ข่าวภูมิภาค

รอง ผบ.ตร. ลงพื้นที่ติดตามคดีชิงทองขอนแก่น สั่งเข้มมาตรการร้านทองทั่วประเทศ

แชร์ข่าว

รอง ผบ.ตร.ติดตามคดีคนร้ายบุกเดี่ยวชิงร้านทองขอนแก่น กวาดทอง 26 บาทเกือบ 2 ล้าน สั่งทบทวนแผนสกัดจับและยกระดับมาตรการความปลอดภัยร้านทองทั่วประเทศ ป้องกันเหตุซ้ำ

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 16 ก.พ.69 พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รอง ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ท.สันติ ชัยนิรามัย ผบช.ภ.4 และกำลังชุดสืบสวนสอบสวนร่วม บก.สส.ภ.4,ภ.จว.ขอนแก่นและ สภ.บ้านเป็ด ลงพื้นที่ตรวจสอบร้านทองกรุงเทพเยาวราช ซึ่งตั้งอยู่ ม.12 ต.บ้านทุ่ม อ.เมือง จ.ขอนแก่น หลังถูกคนร้ายก่อเหตุชิงทรัพย์ ก่อนจะได้สร้อยคอทองคำรูปพรรณ น้ำหนัก 26 บาท มูลค่ารวมเกือบ 2 ล้านบาทและหลบหนีไป พร้อมทั้งการประชุมติดตามความคืบหน้าของคดีร่วมกับตำรวจสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 4 ตำรวจสืบสวนจังหวัดขอนแก่น หลังได้มีการออกติดตามหาตัวคนร้ายที่ก่อเหตุ

พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รอง ผบ.ตร.กล่าวว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้มีการให้ทางร้านทองได้มีมาตรการป้องกันตนเองทั้งการติดลูกกรง กระจกนิรภัย การติดประตูนิรภัย และสัญญาณเตือนภัย ซึ่งร้านทองที่ถูกชิงทรัพย์ที่ขอนแก่น ในความรับผิดชอบของ สภ.บ้านเป็ด อยู่ในระหว่างที่ติดตั้งประตูนิรภัยจึงเกิดช่องว่างให้คนร้าย ได้เข้ามาก่อเหตุเสียก่อน และจะได้เร่งให้มีการติดตามจับกุมตัวคนร้ายให้ได้โดยเร็ว ซึ่งขณะนี้ได้มีการจัดตั้งทีม SIX PLAEN TEAM ซึ่งเป็นทีมชุดพิเศษมีกันจำนวน 6 นาย โดยจะเป็นตำรวจที่มีเชี่ยวชาญ ในการใช้อาวุธปืนสั้นและปืนยาวเพื่อใช้ในการดูแลความปลอดภัย ให้กับประชาชน 

"ขณะนี้พบว่าร้านทองประมาณ 10-15 เปอร์เซ็นต์ ยังไม่มีการติดตั้งประตูนิรภัย ลูกกรง และกระจกนิรภัย ซึ่งการติดตั้งลูกกรง จะช่วยในความปลอดภัยของพนักงานและเจ้าของร้าน ขณะนี้ที่ประตูนิรภัย จะช่วยล็อคหากคนร้ายคิดจะเข้ามาชิงทรัพย์จะทำให้เกิดความกลัว และกระจกนิรภัย จะช่วยให้คนร้ายไม่สามารถทุบกระจกเอาทองรูปพรรณที่มีมูลค่าไปได้ ในสัปดาห์หน้าจะไปพูดคุยกับ คณะกรรมการคุ้มครองผู้ประกันภัย ในเรื่องของการเก็บเบี้ยประกัน รวมทั้ง การให้ทำประกันภัยให้กับร้านทองต่างๆ ถ้าหากร้านทองร้านไหนมีการมาตรการป้องกันที่ไม่สวมควร ก็จะให้คณะกรรมการฯมีการพิจารณาว่าสมควร จะรับทำประกันภัยหรือไม่"

รอง ผบ.ตร.กล่าวต่อว่า ขณะนี้การสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่มีความคืบหน้าไปมาก ซึ่งข้อมูลและรายละเอียดของการสืบสวนไม่สามารถที่จะเปิดเผยได้เพราะจะกระทบกับสำนวนการสอบสวน อย่างไรก็ตามจากการตรวจสอบพบว่า คนร้ายได้ทองรูปพรรณเป็นสร้อยคอทองคำหนัก 5 บาท จำนวน 1 เส้น หนัก 3 บาท จำนวน 1 เส้น และหนัก 2 บาท จำนวน 9 เส้น รวมทั้งสิ้น 11 เส้น น้ำหนักรวม 395.2 กรัม หรือประมาณ 26 บาท ซึ่งจากเหตุการณ์ล่าสุกได้สั่งการให้ทบทวนแผนเผชิญเหตุและแผนเข้าสกัดจับ เนื่องจากคนร้ายใช้เส้นทางรองในการหลบหนี รวมทั้งเน้นย้ำเรื่องมาตรการป้องกันตนเองของร้านทอง ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้มีนโยบายมาก่อนหน้านี้ ให้ร้านทองติดตั้งระบบป้องกันเบื้องต้น อาทิ สัญญาณเตือนภัย ประตูนิรภัย และกระจกนิรภัยซึ่งร้านทองที่ถูกก่อเหตุครั้งนี้อยู่ระหว่างการติดตั้งระบบดังกล่าว จึงเกิดช่องว่างด้านความปลอดภัย และจะมีการเร่งรัดให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จโดยเร็ว

ข่าวแนะนำ