แตกตื่นทั้งจังหวัด หลังแจ้งเหตุยิงกันริมบายพาสพระพุทธฉาย จ.สระบุรี ตำรวจระดมกำลังกว่า 30 นายเข้าตรวจสอบ สุดท้ายพบเป็น 2 ผัวเมียเมาเหล้า เข้าใจผิดว่าสามีถูกยิง พบเพียงแผลถลอก คุมตัวสอบสวนต่อ
วันที่ 11 ก.พ.69 เจ้าหน้าที่ศูนย์วิทยุ 191 ได้รับแจ้งว่ามีเหตุยิงกัน บริเวณ ม.3 ริม ถ.บายพาสเลี่ยงเมืองพระพุทธฉาย ต.หนองปลาไหล อ.เมือง จ.สระบุรี จึงได้ประสานไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน จ.สระบุรี และเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สอบสวน เมืองสระบุรี ให้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำกำลังทั้ง 2 ชุดกว่า 30 นายพร้อมอาวุธครบมือ และแต่งกายด้วยเสื้อคุมเกราะ เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ เนื่องจากเพิ่งผ่านการเลือกตั้งมาไม่กี่วัน เกรงว่าจะมีการยิงกันเนื่องจากว่าจะเกิดเหตุฆ่าปิดปากหัวคะแนนเสียง ในที่เกิดเหตุพบ นายหนูพร อายุ 40 ปี และนางจุฑารัตน์ อายุ 40 ปี 2 ผัวเมียซึ่งอยู่ในอาการเมาเหล้า พูดจาไม่ค่อยจะรู้เรื่อง จึงเข้าสอบถามว่าเหตุที่มีคนแจ้งว่ามีการยิงกันนั้นอยู่ที่ไหน ได้รับคำตอบจากนางจุฑารัตน์ พูดด้วยอาการเมาว่า ตนเองเป็นคนแจ้งเองว่า มีเหตุยิงกัน เนื่องจากว่าตนเองเห็นว่าสามีตนเองมีบาดแผล และมีเลือดไหลเต็มตัว ตนเองคิดว่าสามีถูกยิง จึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ และเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบบาดแผลของนายหนูพร พบเพียงแผลถลอกตามร่างกาย ไม่ได้มีร่องรอย กระสุน หรือถูกยิงแต่อย่างได คาดว่าน่าจะเกิดจากว่ามีอาการเมาแล้วล้มทำให้เกิดบาดแผลตามร่างกาย ทางเจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวมายัง สภ.เมืองสระบุรี เพื่อมาสงบสติอารมณ์ก่อน และเมื่อสร่างเมาจะได้สอบสวนเพื่อดำเนินคดีต่อไป (งานนี้เล่นเอาเจ้าหน้าที่ตำรวจรู้สึกหัวเสียไปตามๆกัน)
สอบถามนางจุฑารัตน์ ซึ่งอยู่ในอาการมึนเมา เล่าว่า ตนเองเป็นคนใต้ ส่วนนายหนูพร (สามี) เป็นคนจังหวัดอุบลฯ รู้จักกันทางเฟซบุ๊ก และได้คบหาอยู่กินกันมาได้ 4 ปีแล้ว ตนเองได้ไปกินก๋วยเตี๋ยว จากนั้นกลับมาพบว่าสามีตนเองมีแผล เป็นรูๆ เต็มตัว และมีเลือดไหลเต็มไปหมด ตนเองจึงได้เอามืออุดไปที่บาดแผลเท่าที่จะทำได้ จากนั้นตนเองจึงได้โทรบอกเจ้าหน้าที่ตำรวจ 191 ว่า แฟนตนเองเลือดไหลไม่หยุด ซึ่งสามีตนเองบอกว่า จ่าโจ้ยิง จากนั้นก็มีเจ้าหน้าที่ตำรวจมากันเต็มไปหมด ซึ่งตนเองก็ไม่คิดว่าจะเป็นเรื่องใหญ่ขนาดนี้ พร้อมยกมือไหว้ขอโทษ ด้วยอาการที่มึนเมา
ด้านนายวันชัย งามดิษฐ์ใหญ่ เจ้าหน้าที่ป้องกันองค์การบริหารส่วนตำบลหนองปลาไหล เล่าว่า ตนเองได้รับแจ้งเหตุว่ามีคนถูกทำร้ายด้วยอาวุธปืน จึงได้รายงานผู้บังคับบัญชา และนำรถพยาบาลออกมาตรวจสอบ ในที่เกิดเหตุพบเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ในที่เกิดเหตุแล้ว และจากการตรวจบาดแผลของผู้ที่ถูกทำร้าย มีแผลถลอก มีรอยข่วน เหมือนรอยรั้วรวดหนาม ไม่พบบาดแผลที่เป็นรอยอาวุธปืนที่ถูกยิง ซึ่งจากการพูดคุยคาดว่าทั้งคู่น่าจะเมา เนื่องจากว่าพูดจาสับสน วกวน ส่วนคนแจ้งตนเองไม่ทราบ แต่เข้ามาตรวจสอบที่เกิดเหตุก่อน ซึ่งเบื้องต้นพบว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจมาเกือบหมดโรงพักเลย ซึ่งตนเองก็ไม่เคยเห็น 2 ผัว เมีย คู่นี้มาก่อนเนื่องพื้นที่ตรงนี้เป็นพื้นที่ปิดไม่มีใครอาศัยอยู่
ขณะที่นายอุบล อายุ 64 ปีเจ้าของที่ เล่าว่าที่ของตนเองได้ปิดเอาไว้ แต่เนื่องจากว่ามีคนมาเช่า เพื่อที่จะมาให้คนงานอาศัยอยู่ตนเองจึงได้มาเปิดประตูไว้ และเมื่อเช้าตนเองเข้ามาก็พบว่ามี ผู้ชายนั่งกันอยู่ตนเองคิดว่าเป็นพวกคนงานของคนที่มาเช่าที่ ซึ่งตนเองก็ไม่เห็นว่ามีผู้หญิงอยู่ด้วย จากนั้นตนเองก็ได้กลับบ้านไป จากนั้นมีชาวบ้านที่ผ่านมาทางนี้ได้ไปบอกตนเองว่าน่าจะมีคนยิงกันที่ ที่ของตนเอง ตนเองจึงได้ออกมาดูพบว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นจำนวนมาก ทำให้ตนเองตกใจมีตำรวจถือปืนเต็มไปหมด








