร้างและปรับพื้นที่จำนวนมาก เร่งตรวจสอบข้อกฎหมายและสถานะสำนักสงฆ์ พร้อมเตือนประชาชนระวังการเรี่ยไร

วันที่ 18 ก.พ.69 สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (สนง.ป.ท.) ภายใต้การอำนวยการของ นายภูมิวิศาล เกษมศุข เลขาธิการ ป.ป.ท. และ รองฯเลขาธิการ ป.ป.ท. พันตำรวจโทสิริพงษ์ ศรีตุลา พลตํารวจตรีจรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง นำทีม กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) นำโดยพลตำรวจวจตรีเอนก เตาสุภาพ กองบังคับการป้องกันและปราบปราบการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) อำนวยการโดย พลตำรวจจตรีประสงค์ เฉลิมพันธ์ บูรณาการการทำงานร่วมกับ กรมป่าไม้ นำโดย รองฯอธิบดี นายพัฒน์พงษ์ สมิตติพัฒน สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ นำโดย ผู้ตรวจราชการสำนักงานพระพุทธศาสนาฯ นายกฤศกร สนิทศักดิ์ดี ร่วมกับว่าที่ร้อยตรี คทาวุธ คลังนุช ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช.ประจำจังหวัดสระบุรี และ สำนักงกงานปฏิรูปที่ดินจังหวัดสระบุรี ร่วมลงพื้นที่นำหมายศาลเข้าตรวจสอบวัดป่ารักษาใจ หมู่บ้านอริยะ (วัดป่าชนะใจ) พุทธสถานรักษาใจนานาชาติ และชนะใจ บริเวณตำบลหนอง ย่างเสือ อำเภอมวกเหล็ก คาบเกี่ยว อำเภอวังม่วง จังหวัดสระบุรี แต่ไม่พบ “ครูบาชัยวัฒน์” เจ้าอาวาส วัดป่าชนะใจฯ มีเพียง พระสงฆ์ทราบเพียงว่า “พระโจ้” ผู้ดูแลวัดพร้อมแม่ชี และทนายความของวัด (ไม่เปิดเผยชื่อ) รวมถึงผู้ปฏิบัติธรรมอีกจำนวนหนึ่ง พลตำรวจตรีจรูญเกียรติ ปานแก้ว และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องร่วมลงพื้นที่ได้แจ้ง วัตถุประสงค์ พร้อมแสดงหมายศาลเพื่อขอเข้าตรวจสอบ “พระโจ้” แจ้งว่า ครูบาชัยวัฒน์ ไม่อยู่ที่วัด เดินทางไปแสดงมุทิตาจิต แด่ครูบาอาจารย์ท่านหนึ่ง ที่ จ.อุบลราชธานี แต่ยินดีและพร้อมที่จะแสดงความบริสุทธิ์ นำ คณะฯ เข้าตรวจสอบตามจุดต่างๆที่เจ้าหน้าที่ต้องการ

จุดแรก พระโจ้ และแม่ชี ผู้ดูแลวัด ได้นำคณะเจ้าหน้าที่ ที่บูรณาการกำลังกันเดินทางมา เข้าตรวจสอบยัง ห้องปฏิบัติการ (แอดมิน) การดำเนินการควบคุมบัญชีรายชื่อผู้เข้าปฏิบัติธรรม จุดถัดมาเป็นห้องเจ้าหน้าที่ควบคุมบัญชีรายรับรายจ่ายของวัด อีกจุดต่อมาเป็นกุฏิจำพรรษาของ คูบาชัยวัฒน์ ผลการตรวจค้นตามจุดต่างๆ ไม่พบหลักฐานสิ่งผิดกฏหมายแต่อย่างใด เป็นที่น่าสังเกตระหว่างการนำการตรวจค้นในบริเวณวัด พบมีการก่อสร้างกุฏิคล้าย “บ้านน็อคดาวน์” ปลูกเรียงรายเป็นแนวแซมด้วยต้นไผ่นับสิบหลัง ซึ่งทราบว่าเป็นโซนที่พักของ แม่ชี และผู้ปฏิบัติธรรมที่เป็นสุภาพสตรี ส่วนที่จำพรรษาของพระสงฆ์ จะอยู่ห่างกันเล็กน้อยจะเป็นการก่อสร้างเป็น กุฏิพักสงฆ์ (กระท่อมมุงจาก)

จากนั้น “บิ๊กเต่า” และคณะได้นั่งรถ ปิดอัพ หรือรถออฟโร๊ด พากันลัดเลาะไปตามถนนดินลูกรัง มีร่องรอยใช้เครื่องจักรกลหนัก ตัดไหล่เขาทำถนนไถกลบตัดต้นไม้มีร่องรอยใหม่ๆ ขึ้นไปบนยอดเขา ที่อยู่ในโซนด้านหลังวัดวนเวียนขึ้นลง มองแล้วเหมือนเป็นอาณาจักรบนเนื้อที่นับพันไร่ มีการก่อสร้างสาธารณูปโภค แทงค์น้ำประปา ห้องสุขา อยู่ทั่วไปในแต่ละจุดที่ถูกนำดินมาถมและปรับบนเนินหน้าผาปลูกที่พักท่ามกลางทิวทัศน์ที่สวยงามเรียกกันว่า “ผาชนะใจ” ระหว่างอยู่บนหน้าผา เจ้าหน้าที่ได้พูดคุยและซักถาม “พระโจ้” และแม่ชีที่ติดตามมาด้วย ว่าท่านทราบหรือไม่ว่า ท่านทำผิดกฎหมาย ซึ่ง พระโจ้ และแม่ชี ต่างพยายามชี้แจงว่า ที่วัดชนะใจ ที่อยู่ด้านล่างมีที่เพียง 9 ไร่ ปัจจุบันมี พระ-ชี และผู้ปฏิบัติธรรมเพิ่มมากขึ้นทุกวันจึงได้มีการขยายพื้นที่ป่าก็เพื่อเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรม และช่วยรักษาป่า

นายภูมิวิศาล เกามสุข เลขาธิการ ป.ป.ท เปิดเผยว่า ด้วยสำนักงาน ป.ป.ท. ได้รับการแจ้งเบาะแสจากประชาชนในพื้นที่ ว่ามีวัดป่า หรือสำนักสงฆ์ นำโดยครูบาชัยวัฒน์ (ประวัติ บวชเมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2566 ต้นสังกัดวัดศรีสุธาวาส (วัดเลยหลง) อำเภอเมืองจังหวัดเลย แสดงตนเป็นผู้นำคณะสงฆ์และแม่ชี เข้ามาบุกรุกยึดถือครอบครองพื้นที่ป่า บริเวณตำบลหนองย่างเสือ อำเภอมวกเหล็ก คาบเกี่ยว อำเภอวังม่วง จังหวัดสระบุรี จากเบาะแสแจ้งว่ามีการแจ้งความร้องทุกข์ แต่ คดีไม่มีความคืบหน้า และปัจจุบันยังมีการบุกรุก ปรับพื้นที่และสร้างสิ่งปลูกสร้างอยู่ตลอดเวลา จึงบูรณาการกำลังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบ

เจ้าหน้าที่ ส.ป.ก. ตอบข้อถามของผู้สื่อข่าว เรื่องที่ดินบริเวณดังกล่าว เดิมเป็นของ ป่าไม้ และต่อมา กรมป่าไม้ ได้มอบให้กับ ส.ป.ก. เพื่อ ดำเนินการจัดสรรให้ราษฎรทำกิน แต่ ส.ป.ก.ยังไม่ได้จัดสรรให้ราษฎรทำกินแต่อย่างใด และยังไม่มีการอนุญาตให้ผู้ใดเข้ามาใช้ประโยชน์แต่อย่างใด

นายพัฒน์พงษ์ สมิติพัฒน รองอธิบดีกรมป่าไม้ พูดถึงการดำเนินการถือครองกรรมสิทธิ์ผืนป่า ระหว่าง กรมป่าไม้ กับ ส.ป.ก. หากพบมีการกระทำความผิดไม่เข่าข่ายการทำประโยชน์ของราษฎร ต้องทบทวนกันต่อไปอย่างไร

ส่วน พลตำรวจตรีอเนก เตาสุภาพ (บก.ปปป.) กล่าวถึงการดำเนินคดี กับผู้กระทำความผิด ที่เกิดขึ้น ในบริเวณวัดแห่งนี้ไม่ว่าจะเป็นการบุกรุก หรือแผ้วถางป่า รวมถึงข้อหาอื่นๆ

นายกฤศกร สนิทศักดิ์ดี ผู้ตรวจการสำนักงานพระพุทธศาสนา กล่าวว่า จะได้มีการตรวจสอบผู้เกี่ยวข้อง มีมากหรือไม่ สำนักพุทธจะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ขณะนี้ทราบเพียงว่า พระคูบาชัยวัฒน์ มีต้นสังกัดอยู่ จ.เลย ยังไม่ได้โอนย้ายมาอยู่ที่นี้ ส่วน เจ้าคณะ จ.สระบุรี ก็ไม่ยอมรับ ทางต้นสังกัด ได้เรียกตัว กลับแล้ว แต่ยังไม่ไป และการที่ พระคูบาชัยวัฒน์ แสดงตนเรี่ยไร ผ่านโซเชี่ยล หากถวายหรือทำบุญด้วยการบริจาคเงินซื้อกุฏิหลังละ 5 แสนแล้วสามารถนำใบอนุโมทนาบัตรไปขอลดหย่อนภาษีได้นั้น เรื่องนี้ไม่สามารถทำได้ เพราะที่วัดแห่งนี้ ยังไม่มีสถานะเป็นวัด ยังไม่มีการขอนุญาติ ปัจจุบันเป็นเพียงทีพักสงฆ์เท่านั้น จึงขอฝากเตือนผู้ที่จะทำบุญได้ทราบด้วย

ด้าน พลตำรวจตรีจรูญเกียรติ ปานแก้ว กล่าวสรุปในตอนท้ายถึง การป้องกันมิให้ผู้กระทำความผิดละเมิด ทำผิดต่อ หลังจากเจ้าหน้าที่กลับไปแล้ว “บิ๊กเต่า” กล่าวว่าเจ้าหน้าที่ มีหน้าที่ดูแลรักษา และปกป้องทรัพย์สินของรัฐ และประชาชนอยู่แล้วไม่ต้องเป็นห่วง

จากการตรวจสอบพบพฤติการณ์ เชิญชวนทำบุญ เรี่ยไรเงินในการปรับพื้นที่ ก่อสร้างถนน และขุดล้อมต้นไม้จากที่สาธารณประโยชน์ เช่น บริเวณริมถนนสาธารณะ ไปตกแต่งพื้นที่ภายในวัด นำเครื่องจักรหนักเข้ามาในพื้นที่ ขุดปรับแต่งพื้นที่ให้ราบเหมาะแก่การก่อสร้าง ดันต้นไม้ทำถนนขึ้นในใบในแนวป่า และทำการปรับ พื้นที่ โดยการชักชวนผ่านช่องทาง เฟสบุ๊ค tiktok youtube เชิญชวนให้มาซื้อกุฏิถวายวัด หรือซื้อเพื่ออยู่ปฏิบัติธรรม หลังละ 500,000 บาท ทำถนนทางเข้าพุทธสถานวัดป่ารักษาใจนานาชาติ 10 กิโลเมตร มูลค่า 3.3 ล้านบาท และ ในการดำเนินการกิจการต่างๆภายในวัด ซึ่งส่วนมากเกี่ยวข้องกับ การทำการสร้างสิ่งก่อสร้างและปรับพื้นที่ในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตร หรือ สปก. ที่สำนักงานปฏิรูปที่ดินยังไม่ได้อนุญาตให้แก่ผู้ใด

จุดที่ 1 วัดป่ารักษาใจอยู่ในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตรกรรม พื้นที่ 13 ไร่ ปรากฏชื่อผู้ได้รับอนุญาต เข้าทำประโยชน์ในที่ดิน ตามเอกสาร สปก 4- 01 แต่ผู้ได้รับอนุญาตตามเอกสาร ไม่ได้เข้าทำประโยชน์ในที่ดิน ต่อมาวัดป้ารักษาใจเข้ามาในพื้นที่ ในช่วงปี 2566 พบการก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างเพิ่มเติม จากผู้เคยได้รับอนุญาตเดิม

สำหรับจุดที่ 2 ถึง 4 อยู่ในเขตปฏิรูปที่ดินฯ ยังไม่ได้อนุญาตให้ผู้ใดเข้าทำประโยชน์ ผู้บุกรุกยึดถือครอบครองมีพฤติกรรม ก่นสร้าง แผ้วถาง ป้า นำเครื่องจักรหนักปรับพื้นที่ในบริเวณเนินเขาสูง โดยไม่ได้รับอนุญาตสถานะพื้นที่ตามกฎหมาย เป็นผู้บุกรุกที่ดิน สปก ตาม พรก. สปก พ.ศ. 2518 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มีความผิดตาม พรบ.ป่าไม้ 2484 ม.54 สถานะของวัดป่า ยังไม่ได้รับอนุญาตให้เป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย คณะทำงานเรียกว่าเป็นที่พักสงฆ์ที่ไม่ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้องจากเจ้าคณะปกครอง ดำเนินการก่อสร้าง โดยไม่เป็นไปตาม พรบ.อนุมัติอนุญาตก่อสร้าง

จากที่ผู้สื่อข่าวได้ค้นดูในเพจของสถานที่แห่งนี้ก็พบว่ามีการไลฟ์สดหรือมีการบรรยายเกี่ยวกับการสอนธรรมะ และได้มีการแชร์ผ่านหลายช่องทาง นอกจากนี้ยังเชิญชวนรับบริจาค และยังพบว่าได้มีการโพสไว้ ในเพจ เมื่อ 13 ส.ค.2025 ประวัติก่อนบวชครูบาชัยวัฒน์ เมื่อครั้งเป็นฆราวาส ปี 63 เข้าไปกราบหลวงตารูปหนึ่ง ในจังหวัดเลย ท่านชี้หน้าสั่งว่า “หยุดสอนธรรมะ รีบไปทำตัวเองให้จบ ธนูที่ลูกยิงไปมันตรงนะ แต่ มันไม่เข้าเป้า”