เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569 พ.ต.ท.วินัย ลายละเอียด สารวัตร (สอบสวน) สถานีตำรวจภูธรทับสะแก รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้อู่ต่อเรือยอร์ช บริเวณชายทะเลทุ่งประดู่ อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จึงประสานรถดับเพลิงจาก อบต.ทับสะแก เร่งเข้าควบคุมสถานการณ์
ที่เกิดเหตุพบเปลวเพลิงลุกไหม้อู่ต่อเรืออย่างรุนแรง กลุ่มควันดำหนาทึบพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า มองเห็นได้ไกลกว่า 1 กิโลเมตร ท่ามกลางชาวบ้านในพื้นที่ที่มายืนเฝ้าสังเกตการณ์ด้วยความตกใจ
นายจรัญ ศรีชะเอม อายุ 64 ปี ประธานวิสาหกิจชุมชนทุ่งประดู่ เปิดเผยว่า ขณะกำลังดูแลเรือประมงของตนเองอยู่ใกล้จุดเกิดเหตุ สังเกตเห็นควันดำขนาดใหญ่ลอยขึ้นอย่างผิดปกติ จึงรีบวิ่งไปตรวจสอบและโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ พบว่าเพลิงกำลังลุกไหม้เรือยอร์ชขนาดใหญ่ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างใกล้แล้วเสร็จ เสียหายไปแล้วเกือบครึ่งลำ และลุกลามอย่างรวดเร็วจนหลังคาทรุดตัวลงมาด้านล่าง โดยขณะเกิดเหตุไม่มีลูกจ้างหรือพนักงานอยู่ภายในอู่ต่อเรือเนื่องจากวันนี้เป็นวันหยุด
สาเหตุที่ไฟลุกลามอย่างรวดเร็ว เนื่องจากตัวเรือทำจากไฟเบอร์กลาส ซึ่งเป็นวัสดุติดไฟง่าย ประกอบกับภายในอู่มีสารเคมีและอุปกรณ์สำหรับงานต่อเรือจำนวนมาก ยิ่งทำให้เพลิงโหมกระหน่ำอย่างหนัก
ขณะเกิดเหตุ มีพระสุพจน์ ฐานวรโร ศูนย์ส่งเสริมพระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย จังหวัดปทุมธานี และพระอีก 1 รูป ซึ่งมาธุดงค์ปฏิบัติธรรมในพื้นที่กว่า 1 เดือน พยายามช่วยตักน้ำสกัดไฟเบื้องต้น ก่อนที่ชาวบ้านจะขอให้ออกจากพื้นที่เพื่อความปลอดภัย
เจ้าหน้าที่ดับเพลิงใช้เวลาควบคุมเพลิงด้วยความยากลำบาก เนื่องจากกระแสลมพัดแรงตลอดเวลา ส่งผลให้ไฟลุกลามอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ อู่ต่อเรือดังกล่าวเป็นของบริษัทเอกชนที่เช่าพื้นที่ชายทะเลทุ่งประดู่ เพื่อผลิตเรือยอร์ชขนาดใหญ่ โดยใช้เวลาก่อสร้างมากว่า 3 ปี และอยู่ระหว่างขั้นตอนตกแต่งภายใน ตามสัญญามีกำหนดส่งมอบภายใน 5 ปี ส่วนมูลค่าความเสียหายเบื้องต้นทั้งอู่ต่อเรือและเรือยอร์ช คาดว่าไม่ต่ำกว่า 30 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างการสืบสวนหาสาเหตุของเพลิงไหม้ที่แท้จริงต่อไป.
ภูมิภาค-32







