แขวงทางหลวงชนบทฉะเชิงเทรา เตรียมปิดสะพานพระยาศรีสุนทรโวหารข้ามแม่น้ำบางปะกง ตั้งแต่ 18 ก.พ.–15 พ.ค.69 ซ่อมโครงสร้างแตกร้าว กระทบชาวบ้านโพธิ์ต้องอ้อมเส้นทางกว่า 26.1 กม. หวั่นจราจรอัมพาตยาว
วันที่ 17 ก.พ.69 เวลา 13.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในวันพรุ่งนี้ (18 ก.พ.69) แขวงทางหลวงชนบทฉะเชิงเทรา จะดำเนินการปิดสะพานข้ามแม่น้ำบางปะกง (สะพานพระยาศรีสุนทรโวหาร) ข้างที่ว่าการ อ.บ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา ซึ่งเป็นเส้นทางเชื่อมระหว่างถนนทางหลวงชนบท ฉช.3005 จากฝั่ง ต.สนามจันทร์ มายังถนนทางหลวงแผ่นดินสาย 3304 ฝั่งเทศบาลตำบลบ้านโพธิ์ เพื่อซ่อมแซมโครงสร้างสะพานที่เกิดการชำรุดแตกร้าวที่บริเวณคานรับน้ำหนักเหนือหัวเสาตอม่อ และพื้นผิวการจราจรบนสะพาน
ตามสัญญาเลขที่ ขทช.ฉช.19/2569 ลงวันที่ 7 ม.ค.2569 โดยมีกำหนดเริ่มสัญญาเมื่อวันที่ 8 ม.ค.69 สิ้นสุดสัญญา 6 มิ.ย.69 รวมระยะเวลาก่อสร้าง 150 วันด้วยงบประมาณ 9,995,000 บาท โดยมีกิจการค้าร่วม 253 ตั้งอยู่ ถ.ลาดปลาเค้า แขวงจรเข้บัว เขตลาดพร้าว กทม. เป็นผู้รับจ้าง และได้มีการประกาศปิดการใช้สะพานข้ามแม่น้ำแห่งนี้แบบ 100 เปอร์เซ็นต์ไม่สามารถใช้สัญจรข้ามไปมาได้ระหว่างวันที่ 18 ก.พ.69 ถึงวันที่ 15 พ.ค.69 มาก่อนหน้านี้แล้ว เพื่อดำเนินการก่อสร้างซ่อมแซมตามสัญญาจ้างดังกล่าว
ซึ่งจะส่งผลทำให้ประชาชนที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับที่ว่าการ อ.บ้านโพธิ์ จะไม่สามารถเดินทางข้ามมายังฝั่ง อ.บ้านโพธิ์ ด้วยยานพาหนะทางบกได้ และ ปชช.จากฝั่งตัว อ.บ้านโพธิ์ จะไม่สามารถเดินทางข้ามไปยังฝั่ง ต.สนามจันทร์ ได้เช่นเดียวกัน โดยต้องเดินทางอ้อมเข้าไปยังในเขตย่านตัวเมืองฉะเชิงเทรา ผ่านทางเส้นทางถนนสาย 315 ฉะเชิงเทรา-พนัสนิคม ระยะทางจากตัว อ.บ้านโพธิ์ ไปยังทางเชื่อมกับเส้นทางดังกล่าวที่สี่แยกดอนศรีนนท์ รวม 4.1 กม. และเลี้ยวซ้ายไปตามเส้นทางอีก 6.6 กม. ก่อนเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนสาย 365 เลี่ยงเมืองฉะเชิงเทราที่สี่แยกกองพลทหาราบที่ 11 (แยกคอมเพล็กซ์) อีก 4.9 กม.
จากนั้นเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนสาย 314 ที่สามแยกบางพระอีก 4.8 กม. และเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนสาย ฉช.3005 ที่บริเวณสามแยกหัวเนินอีก 5.7 กม. เพื่อกลับเข้ามาสู่บริเวณฝั่งตรงข้ามแม่น้ำบางปะกงกับ อ.บ้านโพธิ์รวมระยะทาง 26.1 กม. หรือหากเป็นการเดินทางไปทำงานที่ต้องอ้อมไกลมากขึ้นจากตัว อ.บ้านโพธิ์ ไปยังปากทางสามแยกหัวเนินจะมีระยะทางที่เพิ่มขึ้นถึง 20.4 กม. ซึ่งถือเป็นความเปลี่ยนแปลงที่จะกระทบต่อวิถีชีวิตของ ปชช.ชาว อ.บ้านโพธิ์ ที่ต้องเดินทางไปทำงาน ไปค้าขาย หรือไปโรงเรียน รวมถึงไปติดต่อราชการในตัวอำเภอที่ไกลขึ้นมากกว่าเดิมอีกหลายเท่าตัว และต้องปรับเปลี่ยนเวลาในการเตรียมตัวเดินทางหรือต้องตื่นนอนตั้งแต่เช้ามากขึ้น
ขณะเดียวกันตลอดช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา ปชช.ในพื้นที่ได้เคยร้องเรียนผ่านมายังผู้สื่อข่าวจำนวนหลายครั้ง เกี่ยวกับเรื่องการบรรทุกน้ำหนักเกินพิกัด ของรถบรรทุกขนาดใหญ่ พร้อมทั้งยังได้พยายามถ่ายภาพส่งมาให้แก่ทางผู้สื่อข่าวมาเป็นระยะ ที่ปรากฏภาพให้เห็นว่ามีรถบรรทุกดินจำนวนมาก บรรทุกดินมาจนเต็มล้นคัน หรือล้นคอกกระบะบรรทุก ในขณะที่สะพานรับน้ำหนักได้เพียง 25 ตันตามป้ายควบคุมน้ำหนักที่เคยถูกนำมาติดตั้งไว้ก่อนขึ้นสะพาน แต่กลับไม่ได้รับการแก้ไขหรือกวดขันอย่างเข้มงวดอย่างจริงจังจากหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องแต่อย่างใด จนทำให้ถึงวันที่ต้องปิดสะพานเพื่อซ่อมแซมในครั้งนี้







